ปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงจรดลงบนกระดาษแผ่นสุดท้ายอย่างมั่นคง เสียงหัวใจที่เต้นระรัวในอกไม่ได้เกิดจากความหวาดกลัว หากแต่เป็นความสะใจที่กำลังแผดเผาอยู่ภายใน รตาละมือจากเอกสารหย่าร้างชุดนั้น นัยน์ตาสีเข้มกวาดมองข้อความสัญญาทาสที่เธอเคยต้องทนแบกรับมาตลอดสามปีเต็ม สามปีที่คฤหาสน์หลังใหญ่หลังนี้เป็นไม่ต่างอะไรจากกรงทองของนกปีกหัก สามปีที่เธอเป็นเพียงประดับฉากหน้าตาทางสังคมของ ‘ภาคิน’ สามีผู้ไร้หัวใจ
“คุณแน่ใจแล้วเหรอ, รตา?”
น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาจนเข้ากระดูกดำเอ่ยขึ้นจากความมืดสลัวตรงมุมห้องทำงาน ภาคินก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัวของผ้าม่านกำมะหยี่สีเข้ม ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษดูทรงอำนาจและกดดันคนมองได้เสมอ แต่วันนี้... มันใช้ไม่ได้ผลกับรตาอีกต่อไปแล้ว
สถาปนิกสาวเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตสามีด้วยรอยยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษซึ่งภาคินไม่เคยได้เห็นจากเธอบ่อยนัก
“ทำไมคะ, คุณภาคิน? หรือว่าเสียดายเลขาหน้าห้องอย่างคุณมีนารา ที่อาจจะต้องย้ายสัมภาระมานั่งแทนที่ตำแหน่งภรรยาอย่างเป็นทางการเร็วกว่ากำหนด” รตาเอ่ยสวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง
คิ้วเข้มของภาคินขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ความเย่อหยิ่งและถือดีฉายชัดบนใบหน้าคมคาย เขาไม่เคยชอบให้ใครมาท้าทาย โดยเฉพาะภรรยาที่เคยอยู่ในโอวาทและยอมอดทนอดกลั้นให้เขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีมาโดยตลอด
“คุณกำลังก้าวร้าว, รตา” ภาคินก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน ร่างสูงโน้มตัวลงใช้มือหนาตรึงขอบโต๊ะไว้ กักขังเธอไว้ในอาณาเขตของเขา “คิดเหรอว่าการเดินออกไปจากบ้านหลังนี้มือเปล่า จะทำให้คุณชนะผมได้? คุณลืมไปแล้วหรือไงว่าทุกอย่างที่คุณถือครอง ทุกโครงการที่คุณออกแบบ มันใช้เงินของผมทั้งสิ้น”
“เงินของคุณเหรอคะ?” รตาส่งเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาวาววับด้วยเพลิงแค้นที่ถูกสุมจนลุกโชน เธอผุดลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขาโดยไม่หลบสายตา “พิมพ์เขียวทุกแผ่น โครงสร้างทุกตึก และชื่อเสียงของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่คุณภาคินภาคภูมิใจนักหนา มันมาจากมันสมองหยาดเหงื่อของ ‘สถาปนิก’ คนนี้ต่างหากล่ะคะ! สามปีที่ผ่านมา คุณซื้อมดลูกและเวลาของฉันด้วยทะเบียนสมรส แต่คุณไม่มีวันซื้อ ‘วิญญาณ’ ของฉันได้หรอก”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ สายตาของทั้งคู่ประสานกันราวกับสัตว์ป่าที่กำลังจ้องจะขย้ำกันให้ตายไปข้างหนึ่ง
ความโกรธเกรี้ยวที่พลุ่งพล่านในอกของภาคินไม่ใช่ความเกลียดชังธรรมดา แต่มันคือความหงุดหงิดที่ควบคุมผู้หญิงคนนี้ไม่ได้อีกต่อไป กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมผสานกับความดุดันในแววตาของรตากำลังปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนบางอย่างที่เขาพยายามกดทับไว้
“ปากเก่งนักนะ...” ภาคินพึมพำเสียงต่ำ มือหนาเลื่อนจากขอบโต๊ะขึ้นมาคว้าจับคางคางเรียวของเธอไว้ บีบแน่นพอให้รู้สึกเจ็บแต่ไม่ยอมปล่อยให้หลุดพ้น “อยากหย่านักใช่ไหม? อยากเป็นอิสระจากผมมากสินะ...”
