สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกดื้อรั้น•ตอนที่ 3

กำแพงที่กั้นระหว่างเรา

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
"ผมถามว่า ใครอนุญาตให้คุณสั่งคนงานหยุดเดินระบบท่อตรงนั้น" น้ำเสียงของรวินท์ไม่ได้ตะคอก แต่มันเย็นเยียบจนทำให้บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบลงหลายองศา ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและสวมหมวกนิรภัยก้าวเข้ามาประชิดพื้นที่หน้างานด้วยท่าทีคุกคาม ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบคิ้วหนาดุดันราวกับพญาอินทรีที่กำลังปกป้องอาณาเขตของตัวเอง แต่สำหรับคนที่ยืนกอดอกพิงเสาปูนเปลือยอยู่ตรงนั้น... ธารใสไม่มีทีท่าว่าจะสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย "ฉันเป็นเจ้าของตึกนี้ค่ะ คุณรวินท์ และในฐานะเจ้าของตึก ฉันมีสิทธิ์ขาดทุกประการในการปกป้องไม่ให้โครงสร้างเดิมพังพินาศคามือสถาปนิกปากจัดอย่างคุณ" ธารใสสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากมีความเย้ยหยันเคลือบอยู่บางๆ ชนิดที่ต่อให้เป็นผู้ชายใจแข็งแค่ไหนก็ต้องมีเขว รวินท์แค่น "หึ" ออกมาจากลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนมุมปากหยักลึก เขาถอดถอดมือถือและม้วนกระดาษพิมพ์เขียวในมือออก แล้วก้าวเข้าไปหาเธอทีละก้าว... ทีละก้าว จนระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่เหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นอายความเป็นชายผสมกับกลิ่นฝุ่นปูนและน้ำหอมจางๆ ลอยเข้าแตะจมูก "เจ้าของตึกเหรอครับ? ใช่... คุณเป็นคนจ่ายเงินจ้างผม แต่จำใส่สมองอันปราดเปรื่องของคุณไว้ด้วยว่า งานออกแบบและการคำนวณวิศวกรรมโครงสร้าง เป็นอาณาเขตของผม ถ้าผมบอกว่าท่อเก่าพวกนั้นมันขึ้นสนิมและกำลังจะพังลงมาทับหัวคนงานของคุณตายห่า คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาใช้อารมณ์งี่เง่าเอาแต่ใจสั่งเบรกงานเด็ดขาด" "นี่คุณ! หยาบคาย!" ธารใสหน้าตื่นด้วยความโกรธ เธอยกนิ้วเรียวขึ้นชี้หน้าเขา ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ "คุณจะว่าฉันโง่หรือเอาแต่ใจยังไงก็ได้ แต่ไม่มีวันเสียล่ะ ที่ฉันจะยอมให้คุณมาทุบผนังอิฐมอญโบราณฝั่งทิศตะวันออกนั่นทิ้ง! รู้ไว้ซะด้วยว่ารอยปูนปั้นพวกนั้น ปู่ของฉันเป็นคนลงมือทำเองกับมือ!" รวินท์ชะงักไปนิดเมื่อได้ยินประโยคหลัง แววตาที่แข็งกร้าวของสถาปนิกหนุ่มไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ความละเอียดอ่อนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากร้ายเริ่มทำหน้าที่ของมัน เขากวาดสายตามองไปที่ผนังปูนปั้นโบราณที่เธอกำลังปกป้อง ร่องรอยลวดลายดอกไม้เลื้อยที่ถูกกาลเวลาและคราบฝุ่นกลบเกลื่อน มันมีความงามแบบวินเทจที่หาไม่ได้อีกแล้วในตึกยุคปัจจุบัน... เขารู้ดีว่ามันมีคุณค่าทางจิตใจ แต่ในมุมมองของสถาปนิกและวิศวกรโครงสร้าง รอยร้าวแนวทแยงที่พาดผ่านลายปูนปั้นนั้น มันคือสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤต แต่แทนที่จะอธิบายด้วยเหตุผลดีๆ รวินท์กลับเลือกใช้กำแพงความกวนประสาทมากลบเกลื่อนความห่วงใยที่ก่อตัวขึ้นในอก "อ๋อ... ที่แท้ก็เป็นเรื่องของมรดกความทรงจำวัยเด็ก งี่เง่าสิ้นดี" รวินท์ยัก The shoulders เบาๆ น้ำเสียงเย้ยหยัน "ตึกนี้สร้างมาจะหกสิบปีแล้วนะครับคุณธารใส ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ถ้าคุณรักความทรงจำพวกนั้นมาก ทำไมไม่ไปสร้างศาลพระภูมิแล้วกราบไหว้มันในห้องนอนส่วนตัวล่ะครับ จะได้ไม่ต้องมาเดือดร้อนคนอื่นเขา" "คุณรวินท์!" ธารใสฟาดมือลงบนอกเสื้อของเขาเต็มแรงด้วยความโมโห ความอดทนของเธอขาดผึง "คุณมัน... คนใจดำ เย็นชา และไร้หัวใจที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา! ออกไปจากตึกของฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ!" แรงกระแทกนั้นไม่ได้ทำให้รวินท์ถอยหลังเลยแม้แต่น้อย มือใหญ่กลับยื่นออกไปคว้าข้อมือเรียวเล็กของเธอไว้ได้อย่างรวดเร็วก่อนที่เธอจะทันได้ฟาดมือมาเป็นครั้งที่สอง รวินท์ดึงเธอเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนแทบจะแนบชิด ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้ดวงตากลมโตของธารใสเบิกกว้างด้วยความตกใจ ใบหน้างามร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ดอกไม้ไฟแห่งความโกรธเกรี้ยวดูเหมือนจะมอดดับลงชั่วขณะ แทนที่ด้วยกระแสไฟฟ้าบางอย่างที่วิ่งพล่านไปตามผิวสัมผัส รวินท์ก้มมองคนตัวเล็กกว่าที่กำลังเม้มริมฝีปากแน่นอย่างคนถือดี หัวใจเจ้ากรรมในอกข้างซ้ายกลับเต้นผิดจังหวะเสียอย่างนั้น ทั้งที่ตั้งใจจะพูดจาเชือดเฉือนให้เธอสำนึก แต่พอได้เห็นแววตาไหวระริกที่พยายามซ่อนความอ่อนแอเอาไว้ภายใต้ความแข็งกร้าว... คำพูดร้ายๆ ก็กลืนหายลงคอไปหมด "ถ้าผมใจดำจริง..." รวินท์กระซิบเสียงต่ำพร่า ริมฝีปากหยักขยับอยู่ใกล้ใบหูของเธอจนรู้สึกถึงไออุ่น "ผมคงปล่อยให้ผนังตรงนั้นถล่มลงมาฝังร่างคุณไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วล่ะครับ คนดื้อ..." ธารใสสะท้านเฮือก เธอนิ่งอึ้งไปกับน้ำเสียงและสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ความดุดันเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความลึกซึ้งบางอย่างที่เธอไม่อาจต้าน ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองคนกำลังเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก และระยะห่างระหว่างใบหน้าลดน้อยลงเรื่อยๆ จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน... "เอ่อ... ขอโทษนะครับคุณรวินท์... ทางเขตส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบเรื่องใบอนุญาตต่อเติมครับ" เสียงทุ้มของลูกน้องหนุ่มคนสนิทที่โผล่พรวดพรากเข้ามาจากมุมเสา ทำลายมนต์สะกดทุกอย่างลงในพริบตา! ธารใสสะดุ้งสุดตัว เธอผลักอกรวินท์ออกสุดแรงเกิด ใบหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เธอรีบยกมือขึ้นเสยผมแก้เก้อแล้วหันหลังขวับเดินหนีไปทันทีโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย รวินท์ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เขายกมือขึ้นเสยผมลวกๆ สบถเบาๆ ในลำคอด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ แต่เมื่อหันไปมองแผ่นหลังบางที่เดินหนีหายไปทางบันไดหนีไฟ รอยยิ้มบางเบาที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวก็ปรากฏขึ้นบนมุมปาก ...ยายเด็กดื้อเอ้ย... เธอชนะฉันอีกแล้วนะ [ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม "ราชันย์หอกทมิฬ" ครับ]
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกดื้อรั้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%