เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์สายวิจัยที่ชอบโดดเรียน•ตอนที่ 1

กฎข้อแรกคืออย่าให้ใครรู้พลังจริง

ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
กลิ่นอายฉุนกึกของดินประสิวและผงศิลาเวทมนตร์ที่ลอยตลบอบอวลอยู่ในห้องโถงทดสอบแรงก์ 'ซีเซียม' ทำให้เซนต้องยกหลังมือขึ้นขยديปลายจมูกเบาๆ เบื้องหน้าของเขาคือแผ่นหินปะราชาญสีดำสนิท ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของสถาบันเวทมนตร์อาร์케เลีย (Arcelia Academy) ที่ใช้ใช้วัดระดับความเข้มข้นและธาตุตั้งต้นของเมล็ดพันธุ์มานาในร่างกาย เด็กหนุ่มเรือนผมสีน้ำเงินเข้มปรกดวงตาปรือปรอยเหลือบมองตัวเลขสถิติที่บันทึกอยู่บนกระดานเวทมนตร์ลอยได้ แรงก์ D... สำหรับเด็กอายุสิบห้าปีที่ก้าวเข้ามาในดินแดนแห่งนี้ มันคือเศษสวะที่ไร้ค่าสิ้นดี เป็นตัวเลขที่เตือนให้รู้ว่าเขากำลังจะกลายเป็นภาระและเป้าหมายของการกลั่นแกล้งจากพวกขุนนางสายเลือดบริสุทธิ์ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า "เฮอะ นึกว่าจะมีดีอะไร เห็นทำหน้าเบื่อโลกตั้งแต่แถวรอคิว ที่แท้ก็แค่พวกเศษมานาสายฟ้ากากๆ ที่จุดไฟแช็กยังไม่ติดเลยมั้งนั่น" เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังลอดมาจากมุมหนึ่งของห้องโถงทดสอบ เป็นเสียงของเด็กหนุ่มตระกูลบารอนผู้ถือครองธาตุไฟบริสุทธิ์ เมล็ดพันธุ์ของอีกฝ่ายส่องประกายสีแดงฉานสะท้อนกับกระจกเวทมนตร์จนแสบตา เซนไม่ได้หันกลับไปมอง เขาเพียงแค่ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างนึกรำคาญใจ การทำตัวให้โดดเด่นในสถานที่แบบนี้มีแต่จะทำให้เขาต้องเสียเวลาอันมีค่าในการนอนหลับพักผ่อน เป้าหมายของเขาในสถาบันนี้มีเพียงข้อเดียว... เรียนให้จบแบบเงียบเชียบที่สุด สอบตกทุกวิชาภาคปฏิบัติที่มีอาจารย์คอยจับตาดู และใช้ชีวิตในหอพักส่วนตัวอย่างสงบสุขให้สมกับที่อุตส่าห์ดั้นด้นสอบผ่านมาได้ แต่ดูเหมือนว่า "เทพแห่งความวุ่นวาย" จะไม่ค่อยเห็นด้วยกับแผนการอันแสนเรียบง่ายนี้เท่าไหร่นะคะ "ผู้เข้าทดสอบหมายเลข 402... เซน ลูเมน" เสียงประกาศรายชื่อจากกรรมการคุมสอบดังขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ เซนก้าวเท้าเดินออกไปยืนเบื้องหน้าแผ่นหินทดสอบอีกครั้งตามหน้าที่ มือเรียวบางสอดประสานกันไว้ด้านหลังอย่างเกียจคร้าน ดวงตาสสีนิลมองสำรวจรอยร้าวเล็กๆ บนแผ่นหินนั้นอย่างพิจารณา ทฤษฎีเวทมนตร์ของโลกใบนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยโครงสร้างทางคณิตศาสตร์และกฎการแลกเปลี่ยนที่สม e=mc² ในเวอร์ชันแฟนตาซี เมล็ดพันธุ์เวทมนตร์ไม่ได้เกิดขึ้นจากพรสวรรค์ของพระเจ้า แต่มันคือปฏิกิริยาเคมีชีวภาพระหว่างจิตวิญญาณและอนุภาคมานาในบรรยากาศ และสิ่งที่อยู่ในร่างกายของเซน... ไม่ใช่ธาตุสายฟ้าธรรมดาอย่างที่แผ่นหินปะราชาญกำลังแสดงผลอยู่ "เชิญ... ปล่อยมานาของคุณออกมาได้แล้ว อย่าเสียเวลาของคณะกรรมการ" กรรมการคุมสอบขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิด เซนพยักหน้ารับช้าๆ เปลือกตาปิดลงครึ่งหนึ่งเพื่อดึงสติสัมปชัญญะเข้าสู่แก่นกลางของร่างกาย ในห้วงความคิดของเขานั้น มิติสีครามเข้มกำลังหมุนวนเป็นเกลียวคลื่น มันคือความปั่นป่วนที่เกิดจากความไม่เสถียรของพลังงานโบราณที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ—พลังแห่งเวทมนตร์ธาตุสายฟ้าที่หลอมรวมเข้ากับเศษเสี้ยวของธาตุแสงที่สูญสลายไป *แปร๊บ...* ประกายแสงสีฟ้าอ่อนสายหนึ่งแล่นแปลบปลาบอยู่ที่ปลายนิ้วชี้ของเขา มันดูเบาบางและไร้พิษภัยเสียจนเด็กเกเรกลุ่มเดิมส่งเสียงหัวเราะรัวออกมากว่าเดิม แต่ในวินาทีที่กระแสไฟฟ้าสายนั้นสัมผัสกับพื้นผิวของแผ่นหินปะราชาญ... *ตู้มมม!