“ปล่อยค่ะ!” รตาสบัดหน้าหนีด้วยความรังเกียจ แต่ภาคินกลับรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับปทุมถันอวบอิ่มที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ตผ้าไหม
แรงปะทะทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุด ภาคินก้มลงมองริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่มักจะเอ่ยวาจาร้ายกาจใส่เขาเสมอ ดวงตาคมกริบฉายแววปรารถนาอันมืดมนและกระหายหิว มันไม่ใช่ความรัก... แต่มันคือความพ่ายแพ้ที่เขาปฏิเสธไม่ได้ว่า รตานั้นเย้ายวนใจเขาเหลือเกินแม้ในนาทีสุดท้ายของการหย่าร้าง
“ถ้าจะไป... ต้องชดใช้ให้สาสมกับการที่คุณกล้าท้าทายผมก่อน, รตา”
เสียงกระซิบพร่าระคายหู พร้อมกับริมฝีปากร้อนจัดที่ทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี ภาคินไม่ได้ขออนุญาต เขาบดขยี้ริมฝีปากเธอด้วยความดุดันและเอาแต่ใจ รสจูบที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว รสชาติของความเค็มปร่าจากหยาดน้ำตาที่รตาพยายามกลั้นไว้ และรสสัมผัสอันคุ้นเคยที่เคยผูกพันกันมานับครั้งไม่ถ้วน
รตานิ่งงันไปชั่ววินาที ก่อนที่ความแค้นจะสั่งให้เธอลุกขึ้นสู้ เธออ้าปากรับสัมผัสร้อนแรงนั้น พร้อมกับใช้ฟันคมขอบริมฝีปากเขาจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ
คาวเลือดทำให้ภาคินคำรามในลำคอด้วยความเร่าร้อนยิ่งขึ้น เขายกตัวเธอขึ้นนั่งบนขอบโต๊ะทำงานอย่างไร้ความปรานี ฉีกกระชากกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกด้วยมือเดียวจนกระดุมหลุดกระเด็น ผิวเนื้อเนียนละเอียดสีน้ำผึ้งปรากฏแก่สายตา ท่ามกลางแสงไฟสลัวที่สาดส่องเข้ามาจากนอกหน้าต่าง
สัมผัสหยาบคายแต่ช่ำชองของอดีตสามีปลุกเร้าสรีระที่พยายามปฏิเสธ มือหนาลูบไล้ไปตามสะโพกผาย บีบเคล้นความนุ่มหยุ่นผ่านเนื้อผ้าอย่างจงใจกลั่นแกล้ง รตาหอบหายใจสะท้าน หน้าอกกระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์ที่ตีรวนขึ้นมาในอก ความโกรธแค้นและความต้องการลึกๆ ที่เธอเกลียดนักหนากำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดในร่างกาย
“คุณมัน... คนสารเลว...” รตาเค้นเสียงลอดไรฟัน ขณะที่มือเรียวขยุ้มเส้นผมสีดำสนิทของเขาไว้แน่น ราวกับต้องการระบายความเจ็บปวดทั้งหมดลงบนตัวเขา
“ใช่... ผมมันเลว” ภาคินกระซิบชิดซอกคอหอมกรุ่น ริมฝีปากร้อนผ่าวไล่จูบซับตั้งแต่กกหูลงมาถึงไหปลาร้า ลมหายใจร้อนรุ่มเป่ารดผิวเนื้อจนเกิดอาการขนลุกชัน เขากลืนกินเสียงประท้วงของเธอด้วยจูบที่ลึกซึ้งและดุดันยิ่งกว่าเดิม มือใหญ่อีกข้างสอดเข้าไปใต้กระโปรงทรงแคบ ลูบไล้เรียวขาเนียนนุ่มขึ้นมาอย่างอาจหาญ ปลุกปั่นอารมณ์ปรารถนาให้ลุกโชนขึ้นท่ามกลางรอยร้าวของชีวิตแต่งงานที่กำลังจะขาดสะบั้น
บทเพลงรักอันเร่าร้อน ดิบเถื่อน และเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความชอกช้ำดำเนินไปท่ามกลางความเงียบของคฤหาสน์หลังใหญ่ มันคือค่ำคืนสุดท้ายของการเป็นสามีภรรยา และเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามประสาทที่ไม่มีวันหวนกลับ
หลายชั่วโมงต่อมา...
ร่างบางของรตาก้าวเดินออกมาจากคฤหาสน์หลังใหญ่ในยามวิกาล เสื้อผ้าถูกจัดแต่งให้เรียบร้อย ใบหน้างดงามไร้ซึ่งคราบน้ำตา มีเพียงรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก เอกสารใบหย่าที่มีลายเซ็นครบถ้วนถูกเก็บไว้ในกระเป๋าเอกสารหนังแท้ พร้อมกับความลับชิ้นสำคัญที่เธอซ่อนไว้ภายใต้หัวใจดวงนี้... ความลับที่ภาคินไม่มีวันได้ล่วงรู้จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม
เธอเรียกแท็กซี่คันหนึ่งให้มารับที่หน้าประตูรั้วเหล็กดัด ก่อนจะทิ้งอดีตสามีไว้เบื้องหลัง พร้อมกับแผนการแก้แค้นที่ถูกร่างขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบในพิมพ์เขียวแห่งชีวิตใหม่ของเธอ
แต่ทว่า... ในขณะที่รถแท็กซี่กำลังเคลื่อนตัวออกไป
แสงไฟหน้ารถคันงามที่เพิ่งแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าคฤหาสน์ของภาคิน ก็ส่องกระทบเข้ากับร่างของเด็กชายตัวน้อยวัยประมาณสองขวบ ที่กำลังยืนกุมมือพี่เลี้ยงอยู่ตรงสนามหญ้าหน้าบ้าน เด็กน้อยคนนั้นหันมามองรถของเธอพอดี ใบหน้าจิမ်းลิ้ม ดวงตากลมโต และสันจมูกโด่งรั้น... ถอดแบบพิมพ์เดียวกันกับภาคินราวกับแกะ
รตาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อตระหนักได้ว่า... ความลับที่เธอกำลังจะนำติดตัวไป เริ่มมีรอยรั่วที่เธออาจจะควบคุมมันไม่ได้เสียแล้ว
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและเกมแค้นครั้งนี้นะครับ
สถาปนิกสาวกับคดีหัวใจที่ออกแบบไม่ได้•ตอนที่ 1
รอยร้าวบนพิมพ์เขียว
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับคดีหัวใจที่ออกแบบไม่ได้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
