โพรไฟล์เลอร์สายตาดุกับผู้ช่วยสาวเจ้าของรหัสลับ•ตอนที่ 26

ความหวาดระแวงเป็นเหตุ

ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
เสียงคีย์บอร์ดในห้องใต้ดินของร้านหนังสือเก่าแก่ไม่ได้กำลังกระทบลงเป็นจังหวะดนตรี แต่มันคือเสียงสะท้อนของความหวาดระแวงที่กำลังกัดกร่อนสติสัมปชัญญะของผมทีละน้อย "คุณรวินท์คะ... เอ่อ คุณรวินท์ครับ" เสียงของลินินชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเธอเผลอใช้สรรพนามคุ้นเคยก่อนจะรีบปรับเสียงให้เป็นทางการขึ้น ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นทรงกลมฉายแววความกังวลอย่างปิดไม่มิด เธอมองหน้าผมผ่านแสงเรืองรองสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สามจอที่เรียงรายซ้อนกันเป็นรูปโค้ง ผมไม่ได้ตอบทันที สายตาของผมยังคงจดจ้องอยู่กับกระดานไวท์บอร์ดเบื้องหน้า ซึ่งเต็มไปด้วยเส้นด้ายสีแดงโยงใยเชื่อมโยงคดีฆาตกรรมต่อเนื่องกับรหัสลับที่ถูกทิ้งไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คดี... ปัญหาอยู่ที่สมองของผมเอง ในฐานะโพรไฟล์เลอร์ การวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์คือลมหายใจเข้าออก ผมถูกฝึกให้มองทะลุคำโกหก อ่านเจตนาซ่อนเร้นจากภาษาbody language ชั่วเสี้ยววินาที และคาดการณ์ก้าวต่อไปของคนร้ายราวกับเล่นหมากรุก แต่ในตอนนี้ เมื่อผมมองย้อนกลับมาที่กระบวนการคิดของตัวเอง ผมกลับพบความผิดปกติที่น่ากลัวที่สุด ผมกำลังวิเคราะห์แม้กระทั่งความคิดของตัวเอง *‘เมื่อครู่นี้... ทำไมฉันถึงหยิบปากกาด้วยมือซ้าย?’* สมองส่วนหนึ่งของผมเริ่มตั้งคำถามขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล *‘เป็นเพราะความเหนื่อยล้าจนกล้ามเนื้อควบคุมไม่ได้ หรือเป็นเพราะจิตใต้สำนึกกำลังพยายามส่งสัญญาณเตือนอะไรบางอย่างเกี่ยวกับอาการทางประสาท? หรือว่า... มีใครบางคนกำลังแทรกแซงระบบประสาทผ่านไมโครชิปที่อาจจะหลงเหลือจากการผ่าตัดเมื่อปีที่แล้ว?’* ความคิดวนลูปอันน่า The Matrix นี้ไม่ใช่ความจริง แต่มันคือผลลัพธ์จากการวิเคราะห์มากเกินไป (Over-analysis) จนตรรกะพังทลาย "รวินท์ครับ" ลินินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอสาวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของผม กลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษเก่าและชาคาโมมายล์ช่วยดึงผมให้หลุดออกจากวังวนความคิดมืดมนชั่วขณะ "คุณไม่ได้นอนติดต่อกันมาสามสิบหชั่วโมงแล้วนะ ประสาทสัมผัสของคุณกำลังเล่นตลก" "ผมไม่ได้นอนเพราะข้อมูลในฐานข้อมูลกรมตำรวจกำลังขัดแย้งกับพฤติกรรมของฆาตกร" ผมตอบด้วยน้ำเสียงเรียบสนทนา แต่ริมฝีปากกลับแห้งผากจนรู้สึกเจ็บ "ลินิน... คุณแน่ใจแค่ไหนว่ารหัสชุดล่าสุดที่ถอดออกมาจากแฟลชไดรฟ์นั้น ไม่ได้ถูกตั้งโปรแกรมให้ส่งผลกระทบต่อคลื่นสมองของคนอ่าน?" ลินินนิ่งเงียบไป ดวงตาของเธอหรี่ลงเล็กน้อยด้วยสัญชาตญาณของอดีตเจ้าหน้าที่ไซเบอร์ เธอมองสำรวจใบหน้าผมอย่างละเอียดถี่ถ้วน—รอยคล้ำใต้ตาที่ลึกโหล, มุมปากที่ขยับกระตุกเล็กน้อยด้วยความเครียด, และมือข้างที่กำแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน "คุณกำลังระแวงแม้กระทั่งโค้ดคอมพิวเตอร์ที่ฉันเป็นคนเขียนเองกับมืออย่างนั้นเหรอคะ... เอ๊ย ครับ?" เธอยิ้มเจื่อนๆ พยายามลดความตึงเครียดด้วยการติดอ่างเล็กน้อย แต่มันไม่ได้ผลเลย "ผมไม่ได้ระแวงคุณ" ผมสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามบังคับให้ปอดขยายตัวอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อส่งออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง "แต่ผมกำลังระแวง *ระบบตรรกะ* ของตัวเอง ลินิน เมื่อเช้านี้ ตอนที่ผมเดินผ่านกระจกหน้าร้าน ฉัน... ผมใช้เวลาสามนาทีเต็มในการยืนจ้องเงาตัวเองแล้วคิดว่า