กลิ่นคาวสนิมเหล็กและฟอร์มาลีนจาง ๆ ลอยอลวนอยู่ภายใต้แสงไฟนีออนสีขาวโพลนของห้องสืบสวนชั่วคราว รวินท์ใช้ปลายนิ้วมือสวมถุงมือยางสีขาวแตะลงบนภาพถ่ายที่ถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบยาวเหยียดบนโต๊ะไม้สักขนาดใหญ่ ภาพเหล่านั้นไม่ใช่ภาพถ่ายศพทั่วไป แต่มันคือแผนผังพฤติกรรม อาชญากรรมที่ถูกถอดรหัสออกมาเป็นเส้นกราฟและข้อความสัญลักษณ์ ซึ่งเชื่อมโยงกันด้วยด้ายสีแดงราวกับใยแมงมุมของฆาตกรต่อเนื่อง
"คุณกำลังคิดว่าเขากำลังเล่นเกมทายปัญหา... แต่จริง ๆ แล้ว เขากำลังสร้างอนุสาวรีย์ให้ตัวเองต่างหากครับ ลินิน"
รวินท์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของเขาเจือไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่แววตาหลังกรอบแว่นสายตากลับคมกริบราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับคม เขายืนกอดอกพิจารณาแผ่นกระดาษโน้ตสีเหลืองที่แปะอยู่ตรงกึ่งกลางกระดาน ซึ่งมีลายมือหวัด ๆ เขียนด้วยปากกาหมึกซึมสีดำสนิท เป็นประโยคภาษาลาตินที่แปลความหมายได้ว่า *'ความยุติธรรมเริ่มต้นเมื่อความลับถูกเปิดเผย'*
ลินินที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หมุนหน้าจอคอมพิวเตอร์พับหน้าจอโน้ตบุ๊กเสียงดังเบา ๆ เธอหมุนตัวกลับมามองชายหนุ่มด้วยสายตาที่อ่านยาก บนตักของเธอมีแท็บเล็ตแสดงผลข้อมูลการเข้ารหัสลับชุดล่าสุดที่ดึงมาจากเซิร์ฟเวอร์ใต้ดิน ซึ่งเพิ่งถอดรหัสเสร็จสิ้นไปหมาด ๆ
"ถ้าเขาต้องการสร้างอนุสาวรีย์จริง ๆ แสดงว่าเหยื่อแต่ละรายไม่ใช่การเลือกแบบสุ่มอย่างที่พวกเราเคยคาดการณ์ไว้ในตอนแรกใช่ไหมคะ... อ่า ขออภัยครับ ผมติดปากพูดตามความเคยชิน" ลินินรีบเปลี่ยนสรรพนามและปรับเสียงหัวเราะเบา ๆ กลบเกลื่อนความผิดพลาดเมื่อครู่ พร้อมกับส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้
รวินท์เหลือบมองคู่หูสาวแวบหนึ่ง มุมปากของเขาหยักขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงรับรู้ "ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอนครับ การเลือกเหยื่อมีรูปแบบทางจิตวิทยาที่ชัดเจนมาก เหยื่อทั้งสี่รายที่ผ่านมาล้วนมีความเชื่อมโยงกันในระดับโครงสร้างทางสังคม พวกเขาไม่ใช่คนใหญ่คนโต แต่เป็น 'ฟันเฟือง' เล็ก ๆ ในระบบราชการที่เคยมีส่วนร่วมในคดีปิดตายเมื่อสิบปีก่อน คดีที่คุณพ่อของผมเคยทำสำนวนไว้ก่อนจะ..."
เขากลืนคำพูดที่เหลือลงคอไป ความเจ็บปวดแปลบปลาดยังคงกัดกินหัวใจทุกครั้งที่นึกถึงเหตุการณ์ในอดีต แต่รวินท์เลือกที่จะใช้มันเป็นเชื้อเพลิงขับเคลื่อนสติปัญญา เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสมาธิกลับคืนมา
"คุณกำลังจะบอกว่า ฆาตกรรายนี้ไม่ได้ฆ่าเพื่อความสะใจส่วนตัว แต่เขามีเป้าหมายเพื่อ 'พิพากษา' ระบบที่เคยบิดเบือนความจริงในอดีตอย่างนั้นสินะคะ?" ลินินวางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะ เสียงกระทบเบา ๆ สะท้อนความจริงจังที่เข้ามาแทนที่บรรยากาศผ่อนคลายเมื่อครู่ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างเขาหน้ากระดานโพรไฟล์
"ถูกต้องครับ" รวินท์พยักหน้าช้า ๆ พร้อมกับชี้ดินสอในมือไปยังภาพถ่ายของเหยื่อรายล่าสุด "ลองสังเกตวิธีจัดวางศพสิครับ มันไม่ใช่แค่การฆ่าแล้วอำพราง แต่มันคือการจัดฉากเชิงสัญญะ เหยื่อถูกมัดในท่าคุกเข่า หันหน้าเข้าหาผนัง ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับสำนักงานอัยการสูงสุดในยุคนั้น มันคือสัญลักษณ์ของการสารภาพบาป"
โพรไฟล์เลอร์หนุ่มกวาดสายตาไล่เรียงไทม์ไลน์อย่างละเอียด เขาวิเคราะห์พฤติกรรมเชิงลึก (Behavioral Analysis) ของคนร้ายรายนี้อย่างเป็นระบบตามหลักการสืบสวนระดับสากลที่เขาได้รับการฝึกฝนมาอย่างเข้มงวด
