"ถอยไปอยู่ด้านหลังชั้นหนังสือประวัติศาสตร์ครับ... ตรงนั้นเป็นจุดอับสายตาจากบานกระจกพอดี"
เสียงกระซิบต่ำทว่าหนักแน่นของรวินท์ลอดผ่านไรฟัน นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปปลดล็อกสลักกระเป๋าเอกสารหนังแท้โดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณดิบของโพรไฟล์เลอร์หนุ่มถูกปลุกเร้าขึ้นอย่างเต็มพิกัด อะดรีนาลีนในกระแสเลือดสูบฉีดจนได้ยินเสียงชีพจรเต้นก้องใน
ภายนอกร้านหนังสือมือสอง ท่ามกลางม่านสายฝนที่โปรยปรายลงมาเคลือบผิวถนนจนสะท้อนแสงไฟนีออนสีส้ม เงาสูงใหญ่ของบุคคลปริศนาหยุดนิ่งอยู่ที่หน้าประตูกระจกฝ้า ร่างนั้นไม่ได้เคาะ ไม่ได้ส่งเสียงเรียก แต่เงาทะมึนที่ทาบทับลงมากลับสร้างแรงกดดันมหาศาล ราวกับผู้มาเยือนกำลังประเมินโครงสร้างร้านและการหลบหนีของคนข้างใน
ลินินไม่แสดงอาการตื่นตระหนกอย่างที่ควรจะเป็น หญิงสาวในชุดเสื้อกันหนาวไหมพรมสีครีมขยับตัวอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้ถอยไปตามคำสั่ง แต่กลับเอื้อมมือไปกดสวิตช์ใต้เคาน์เตอร์เพื่อตัดกระแสไฟหลักของร้านในเสี้ยววินาที ความมืดเข้าปกคลุมทันท่วงที มีเพียงแสงเรืองรองอ่อนๆ จากหน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานที่ยังคงสว่างวาบ สะท้อนดวงตากลมโตเป็นประกายคมกริบของเธอ
"ใจเย็นๆ ครับคุณโพรไฟล์เลอร์" ลินินกระซิบกลับ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่มั่นคงอย่างประหลาด "ประตูบานนั้นถูกออกแบบมาให้ทนแรงกระแทกได้ถึงระดับสี่... และที่สำคัญที่สุด คนข้างนอกนั่นไม่ได้มาเพื่อพังประตูหรอกครับ เขากำลังส่งสัญญาณ"
รวินท์หรี่ตาลง วิเคราะห์สถานการณ์ผ่านหลักจิตวิทยาเชิงพฤติกรรมทันที น้ำหนักของเงาที่ทิ้งลงบนพื้นกระจก ความนิ่งของจังหวะการหายใจที่เขาสามารถสัมผัสได้จากคลื่นความสั่นสะเทือนเล็กๆ ผ่านพื้นไม้ปาเก้ และที่สำคัญที่สุด... ความคุ้นเคยบางอย่างกับรูปแบบการคุกคามนี้
*ไม่ใช่โจร... ไม่ใช่นักฆ่ารับจ้าง... แต่เป็นคนของระบบที่ต้องการเจรจาในพื้นที่สีเทา*
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก
เสียงเคาะสามครั้งติดต่อกันดังขึ้นอย่างสุภาพ แต่เยือกเย็นจนน่าขนลุก มันไม่ใช่การเคาะประตูเพื่อขออนุญาตเข้าบ้าน แต่มันคือรหัสสากลที่เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษใช้ยืนยันตัวตน
