กลิ่นอับของห้องนอนสไตล์วินเทจที่อัดแน่นไปด้วยข้าวของฟุ่มเฟือยราคาแพงระยับไม่ได้ทำให้รู้สึกรื่นรมย์เลยแม้แต่น้อย ลินินกวาดสายตาคมกริบมองสำรวจรอบกาย ความเจ็บแปลบที่ขมับซ้ายจากการกินยานอนหลับเกินขนาดเมื่อครู่ยังคงหลงเหลืออยู่ แต่สติสัมปชัญญะของเธอกลับแจ่มชัดยิ่งกว่าตอนที่ยังมีชีวิตเป็นนักธุรกิจเกษตรกรรมร้อยล้านในโลกเดิมเสียอีก
กระจกเงาบานใหญ่สะท้อนใบหน้าของหญิงสาววัยยี่สิบห้าปีที่แต่งแต้มเครื่องสำอางจัดจ้านจนดูคล้ายตัวตลกในละครสัตว์ ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววริษยาและโง่เขลา บัดนี้กลับนิ่งสงบดุจผิวน้ำในบึงลึก ทว่าซ่อนประกายคมปลาบไว้ภายใน
นี่คือร่างของ "ลินิน" นางร้ายผู้มีจุดจบอนาถในนิยายน้ำเน่าเรื่องที่เธอเพิ่งอ่านจบไปก่อนจะหัวใจวายตายคาโตE-Book
และวันนี้... คือวันที่โศกนาฏกรรมกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
"คุณหนูคะ! แย่แล้วค่ะคุณหนู!"
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับแรงกระชากบานประตูไม้สักทองจนแทบหลุดจากวงกบ ร่างของสาวใช้คนสนิทวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้อง ใบหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด "คุณหญิงแม่ให้ดิฉันมาตามลงไปข้างล่างค่ะ... ทางตระกูลของคุณรณกรเขา... เขาพาผู้ใหญ่มาที่บ้านแล้วค่ะ!"
ลินินยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยัน รอยยิ้มที่ทำให้สาวใช้ถึงกับผวาถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
พรุ่งนี้คือวันแต่งงานที่วาดฝันไว้ แต่งงานกับ "รณกร" วิศวกรหนุ่มผู้เย็นชาและเกลียดชังเธอเข้ากระดูกดำ จากแผนการสกปรกที่ร่างเดิมร่วมมือกับมารดาเพื่อมอมยาและจัดฉากบีบบังคับให้เขาต้องรับผิดชอบ แต่วันนี้... ก่อนที่พิธีอัปยศนั้นจะเกิดขึ้น ทางตระกูลฝ่ายชายคงจะพากันมาถอนหมั้นพร้อมกับประกาศตัดขาดอย่างไม่ไว้หน้าแน่นอน
"ตื่นเต้นเสียจริงนะคะ" ลินินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากังวานก้องไปทั่วห้อง เธอค่อยๆ หยิบสำลีชุบคลีนเซอร์ขึ้นมาเช็ดคราบเครื่องสำอางหนาเตอะบนใบหน้าออกอย่างใจเย็น ทีละนิด... ทีละนิด จนกระทั่งเผยให้เห็นผิวพรรณเนียนละเอียดและใบหน้าที่งดงามอย่างไร้ที่ติโดยไม่ต้องปรุงแต่ง "บอกคุณแม่ไปสิคะ ว่าลินินกำลังแต่งตัวสวยๆ ลงไปต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ... อย่าให้ใครต้องรอนานเลยค่ะ"
สาวใช้กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก รู้สึกว่าคุณหนูของตนในวันนี้มีบรรยากาศบางอย่างที่น่ากลัวจนแปลกประหลาด
เมื่อก้าวเท้าลงมาถึงห้องรับแขกชั้นล่าง บรรยากาศอึมครึมราวกับมีเมฆฝนตั้งเค้าก็ปะทะเข้าหน้าทันที มารดาของเธอกำลังนั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่บนโซฟาหลุยส์ ขณะที่ฝั่งตรงข้ามคือรณกร—ชายหนุ่มในชุดสูทสีถ่านเข้ารูป รูปร่างสูงโปร่งไหล่กว้าง ใบหน้าคมสันเรียบตึงไร้รอยยิ้ม แววตาคมกริบหลังกรอบแว่นสายตากวาดมองเธอด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์อย่างปิดไม่มิด
"มาพอดี!" มารดาของลินินตวัดเสียงแหลมสูงใส่ทันที "แกไปทำอีท่าไหนมา ถึงทำให้คุณรณกรกับคุณอาเขาต้องมาที่นี่วันนี้! รู้ไหมว่าเขานำสินสอดมาคืนแถมยังจะประกาศยกเลิกงานแต่ง! แกอยากให้ตระกูลเราต้องอับอายขายขี้หน้าไปถึงไหนหะอีนางลูกไม่รักดี!"
ลินินไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอก้าวเดินด้วยจังหวะมั่นคง สง่างาม และเปี่ยมด้วยพลังอำนาจที่กดดันให้ทุกคนในห้องต้องเงียบเสียงลงอย่างประหลาด เธอนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม ไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ แล้วประสานสายตากับรณกรตรงๆ โดยไม่มีทีท่าหวาดกลัวหรืออับอายเหมือนในบทประพันธ์ดั้งเดิม
รณกรขมวดคิ้วมุ่น แววตาฉายแววฉงนระคนระแวง เขาเตรียมรับมือกับการกรีดร้อง อาละวาด หรือแม้แต่การใช้มารยาหญิงเพื่อยื้อยุดฉุดกระชากเช่นทุกครั้ง แต่สิ่งที่ได้รับกลับมีเพียงแววตานิ่งสงบและรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออกของหญิงสาวตรงหน้า
"ยกเลิกงานแต่งอย่างนั้นหรือคะ?" ลินินเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่มั่นคง "เป็นความคิดที่ดีเยี่ยมเลยค่ะ ดิฉันเองก็กำลังจะเอ่ยปากพูดเรื่องนี้อยู่พอดีเหมือนกัน"
เพล้ง! เสียงแก้วชาในมือของมารดาร่วงหล่นแตกกระจายบนพื้นพรม ทุกคนในห้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง รณกรเองก็ชะงักไป ดวงตาคมกริบหรี่แคบลงทันที
"เธอว่าอะไรนะ?" รณกรเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุบต่ำอันทรงพลัง ความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา
"ดิฉันบอกว่า... เห็นด้วยกับการยกเลิกงานแต่งค่ะคุณรณกร" ลินินสบตาเขาตรงๆ ไม่หลบเลี่ยง "ผู้ชายที่ถูกบังคับให้แต่งงานกับผู้หญิงที่ตัวเองเกลียดชัง ไม่มีทางมีความสุขหรอกค่ะ อีกอย่าง... ที่ดินแปลงสวยติดริมน้ำท้ายหมู่บ้านที่ตระกูลของคุณถูกยึดไปตอนจำนองคราวก่อน ดิฉันคิดว่าเรามาตกลงกันให้เรียบร้อยในวันนี้เลยดีกว่าค่ะ ว่าคุณจะเอามันคืนด้วยวิธีไหนดี"
สิ้นคำพูดนั้น รณกรก็ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สีหน้าของวิศวกรหนุ่มเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดและดุดันขึ้นทันตาเห็น เขาก้มตัวลงใช้มือค้ำโต๊ะกระจกเข้าประชิด พินิจพิเคราะห์ใบหน้าของเธอราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่าง
"เธอกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่ ลินิน?" เสียงกระซิบต่ำลอดไรฟันของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความระแวงสงสัย
ลินินแย้มยิ้มกว้าง ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย เธอไม่ได้เกรงกลัวแรงกดดันจากชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นพระเอกสายโหดเลยแม้แต่น้อย กลับกัน เธอกลับมองเห็น "โอกาส" ทองคำที่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่บนผืนดินที่เธอโหยหา
ในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงกับท่าทีที่พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือของเธอ เสียงเคาะประตูก็กรีดแทรกบรรยากาศตึงเครียดขึ้นสามครั้งติดกัน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
พ่อบ้านวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือ "คุณหนูครับ... มีพัสดุด่วนส่งตรงถึงคุณ... จ่าหน้าซองจาก 'กรมที่ดินและเกษตรกรรมหลวง' ครับ!"
หัวใจของรณกรกระตุกวูบเมื่อได้ยินชื่อหน่วยงานนั้น ส่วนลินินกลับหุบยิ้มลงช้าๆ เธอยื่นมือไปรับซองเอกสารนั้นมาด้วยความนิ่งสงบ ก่อนจะค่อยๆ ฉีกเปิดออกท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่จ้องมองมาเป็นตาเดียว
ขอบคุณที่ติดตามอ่านผลงานของกุหลาบหนามเงินนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ปลูกผักในที่ดินต้องห้าม เมื่อนางร้ายขอพลิกชีวิตเป็นเกษตรกรหลวง•ตอนที่ 1
ฟื้นขึ้นมาในร่างตัวร้ายที่ใครก็เกลียด
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปลูกผักในที่ดินต้องห้าม เมื่อนางร้ายขอพลิกชีวิตเป็นเกษตรกรหลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