เงานั้นกำลังเลียนแบบท่าทางผมช้ากว่าความเป็นจริงเสี้ยววินาทีหรือไม่ นั่นไม่ใช่การสืบสวน แต่นั่นคืออาการเริ่มต้นของโรคหวาดระแวง (Paranoia)" คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศในห้องใต้ดินเย็นเยียบลงทันตาเห็น ในโลกของการสืบสวนเชิงจิตวิทยา ไม่มีอะไรอันตรายไปกว่าการที่เครื่องมือในการไขคดี—ซึ่งก็คือสมองของโพรไฟล์เลอร์—เกิดความเสียหายเสียเอง หากผมไม่สามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งไหนคือหลักฐานจริง และสิ่งไหนคือจินตนาการที่ถูกสร้างขึ้นจากความหวาดระแวง ผมก็จะกลายเป็นคนบ้าที่ถือข้อมูลลับสุดยอดในมือ "โอเค งั้นเราหยุดแค่นี้ก่อน" ลินินยื่นมือเรียวบางมาแตะที่หลังมือของผมสัมผัสที่อุ่นและมั่นคงทำให้ความเย็นเยียบในอกคลายลงไปบ้าง "ฟังนะรวินท์ ในฐานะผู้ช่วยของคุณ และในฐานะคนที่รู้จักคุณดีพอ... คุณไม่ได้บ้า คุณแค่แบกรับความคาดหวังของคนทั้งเมืองไว้บนบ่ามากเกินไป คดีของครอบครัวคุณเมื่อสี่ปีก่อนมันจบลงในแง่ของรูปคดี แต่ในใจของคุณมันยังไม่จบ และคุณกำลังเอาความกลัวที่จะสูญเสียครั้งนั้น มาฉายภาพซ้ำใส่คดีปัจจุบัน" ผมมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ สะท้อนภาพของผมเองที่ดูอ่อนแอและน่าสมเพชเหลือเกิน "ถ้าผมพลาดล่ะลินิน?" ผมถามเสียงเบา "ถ้าเกิดว่ารหัสลับชุดต่อไป ไม่ใช่คำใบ้ของฆาตกร แต่เป็นบททดสอบที่จงใจส่งมาเพื่อผลักให้ผมก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างความอัจฉริยะกับความวิกลล่ะ?" "ถ้าถึงวันนั้น..." ลินินยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นและสหายร่วมรบที่ไม่เคยทอดทิ้งกัน "ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนฉุดคุณกลับมาเอง ต่อให้ฉันต้องเอาค้อนทุบฮาร์ดไดรฟ์ทิ้งทั้งหมดนี่ก็ตามที" ก่อนที่ผมจะได้เอ่ยปากตอบอะไรบรรยากาศอบอุ่นนั้นก็ถูกกระชากกระชั้นด้วยเสียงบางอย่างที่ดังขึ้นจากระบบรักษาความปลอดภัย *ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!* ไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนอีเมลธรรมดา แต่เป็นเสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุด (Red Alert) ที่เชื่อมต่อตรงกับเซิร์ฟเวอร์ลับของหน่วยสืบสวนพิเศษ หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งสามจอของลินินกะพริบเป็นสีแดงฉานพร้อมกัน โค้ดตัวเลขและอักษรวิ่งพล่านด้วยความเร็วสูงจนอ่านแทบไม่ทัน ลินินหันขวับกลับไปที่หน้าจอ นิ้วมือเรียวยาวเริ่มรัวแป้นพิมพ์ด้วยความเร็วแสง สีหน้าของเธอกลายเป็นเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามขมับของเธอ "รวินท์..." ลินินหันมามองผม น้ำเสียงของเธอสั่นระริกเล็กน้อย "ระบบป้องกันความปลอดภัยรอบร้านของเราไม่ได้ถูกแฮกจากภายนอก... แต่มันถูกปลดล็อกด้วย 'รหัสผ่านส่วนตัว' ของคุณเอง" หัวใจของผมกระตุกวูบ ความหวาดระแวงที่เพิ่งพูดถึงเมื่อครู่พุ่งทะยานกลับมาในเสี้ยววินาที "เป็นไปไม่ได้ ผมไม่ได้แตะคีย์บอร์ดเลยตั้งแต่เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน" "แต่มันบันทึกไว้ชัดเจนว่าใช้คีย์การ์ดและลายนิ้วมือของคุณ..." ลินินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะชี้ไปที่หน้าจอกล้องวงจรปิดตัวที่ติดตั้งอยู่บริเวณประตูทางเข้าลับหลังร้าน "และตอนนี้... มีใครบางคนกำลังเดินลงมาตามบันได พร้อมกับถือแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทที่ติดสัญลักษณ์รูปตาข่ายแมงมุมแบบเดียวกับคดีของคุณพ่อคุณเมื่อสี่ปีก่อนเป๊ะๆ" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับตอนนี้นะครับ!
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โพรไฟล์เลอร์สายตาดุกับผู้ช่วยสาวเจ้าของรหัสลับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%