"หนังสือหย่ากระดาษแผ่นเดียวนั้น ไฉนท่านอ๋องจึงทรงลากยาวมาจนฝุ่นจับหนาเตอะเช่นนี้เล่าเพคะ หรือต้องรอให้ข้าพกพาเครื่องมือผ่าตัดจากยุคแปดสิบมาเย็บปักถักร้อยสลักลายบนหน้ากระดาษแผ่นนั้นให้ท่านด้วย ถึงจะทรงพอพระḥทัย?"
สุ้มเสียงติดจะรำคาญใจเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทรงอักษรบูรพา กลิ่นอายชาผู่เออร์ชั้นดีลอยวนอวลเคล้ากลิ่นหอมสะอาดเฉพาะตัวของสมุนไพรจีน จ้าวเสี่ยวหลันในอาภรณ์ปักลายหงส์เหมันต์ยืนกอดอก ดวงตากลมโตฉายแววเยียบเย็นปนความหงุดหงิดระคนกัน นางขยับตัวเล็กน้อยเพื่อคลายความเมื่อยขบจากภาระงานสมานแผลและตรวจคัดกรองพิษในค่ายทหารตลอดสามวันที่ผ่านมา ใบหน้าเรียวรูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มหยันบางเบา ทว่าแววตากลับจริงจังและกดดันจนคู่สนทนาต้องชะงัก
ฉินอ๋องเฟยหลงมิได้เงยพระพักตร์ขึ้นจากกองฎีกาเบื้องหน้า ทว่ามือหนาที่กำลังจรดพู่กันหมึกดำสนิทกลับหยุดชะงักไปชั่วลมหายใจ รังสีความเยือกเย็นดุร้ายที่แผ่ซ่านรอบกายพระองค์มิได้ทำให้สตรีตรงหน้าเกรงกลัวแม้แต่น้อย กลับกัน เสี่ยวหลันคือนามเดียวในใต้หล้าที่กล้าต่อปากต่อคำกับแม่ทัพใหญ่ผู้กุมกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ โดยไม่เกรงกลัวว่าศีรษะจะหลุดจากบ่า
"เจ้าใจร้อนเกินไปแล้ว... เสี่ยวหลัน"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้นในที่สุด เฟยหลงวางพู่กันลงอย่างช้าๆ ก่อนจะเงยพระพักตร์ขึ้นสบตานาง แววตาลึกล้ำราวนํ้าวนในมหาสมุทรคู่นั้นจับจ้องร่างระหงไม่วางตา พระองค์กวาดสายตามองเรือนร่างที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและปัญญาญาณเหนือสตรีทั่วไป ความรู้สึกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก—ความรู้สึกที่พระองค์พยายามกดทับมันไว้ใต้หน้ากากความไร้หัวใจมาเนิ่นนาน
ตั้งแต่วันที่สตรีแปลกหน้าผู้นี้ร่วงหล่นลงมาจากห้วงมิติพิศวง นางมิได้นำพามาเพียงความรู้ทางการแพทย์อันล้ำยุคที่ชุบชีวิตทหารนับพัน แต่ยังนำพาเอาความอบอุ่นประหลาดมาสู่ตำหนักอ๋องที่หนเหน็บดั่งฤดูเหมันต์ และยิ่งนางเร่งเร้าขอใบหย่าเพื่อปลีกตัวเป็นอิสระมากเท่าใด หัวใจที่ด้านชาของฉินอ๋องกลับยิ่งปวดร้าวและกระวนกระวายมากเท่านั้น
"ใจร้อนหรือเพคะ?" เสี่ยวหลันแค่นหัวเราะในลำคอ นางก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทรงอักษร ใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนขอบไม้แกะสลักอย่างถือดี "ข้าเพียงแต่ทำตามสัญญา เราตกลงกันไว้แล้วว่าเมื่ออาการบาดเจ็บของท่านหายดี และสถานการณ์ในราชสำนักคลี่คลาย ท่านจะทรงลงพระนามในหนังสือหย่า ข้าจะได้กลับไปใช้ชีวิตสงบๆ ของข้า ไม่ต้องมาคอยหวาดระแวงว่าคืนนี้จะมีมือสังหารฝ่ายใดแอบลอบเข้ามาวางยาพิษในสำรับยาของท่านอีก"
"เจ้าอยากไปจากข้าถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?"
เฟยหลงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกำยำในฉลองพระองค์สีดำปักดิ้นทองแผ่แรงกดดันมหาศาล พระองค์ก้าวเข้าประชิดร่างบางอย่างรวดเร็ว จนเสี่ยวหลันต้องผถายหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นหนังสือไม้จันทน์หอมเสียแล้ว
เงาสูงใหญ่ทาบทับลงมาปกคลุมร่างนางจนมิด พระองค์โน้มพระพักตร์ลงมาใกล้ จนกระทั่งลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นอายบุรุษปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน เสี่ยวหลันใจเต้นรัวโดยไม่ทราบสาเหตุ นางรีบเบือนหน้าหนีซ่อนความหวั่นไหวไว้ใต้ท่าทีเย่อหยิ่ง
"มิใช่เรื่องอยากไปหรือไม่อยากไปเพคะ... แต่ข้ากับท่านเราอยู่กันคนละโลก ท่านมีภาระหน้าที่ต้องกอบกู้บัลลังก์ มีศัตรูรอบด้าน ส่วนข้า... ข้าแค่อยากเป็นแพทย์ผู้รักษาคน หาใช่หมากตัวหนึ่งในเกมการเมืองของพวกท่าน" เสี่ยวหลันเอ่ยเสียงลอดไรฟัน พยายามรักษาความมั่นคงในน้ำเสียง
"ถ้าข้าบอกว่า เจ้าไม่ใช่หมากเล่า..." เฟยหลงตรัสเสียงพร่า แววตาคมกริบฉายประกายความเจ็บปวดที่หาได้ยากยิ่ง พระองค์ยกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมที่เคลียแก้มเนียนแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้เสี่ยวหลันสะท้านเฮือก "หากข้าบอกว่า... ตั้งแต่วันที่เจ้าเข้ามาอยู่ในชีวิตข้า ข้าไม่เคยคิดอยากให้มีวันพรุ่งนี้ที่ไม่มีเจ้าอยู่เคียงข้างอีกเลย... เช่นนี้แล้ว เจ้ายังจะกล้าเอ่ยคำว่า 'หย่า' ออกมาอีกหรือไม่"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากพระโอษฐ์ของบุรุษผู้เย่อหยิ่งที่สุดในแผ่นดิน ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจห้องทรงอักษร เสี่ยวหลันเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง นางจ้องมองลึกลงไปในดวงตาคู่คมของเขา ค้นหาความล้อเล่นหรือเล่ห์กลใดๆ ทว่าสิ่งที่สะท้อนอยู่ในนั้นกลับมีเพียงความเวิ้งว้าง ความหวาดกลัว และความปรารถนาอันลึกซึ้งที่ถูกเก็บกดไว้เนิ่นนาน
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองเงียบงัดลงจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรำไม่เป็นจังหวะ เคมีอันร้อนแรงและลึกซึ้งแผ่ซ่านบีบคั้นความรู้สึกจนแทบหายใจไม่ออก เสี่ยวหลันเม้มริมฝีปากแน่น สมองอันปราดเปรื่องของศัลยแพทย์สาวยุคแปดสิบกำลังประมวลผลอย่างบ้าคลั่ง นางไม่เคยคิดเลยว่าท่านอ๋องผู้เย็นชาดุจน้ำแข็งผู้นี้ จะเอאะเอื้อนวาจาเช่นนี้ออกมาจากใจจริง
"ท่าน... ท่านพูดบ้าอะไรของท่าน..." เสี่ยวหลันหลบสายตา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความโกรธขึงเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความสับสนระคนหวานล้ำที่ตีรวนอยู่ในอก
"ข้าไม่ได้พูดเล่น" เฟยหลงตรัสย้ำ น้ำเสียงจริงจังและเด็ดเดี่ยวราศีกษัตริย์ พระองค์รวบเอวคอดกิ่วของนางเข้ามาแนบชิดโดยไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ "ข้าไม่อาจคืนคำพูดของบุรุษได้... และข้าไม่มีวันปล่อยให้สตรีที่ข้า... ที่ข้าปักใจรัก เดินออกไปจากชีวิตข้าเด็ดขาด หนังสือหย่าแผ่นนั้น ไม่มีวันเกิดขึ้น!"
ในจังหวะที่เสี่ยวหลันกำลังจะอ้าปากโต้แย้งด้วยเหตุผลร้อยแปดพันประการ ทันใดนั้นเอง—
เสียงฝีเท้าเร่ง3รีบดังขึ้นอย่างผิดปกติที่หน้าประมואลตำหนัก ตามด้วยเสียงเคาะประตูรัวเร็วและสุ้มเสียงหวาดตื่นขององครักษ์เงาที่ตะโกนแทรกเข้ามาผ่านม่านมุก
"ทูลท่านอ๋อง! ด่วนที่สุดพ่ะย่ะค่ะ! แม่ทัพใหญ่ฝ่ายกบฏนำกำลังพลห้าหมื่นนายปิดล้อมเมืองหลวงแล้วพ่ะย่ะค่ะ! และ... และในท้องพระโรงขณะนี้ มีพระราชโองการลับจากฮ่องเต้... สั่งปลดท่านอ๋องจากตำแหน่งแม่ทัพ พร้อมข้อหา... กบฏแผ่นดินพ่ะย่ะค่ะ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกันในตอนนี้นะคะ
---
**ส้มหวานมิติลับ**
ท่านอ๋องอย่าร้ายกับหมอหญิงยุค 80 ของข้า•ตอนที่ 14
คำสารภาพของคนปากแข็ง
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้ายกับหมอหญิงยุค 80 ของข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!