รวินท์ก้าวเท้าสืบเข้าไปใกล้บานประตู สายตาคมกราบกวาดมองผ่านช่องว่างเล็กๆ ระหว่างม่านบังตา ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อโค้ทกันฝนสีดำสนิทกำลังยืนรออย่างไร้ความเร่งรีบ ใบหน้าของอีกฝ่ายถูกปีกหมวกบังไว้เกือบมิด แต่รวินท์จำรอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวที่สันจอกนั่นได้แม่นยำ... พันตำรวจโทสาริศ อดีตนายตำรวจผู้เคยเป็นทั้งครูฝึกและเงาทะมึนในอดีตของเขาเอง
"อาจารย์สาริศ..." รวินท์พึมพำกับตัวเอง กล้ามเนื้อกรามขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน บาดแผลทางใจจากการสูญเสียครอบครัวในคดีที่ถูกปิดตายเมื่อห้าปีก่อน ล้วนมีเงาของชายคนนี้เข้ามาเกี่ยวข้องในฐานะผู้บังคับบัญชาที่สั่งให้ยุติการสืบสวน
ลินินเดินเข้ามาประชิดร่างสูง กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกลาเวนเดอร์ผสมกลิ่นกระดาษเก่าลอยแตะจมูก นิ้วเรียวเล็กเอื้อมมาแตะที่แขนเสื้อของรวินท์เบาๆ เป็นเชิงห้ามปรามไม่ให้ใช้อารมณ์นำเหตุผล
"กฎหมายมีทางตันเสมอ รวินท์" ลินินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังเป็นครั้งแรกในรอบวัน "และคุณก็รู้ดีว่า ถ้าสาริศก้าวมาถึงหน้าร้านนี้ด้วยตัวเอง แปลว่าคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่คุณกำลังไล่ล่าอยู่... ได้ก้าวข้ามขอบเขตที่ตำรวจน้ำดีจะแตะต้องได้แล้ว"
รวินท์หันมามองสหายสาว แววตาที่เคยเย็นชาและเต็มไปด้วยกำแพงความรู้สึก บัดนี้มีความลังเลไหววูบผ่านเข้ามา เขาขบคิดอย่างรอบคอบ โครงสร้างของคดีนี้มีช่องโหว่ทางกฎหมายมากมาย หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ถูกทำลายอย่างแนบเนียนโดยผู้มีอิทธิพล หากเขาเลือกเดินตามระบบราชการต่อไป เหยื่อรายถัดไปจะต้องจบชีวิตลงก่อนที่หมายจับจะอนุมัติเสียด้วยซ้ำ
นี่คือจุดตัดที่สำคัญที่สุดในชีวิตการเป็นโพรไฟล์เลอร์ของเขา... ระหว่างการเป็นสุนัขรับใช้ที่ต้องทำตามกรอบกฎหมายที่บิดเบี้ยว กับการเป็น 'เงา' ที่พร้อมจะก้าวข้ามเส้นศีลธรรมเพื่อทวงคืนความยุติธรรม
รวินท์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความเดือดดาลในอก ก่อนจะหันกลับไปจ้องมองผ่านบานกระจกที่คั่นกลางระหว่างโลกสองใบ เขายื่นมือไปปลดล็อกกลอนประตูด้านในด้วยความเด็ดเดี่ยว
คลิก!
เสียงกลอนโลหะดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ บานประตูกระจกถูกผลักออกช้าๆ สายฝนด้านนอกสาดกระเซ็นเข้ามากระทบพื้นผิว พร้อมกับร่างของสาริศที่ก้าวเข้ามาภายในร้านอย่างเงียบเชียบ กลิ่นอายของความกดดันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ
"ฉันรู้ว่านายกำลังตามหาตัว 'ผู้บงการ' คนนั้นอยู่ รวินท์" สาริศเอ่ยขึ้นโดยไม่รอให้เจ้าของร้านกล่าวทักทาย ดวงตาคมกริบภายใต้ปีกหมวกจ้องมองตรงมาที่อดีตลูกศิษย์ "แต่นายไม่มีวันชนะด้วยวิธีของตำรวจหรอก เพราะหลักฐานทั้งหมดถูกลบออกจากเซิร์ฟเวอร์หลักของกรมไปหมดแล้ว"
รวินท์ไม่ตอบ เขายืนกอดอก สายตาวิเคราะห์ทุกการเคลื่อนไหวของสาริศอย่างไม่ละสายตา "ถ้าอาจารย์รู้ว่าหลักฐานอยู่ที่ไหน ทำไมถึงปล่อยให้มันผ่านมาถึงจุดนี้"
"เพราะฉันทำไม่ได้..." สาริศถอดหมวกเปียกฝนออก เผยให้เห็นใบหน้าที่มีริ้วรอยแห่งความเหนื่อยล้า "แต่ 'พวกเธอ' ทำได้"
สาริศเบนสายตาเลยผ่านร่างของรวินท์ไปหยุดอยู่ที่ลินิน ซึ่งยืนอยู่ข้างชั้นหนังสืออย่างสงบนิ่ง รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของนายตำรวจรุ่นพี่ ก่อนที่เขาจะโยนแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทขนาดเล็กตกลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ
"นี่คือรหัสผ่านเข้าสู่โครงข่ายลับขององค์กรที่นายกำลังตามหา... และมันจะเป็นตั๋วเที่ยวเดียวที่ไม่มีวันหวนกลับ" สาริศกล่าวเสียงต่ำ "ถ้าตกลงจะร่วมมือกับลินินในฐานะ 'ทีมเงา' ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป นายจะไม่ใช่โพรไฟล์เลอร์ภายใต้สังกัดสำนักงานตำรวจอีกต่อไป แต่รวินท์... นายจะกลายเป็นเป้าหมายที่ทั้งกรมตำรวจและฆาตกรต้องการล่าหัว"
ความเงียบเข้าปกคลุมร้านหนังสือชั่วขณะ รวินท์เหลือบมองแฟลชไดรฟ์สีดำบนโต๊ะสลับกับใบหน้าของลินินที่ส่งยิ้มให้เขาอย่างมั่นใจ ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากปากของโพรไฟล์เลอร์หนุ่ม มีเพียงการตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ที่เขาต้องแบกรับ
รวินท์เอื้อมมือไปหยิบแฟลชไดรฟ์ชิ้นนั้นขึ้นมาสัมผัส ความเย็นเฉียบของโลหะส่งผ่านปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ เป็นอันสิ้นสุดความลังเลทั้งหมดทั้งมวล
"ผมตกลง..." รวินท์กล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทแต่ทรงพลัง "เราจะเล่นเกมนี้ในแบบของเงา"
ทว่า... ในวินาทีที่ปลายนิ้วของรวินท์เสียบแฟลชไดรฟ์เชื่อมต่อเข้ากับแท็บเล็ตบนโต๊ะ หน้าจอกลับไม่ได้แสดงผลข้อมูลชุดคำสั่งขององค์กรอย่างที่ควรจะเป็น จู่ๆ หน้าจอสีฟ้าใสก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานพร้อมกับข้อความเตือนภัยขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้นกลางจอภาพ
**[SYSTEM ALERT: WARNING! UNKNOWN PROTOCOL OVERRIDE]**
**[Target Locked: IP Address traced from external source... Location: Inside this room]**
เสียงสัญญาณเตือนภัยดัง "ปี๊ด... ปี๊ด..." แหลมสูงบาดแก้วหูสะท้อนก้องไปทั่วร้านหนังสือมืดสนิท ในขณะที่หลอดไฟนีออนกระพริบถี่รัวก่อนจะดับสนิทลงทั้งหมด และก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว ประตูเหล็กม้วนด้านหน้าร้านก็กระแทกลงปิดทับด้วยระบบอัตโนมัติจากภายนอก ขังพวกเขาทั้งสามคนไว้ในกรงขังมืดทึบ พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักอึ้งนับสเภรกำลังเร่งฝ่าสายฝนตรงดิ่งมาปิดล้อมรอบอาคารแห่งนี้อย่างรวดเร็ว
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยความตื่นเต้นนะครับ
โพรไฟล์เลอร์สายตาดุกับผู้ช่วยสาวเจ้าของรหัสลับ•ตอนที่ 4
เมื่อกฎหมายมีทางตัน
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โพรไฟล์เลอร์สายตาดุกับผู้ช่วยสาวเจ้าของรหัสลับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!