ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก•ตอนที่ 30

จุมพิตที่ไม่ได้ตั้งใจ

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
“หากท่านแม่ทัพยังคงจ้องจะเอาชนะข้าด้วยสายตาดุร้ายคู่นั้น เกรงว่าศัตรูยังไม่ทันบุกประชิดเมือง ตัวท่านเองคงอกแตกตายเพราะความโมโหเสียก่อนแล้วกระมังเพคะ” เสียงหวานใสที่เจือความเย้าแหย่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทรงอักษรส่วนตัว กลิ่นอายของหมึกจีนชั้นดีและชาอู่หลงรุ่นหายากลอยอวลผสมปนเปกัน เซี่ยอวี้เหยาไม่ได้สะทกสะท้านต่อรังสีความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของบุรุษตรงหน้าแม้แต่น้อย นางกลับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มพรายที่มุมปากระบายออกอย่างท้าทาย ยามเมื่อปลายนิ้วเรียวบางปัดผ่านพู่กันขนสัตว์บนโต๊ะทำงานของเขาอย่างถือวิสาสะ จางหย่งขบกรามแน่นจนสันกรามคมชัดขึ้นเป็นเส้นนูน ความอดทนของแม่ทัพผู้ขึ้นชื่อเรื่องวินัยเหล็กไหลกำลังจะขาดสะบั้นลงในอีกไม่กี่อึดใจ เขาเกลียดความวุ่นวาย และเกลียดที่สุดคือหญิงสาวตรงหน้าผู้มีวาจาราวกับอาอาวุธลับที่คอยกรีดแทงเกราะป้องกันอันแข็งแกร่งของเขาให้พังทลายลงทีละน้อย “เซี่ยอวี้เหยา เจ้าชักจะกำแหงเกินไปแล้ว” สุเสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความขุ่นเคือง ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองร่างบางที่จงใจก้าวเข้ามาประชิดตัวเขาเรื่อยๆ “นี่คือค่ายทหารและห้องทำงานส่วนตัวของข้า ไม่ใช่ตลาดสดที่เจ้าจะมาเดินลอยชายต่อปากต่อคำกับใครก็ได้” “ตลาดสดยังมีสีสันน่าสนุกกว่าห้องสี่เหลี่ยมทึบๆ ของท่านตั้งเยอะนะเพคะ” นางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตเป็นประกายซุกซน นางจงใจก้าวเท้าเข้าไปอีกก้าวเดียว ระยะห่างระหว่างกันถูกร่นจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ จางหย่งผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อกดดัน แต่นั่นกลับทำให้ร่างระหงของนางต้องแหงนเงยขึ้นสบตาเขาโดยปริยาย และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของหายนะที่ไม่มีใครคาดคิด กองฎีกาสีชาดที่วางซ้อนกันรกบนมุมโต๊ะถูกข้อศอกของจางหย่งปัดเข้าโดยบังเอิญในจังหวะที่เขาขยับตัวถอยหนีความใกล้ชิดอันตราย *พรวด!* เอกสารสำคัญปลิวว่อน ทว่าไม่ใช่แค่กระดาษที่ล้มระเนระนาด ร่างของเซี่ยอวี้เหยาที่เสียหลักจากการถูกเขาชนเข้าอย่างจัง ทำให้สัญชาตญาณดิบของแม่ทัพหนุ่มทำงานทันที มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางคอดกิ่วเพื่อดึงรั้งไม่ให้นางล้มศีรษะฟาดพื้น ทว่าแรงเหวี่ยงและมุมที่ไม่ได้ตั้งตัวกลับทำให้ร่างทั้งร่างของนางถลาล้มทับลงไปบนตัวเขาที่เซถอยหลังไปชนกับชั้นตำราด้านหลังอย่างจัง ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะเข้าหากันทำให้สัมผัสได้ถึงความใกล้ชิดที่เกินเลยกว่าขอบเขตของคำว่าคู่กัด จางหย่งนิ่งค้างไปสนิท สมองของแม่ทัพผู้ชาญศึกพลانขาวโพลนราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ กลีบปากนุ่มหยุ่นของหญิงสาวแนบสนิทอยู่บนริมฝีปากหยักหนาของเขาพอดีโดยไม่ได้ตั้งใจ มันไม่ใช่แค่การแตะสัมผัสผิวเผิน แต่แรงกระแทกเมื่อครู่ทำให้ริมฝีปากของทั้งคู่บดเบียดเข้าหากันอย่างแนบแน่น รสชาติหวานละมุนเจือกลิ่นชาอ่อนๆ จากริมฝีปากของนาง ส่งผลให้หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของจางหย่งกระตุกวูบ มันเต้นรัวระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก ความเย็นชาทั้งหมดที่มีละลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหน้าคมคาย เซี่ยอวี้เหยาเองก็สมองหมุนคว้างไม่แพ้กัน ความกล้าหาญ ฝีปากกล้า หรือแผนการยียวนกวนประสาทที่เตรียมไว้ในหัว มลายหายไปสิ้นในวินาทีที่สัมผัสได้ถึงความนุ่มและอุ่นร้อนจากริมฝีปากของบุรุษที่ขึ้นชื่อว่าเย็นชาที่สุดในแผ่นดิน หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำไม่เป็นส่ำจนนางกลัวว่าเขาจะได้ยินเสียงมัน ใบหน้างามเห่อร้อนขึ้นสีแดงจัดลามเลียไปถึงใบหู ร่างกายแข็งทื่อ ขยับเขยื้อนไม่ได้ราวกับโดนมนต์สะกด เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ หยดหมึกจากพู่กันที่กลิ้งตกพื้นยังไม่ทันแห้งสนิท แต่โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุนเหลือเพียงคนสองคนที่กักขังกันไว้ในอ้อมแขน จางหย่งเป็นฝ่ายได้สติก่อน ดวงตาคมกริบที่เคยดุดันยามนี้ไหวระริกด้วยความสับสนระคนคลั่งไคล้ ปลายจมูกโด่งรั้นของนางคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเขา ลมหายใจหอบกระชั้นเป่ารดต้นคอจนสติที่เหลืออยู่ของเขาแทบจะพังทลาย มือหนาที่บีบกระชับอยู่บนเอวบางเผลอออกแรงรั้งเข้าหาตัวแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพลวงตา เซี่ยอวี้เหยาได้สติคืนมา นางรีบกะพริบตาปริบๆ พยายามดันแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขาออก แต่ยิ่งขยับ ร่างกายยิ่งแนบชิดกันมากขึ้นไปอีกจนน่าอาย “ท่าน... ปล่อยข้าได้แล้วกระมังเพคะ” เสียงหวานเอوขึ้นะกะตะ ไม่เหลือเค้าลางของหญิงสาวฝีปากกล้าเมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย ใบหน้าแดงก่ำเบือนหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาร้อนแรงที่มองลงมา จางหย่งไม่ยอมปล่อย เขายังคงตรึงร่างนางไว้ในอ้อมแขน สายตาคมจ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อเล็กน้อยจากการกระทบเมื่อครู่ด้วยประกายตาที่ลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา มุมปากหยักกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มร้ายกาจที่หาดูได้ยากยิ่งจากแม่ทัพผู้เคร่งขรึม “เมื่อครู่... เจ้าบอกว่าข้าโมโหจนอกแตกตายใช่หรือไม่?” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบชิดริมหูของนาง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มจนเซี่ยอวี้เหยาขนลุกซู่ “แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นเจ้าเสียเองนะที่กำลังจะสิ้นสติเพราะฝีปากของตัวเอง... หรือเพราะสัมผัสของข้ากันแน่ หืม?” “ใคร... ใครสิ้นสติกัน! ท่านอย่ามากล่าวหาข้าเพคะ!” นางสวนกลับทันควัน แม้เสียงจะสั่นพร่าและไม่หนักแน่นเหมือนเคย “มันเป็นแค่ออุบัติเหตุ! ท่านต่างหากเล่าที่สะเพร่าทำกองฎีกาตกจนข้าต้องพลอยซวยไปด้วย!” “อุบัติเหตุงั้นหรือ...” จางหย่งทวนคำ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของเขาช่างทรงเสน่ห์และอันตรายต่อหัวใจนางเหลือเกิน “แต่ข้ากลับคิดว่า... มันคือสวรรค์ส่งสัญญาณเตือนบางอย่างให้เจ้าหัดหุบปากแล้วรู้จักสำรวมเสียบ้าง” “ท่านแม่ทัพ!” เซี่ยอวี้เหยาตวัดสายตากลมโตค้อนขวับ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเคืองระคนเขินอาย นางเงื้อมือขึ้นเตรียมจะตีอกเขาให้หายหมั่นไส้ ทว่าก่อนที่ปลายนิ้วจะทันได้สัมผัสร่างหนา เสียงฝีเท้าหนักแน่นพร้อมกับเสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน *ก๊อก ก๊อก ก๊อก!* “ท่านแม่ทัพพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! องค์ฮ่องเต้มีรับสั่งด่วนให้ท่านนำกำลังพลรุดไปที่ชายแดนทางเหนือทันที!” เสียงของหลี่กงกงที่ตะโกนแทรกเข้ามาหน้าประตูห้อง ทำเอาทั้งสองคนที่กำลังแนบชิดกันอยู่สะดุ้งสุดตัว จางหย่งขมวดคิ้วมุ่นทันทีด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญ เขาก้มลงมองสตรีในอ้อมแขนที่ตอนนี้ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจกับข่าวที่ได้ยิน ร่างบางชะงักค้าง มือที่เงื้อขึ้นเมื่อครู่ร่วงลงข้างลำตัว ความหวานละมุนเมื่อครู่มลายหายไป ถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศตึงเครียดของบ้านเมืองที่เข้ามาแทนที่อย่างกะทันหัน แม่ทัพหนุ่มจำใจต้องคลายอ้อมแขนออกอย่างไม่เต็มใจนัก เซี่ยอวี้เหยารีบผุดลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าและทรงผมของตนเองให้เรียบร้อยอย่างรวดเร็วเพื่อกลบเกลื่อนความกระวนกระวายในใจ ทว่าจังหวะที่นางหันหลังเตรียมจะก้าวเดินหนีความอึดอัดนี้ จางหย่งกลับคว้าข้อมือเรียวไว้มั่น สายตาคมกริบมองลึกล้ำเข้ามาในดวงตานางราวกับจะสลักภาพนี้ไว้ในความทรงจำ “รอข้ากลับมา...” เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความรู้สึก “เรื่องระหว่างเรา... ยังไม่จบแค่นี้แน่” *แอดมิน...* ประตูห้องทรงอักษรถูกผลักเปิดออกโดยหลี่กงกงที่ถือวิสาสะก้าวเข้ามาพร้อมม้วนราชโองการในมือสีหน้าตื่นตระหนก ทว่าเมื่อกวาดสายตามาเห็นภาพท่านแม่ทัพผู้เย็นชาและคุณเซี่ยยืนอยู่ใกล้ชิดกันจนผิดปกติ ขันทีเฒ่าถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนทำม้วนราชโองการหล่นร่วงจากมือ! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้นักเขียนเสี่ยวเถาฮวานะคะ!
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีที่รบด้วยฝีปาก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%