* เสียงระเบิดกัมปนาทไม่ได้ดังขึ้นจากแรงระเบิดทางกายภาพ ทว่ามันคือเสียงกรีดร้องของอนุภาคมานาที่ถูกบีบอัดจนถึงขีดสุด! แผ่นหินสีดำสนิทที่ขึ้นชื่อว่าทนทานต่อแรงกระแทกของเวทมนตร์ระดับกลางได้สบายๆ กลับปรากฏรอยร้าวรานกระจายตัวราวกับใยแมงมุมในเสี้ยววินาที ดวงตาของกรรมการคุมสอบเบิกกว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า ความตื่นตระหนกฉายชัดบนใบหน้าเมื่อเข็มวัดระดับมานาดีดตัวพุ่งทะยานผ่านขีดจำกัดของหน้าปัดอย่างไร้การควบคุม จากแรงก์ D... กลายเป็น C, B, A และหยุดนิ่งอยู่ที่... *สัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานสว่างวาบไปทั่วทั้งห้องโถงทดสอบ!* แย่แล้ว... เขาเผลอคำนวณแรงสะท้อนผิดพลาดไปนิดหน่อยสินะคะ เซนรีบตัดวงจรมานาในร่างกายของตนเองทันที ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องโถงทดสอบราวกับป่าช้า ทุกสายตานับร้อยคู่จ้องมองมาที่ร่างเพรียวบางของเด็กหนุ่มเป็นตาเดียว ราวกับเขามันคือสัตว์ประหลาดที่หลุดออกมาจากนิทานปรัมปรา "นะ... นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?!" กรรมการคุมสอบผุดลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้จนมันล้มคว่ำ "พลังงานระดับนี้... มันไม่ใช่แค่ธาตุสายฟ้าธรรมดา! มันคือการทำลายล้างโครงสร้างมานาโดยสมบูรณ์!" ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ ประตูบานใหญ่แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจงด้านหลังห้องโถงก็ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไวโอเล็ตป่าลอยละลิ่วเข้ามาพร้อมกับบรรยากาศที่กดดันจนทุกคนต้องกลั้นหายใจ สตรีในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายดาราจักรสีเงินย่างกรายเข้ามาอย่างสง่างาม เรือนผมสีเงินยาวสลวยสะท้อนกับแสงไฟเวทมนตร์ ดวงตาสีครามคู่คมกริบกวาดมองความเสียหายตรงหน้าด้วยความสนใจใคร่รู้ อาจารย์เอลาร่า... ผู้คุมกฎและอาจารย์ผู้ตรวจการลับแห่งสถาบันอาร์เคเลียก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเซน ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ดูราวกับกำลังมองเหยื่อในกำมือ แต่นัยน์ตากลับทอประกายระยิบระยับด้วยความหมายที่ยากจะคาดเดา "น่าสนใจจริงๆ..." สุภาพสตรีสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงอำนาจจนเซนต้องลอบกลืนน้ำลายลงคอ "เด็กปีหนึ่งที่สอบเข้าด้วยพลังเวทสายฟ้ากากๆ... แต่กลับเกือบทำลายห้องทดสอบพังพินาศได้ในพริบตาเดียว" เอลาร่าโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เซนจนได้กลิ่นหอมจางๆ นั้น ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันอย่างมีความนัย "เธอชื่อเซนสินะ... ดูท่าว่าชีวิตในรั้วโรงเรียนอันแสนสงบสุขของเธอ คงจะต้องจบลงตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มแล้วล่ะค่ะ... เพราะหลังจากนี้ ฉันจะ ‘ดูแล’ เธอเป็นพิเศษเอง" — *ติ๊ง!* — เสียงแจ้งเตือนอันคุ้นเคยที่ดังขึ้นในห้วงความคิดของเซน พร้อมกับหน้าต่างระบบโปร่งใสสีฟ้าที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าขัดจังหวะทุกลลมหายใจ **[ระบบตรวจพบเป้าหมายระดับ SSS: ความลับแห่งธาตุแสงโบราณ]** **[เงื่อนไขบังคับ: ท่านได้ถูกบรรจุชื่อเข้าสู่ "หน่วยพิทักษ์พิเศษ" ภายใต้การควบคุมโดยตรงของอาจารย์เอลาร่า เริ่มต้นภารกิจแรกทันที]** -------------------------------------------------- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับก้าวแรกของเซนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — *เซเลสเทียละอองเวท*
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์สายวิจัยที่ชอบโดดเรียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%