กลิ่นอับชื้นของคราบเลือดที่แห้งกรังผสมกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อราคาถูก ลอยอวลอยู่ในห้องพักขนาดสิบแปดตารางเมตร ณ อพาร์ตเมนต์เก่าแก่ย่านฝั่งธนบุรี ร่างของชายวัยกลางคนนอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้นกระเบื้องยางสีหม่น ดวงตาเบิกโพลงสะท้อนแสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ จากเพดาน ตำรวจท้องถิ่นสรุปสำนวนเบื้องต้นอย่างรวดเร็วว่าเป็นอุบัติเหตุ—ล้มหัวฟาดขอบเตียงเนื่องจากอาการมึนเมา
แต่สำหรับ รวินท์ แล้ว ไม่มีคำว่า "บังเอิญ" ในพจนานุกรมของโพรไฟล์เลอร์
"กองร้อยสืบสวน สน. ท้องที่สรุปว่าผู้ตายดื่มสุราจนขาดสติแล้วสะดุดขาตัวเองครับคุณรวินท์ สภาพศพไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ทรัพย์สินยังอยู่ครบ" นายตำรวจหนุ่มในเครื่องแบบกล่าวรายงานด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน พร้อมกับส่งแฟ้มคดีบางเฉียบมาให้
รวินท์ไม่ได้ยื่นมือไปรับแฟ้มทันที ดวงตาสีนิลคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตา กวาดมองสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างละเอียดลออ ราวกับเครื่องสแกนความละเอียดสูง นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือยางสีขาวเคาะเบาๆ ที่สันแฟ้มเป็นจังหวะสม่ำเสมอ—สัญลักษณ์ทางกายภาพที่บ่งบอกว่าสมองส่วนหน้าของเขากำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลด้วยความเร็วสูง
"ร่องรอยการต่อสู้ไม่มี... แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีการบังคับ" เสียงทุ้มต่ำเอื้อnเอ่นขึ้น น้ำเสียงเรียบสนยสนิทไร้ระลอกคลื่นอารมณ์ แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้ผู้กองหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
รวินท์ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ศพอย่างระมัดระวัง เขาย่อตัวลงในระดับสายตาเดียวกับจุดเกิดเหตุ
"คุณผู้กอง... สังเกตแก้วน้ำบนโต๊ะทำงานนั่นไหมครับ" รวินท์เอ่ยโดยไม่ละสายตาจากพื้น
นายตำรวจหันไปมอง "ครับ... แก้วกาแฟที่ดื่มค้างไว้ ทำไมหรือครับ?"
"มันไม่ใช่แค่กาแฟค้างคืน" รวินท์ชี้จุดสำคัญด้วยปลายปากกาในมือ "คราบน้ำที่ก้นแก้วแห้งสนิทเป็นวงแหวนมาไม่ต่ำกว่าสิบสองชั่วโมง แต่คราบน้ำรอบๆ ขอบแก้วด้านบนกลับเพิ่งถูกเติมความชื้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้... ในห้องที่ปิดตาย หน้าลงกลอนจากด้านใน และไม่มีร่องรอยการงัดแงะ ฆาตกรไม่ได้เข้ามาทางประตูหรือหน้าต่าง แต่เขา 'อยู่' ที่นี่ก่อนหน้านั้นแล้ว และจงใจจัดฉากทุกอย่างให้เหมือนอุบัติเหตุหลังความตาย"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่สืบสวนชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิดในห้อง
รวินท์ขยับตัวเข้าใกล้ร่างไร้ลมหายใจอีกนิด เขาสังเกตเห็นรอยกดทับจางๆ บริเวณข้อเท้าด้านซ้าย ซึ่งขัดแย้งกับท่าทางการล้มคว่ำหน้าอย่างสิ้นเชิง หากเป็นการล้มเองตามธรรมชาติ กล้ามเนื้อจะต้องมีการเกร็งตัวและทิ้งน้ำหนักไปข้างหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ แต่รอยฟกช้ำใต้ผิวหนังกลับบ่งบอกว่า ข้อเท้าร่างนี้ถูกกระชากด้วยแรงบิดในมุมหนึ่งร้อยแปดสิบองศาก่อนจะหมดสติ
นี่ไม่ใช่คดีอุบัติเหตุธรรมดา... แต่นี่คือผลงานของฆาตกรที่เข้าใจจิตวิทยาการสืบสวนของตำรวจไทยอย่างทะปรุโปร่ง
ในจังหวะที่รวินท์กำลังจะหยิบแว่นขยายขึ้นมาตรวจพิสูจน์รอยเส้นใยผ้าปริศนาที่ติดอยู่กับขอบเตียง เสียงเตือนข้อความอิเล็กทรอนิกส์จากแท็บเล็ตขนาดพกพาในกระเป๋าเสื้อสูทก็ดังขึ้นเบาๆ เป็นสัญญาณเตือนเข้ารหัสลับระดับสูง
*—ติ๊ง!—*
รวินท์ชะงักมือเล็กน้อย เขาดึงหน้าจอโฮโลแกรมส่วนตัวขึ้นมาตรวจสอบ ข้อมูลโค้ดชุดหนึ่งปรากฏขึ้นบนหน้าจอ เป็นข้อความสั้นๆ จากเบอร์แปลกปลอมที่เชื่อมต่อผ่านระบบคลาวด์นิรนามของร้านหนังสือเก่าแก่กลางเมือง
*[ระวัง... เงาที่สองในห้องนั้นไม่ได้มีแค่คุณ รหัสผ่านเปิดแฟ้มลับถูกปลดล็อกแล้ว ยินดีต้อนรับสู่เกมกระดานของจริงครับ โพรไฟล์เลอร์]*
ทันทีที่อ่านข้อความนั้นจบ ขนอ่อนทั่วร่างของรวินท์ก็ลุกชันขึ้นอย่างกะทันหัน สัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่ถูกฝึกฝนมาอย่างโชกโชนสั่งให้เขาดีดตัวลุกขึ้นยืนแล้วหันขวากับไปมองยังมุมมืดของห้องทันที
ที่มุมอับสายตาหลังตู้เสื้อผ้าเก่าๆ บานพับไม้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดแผ่วเบา ราวกับมีใครบางคน—หรืออะไรบางคน—กำลังยืนซ่อนตัวอยู่ และกำลังจ้องมองทุกการเคลื่อนไหวของเขาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ!
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนากับผมในตอนแรกนี้นะครับ
โพรไฟล์เลอร์สายตาดุกับผู้ช่วยสาวเจ้าของรหัสลับ•ตอนที่ 1
รอยเท้าในห้องปิดตาย
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โพรไฟล์เลอร์สายตาดุกับผู้ช่วยสาวเจ้าของรหัสลับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!