"จากรอยกรีดบนร่าง และความปราณีตในการใช้เครื่องมือแพทย์แสดงให้เห็นว่า คนร้ายมีความรู้ด้านกายวิภาคศาสตร์อย่างลึกซึ้ง อาจจะเป็นแพทย์ ศัลยแพทย์ หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่นิติเวชที่มีความแค้นฝังหุ่นกับกระบวนการยุติธรรม นอกจากนี้ ความใจเย็นในการทำความสะอาดพื้นที่เกิดจนแทบไม่เหลือดีเอ็นเอ บ่งบอกว่าเขาเป็นคนที่มีระเบียบวินัยสูงมาก เป็นพวกสมบูรณ์แบบนิยม (Perfectionist) ที่ไม่ยอมให้แผนการเกิดข้อผิดพลาดแม้แต่น้อยนิด"
ลินินพยักหน้ารับเห็นพ้อง เธอเลื่อนนิ้วไปสัมผัสหน้าจอแท็บเล็ตเพื่อดึงข้อมูลเชิงลึกที่เธอแอบเจาะเข้าระบบฐานข้อมูลกลางขึ้นมาแสดง "สอดคล้องกับข้อมูลที่ดิฉัน... เอ้ย ผมเพิ่งถอดรหัสมาจากโค้ดลับในอีเมลที่ส่งเข้ามาร้านหนังสือของเราเมื่อคืนเลยครับ ระบบการเข้ารหัสแบบ RSA-2048 บ่งบอกว่าผู้ส่งมีความเชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ระดับสูงมาก ซึ่งคนธรรมดาไม่มีทางทำได้แน่ ๆ"
รวินท์หันขวับมามองเธอทันที แววตาคมกริบฉายประกายความสงสัยระคนตื่นตัว "คุณหมายความว่าอย่างไรครับ ลินิน? อีเมลฉบับนั้นไม่ได้ถูกส่งมาจากที่สาธารณะอย่างนั้นหรือ?"
"ไม่ใช่แค่สาธารณะครับ..." ลินินใช้นิ้วเลื่อนภาพหน้าจอแสดงผลโค้ดสีเขียวขจีที่วิ่งพล่านบนหน้าจอ "ไอพีแอดเดรสของการส่งสัญญาณถูกซ่อนไว้ด้วยพร็อกซี่เซิร์ฟเวอร์ถึงเจ็ดชั้น แต่มีร่องรอยหลงเหลืออยู่จุดหนึ่ง... จุดที่สัญญาณถูกส่งตรงมาจากอาคารสำนักงานสืบสวนกลาง อาคารหลังที่เรากำลังยืนอยู่นี่เองครับ"
บรรยากาศภายในห้องสืบสวนพลันลดฮวบลงจนหนתาวเหน็บ ลมหายใจของชายหนุ่มสะดุดไปเสี้ยววินาที ความเงียบงันเข้ามาแทนที่เสียงพัดลมระบายอากาศของคอมพิวเตอร์
รวินท์ขมวดคิ้วแน่น สมองอันปราดเปรื่องประมวลผลข้อมูลมหาศาลด้วยความเร็วสูง หากคนร้ายส่งสัญญาณจากภายในอาคารแห่งนี้ แสดงว่าฆาตกรไม่ได้อยู่ไกลออกไปไหนเลย แต่มันแฝงตัวอยู่ใต้จมูกของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาโดยตลอด และอาจจะเป็นคนใกล้ชิดที่เขากำลังร่วมงานด้วยในคดีนี้
ก่อนที่รวินท์จะทันได้เอ่ยคำถามใดออกมา เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็ดังขึ้นก้องกังวานไปทั่วทั้งตึก พร้อมกับไฟฉุกเฉินที่กะพริบถี่ระรัว แสงสีส้มวับๆ แวมๆ สาดส่องใบหน้าที่ตึงเครียดของคนทั้งสอง
หน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องบนโต๊ะดับวูบลงพร้อมกันในพริบตา ก่อนที่หน้าจอสีดำสนิทจะปรากฏข้อความตัวอักษรสีเขียวเรืองแสงขึ้นมาทีละตัวอย่างช้า ๆ ด้วยฝีมือของระบบปัญญาประดิษฐ์ปริศนาที่เจาะเข้ามาควบคุมเครือข่ายภายใน
*‘ยินดีด้วย โพรไฟล์เลอร์หนุ่ม... คุณถอดรหัสตัวตนของฉันได้เร็วกว่าที่คาดไว้มาก แต่คุณรู้ตัวไหมว่า... ตอนนี้เหยื่อรายสุดท้ายกำลังรอให้คุณไปช่วยชีวิต... อยู่ใต้เท้าของคุณนี่เอง’*
รวินท์เบิกตากว้าง หัวใจเต้นกระหน่ำรัวด้วยความตื่นตัวขีดสุด เขารีบหันไปสบตากับลินินที่ตอนนี้ใบหน้าถอดสีลงอย่างเห็นได้ชัด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่กำลังวิ่งกรูเข้ามาใกล้ประตูห้องสืบสวนทีละน้อย พร้อมกับเสียงล็อกประตูอัตโนมัติที่ดังขึ้น *คลิก!* ตัดขาดเส้นทางหลบหนีทั้งหมด
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ!
โพรไฟล์เลอร์สายตาดุกับผู้ช่วยสาวเจ้าของรหัสลับ•ตอนที่ 16
ถอดรหัสจิตอาฆาต
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โพรไฟล์เลอร์สายตาดุกับผู้ช่วยสาวเจ้าของรหัสลับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!