ปลูกผักในที่ดินต้องห้าม เมื่อนางร้ายขอพลิกชีวิตเป็นเกษตรกรหลวง•ตอนที่ 2

ประกาศอิสรภาพจากตระกูลจอมบงการ

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
กระดาษแผ่นบางในมือสั่นไหวเพียงเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นแรงปะทะของตัวเลขและเงื่อนไขพันธนาการที่ถูกร่างขึ้นโดยสมองอันคับแคบของคนในตระกูลที่เธอเคยวิ่งตามก้นอย่างโง่เขลา ลินินกวาดสายตาคมกริบอ่านทวนทุกตัวอักษรบนเอกสารข้อตกลงการแต่งงานเชิงพาณิชย์ ที่ถูกผลักไสให้เธอต้องไปเป็นเบี้ยล่างของตระกูลเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล เพื่อแลกกับเศษเสี้ยวหุ้นบริษัทที่กำลังจะล้มละลายของบิดา เสียงถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความระอาหลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่คิดจะปิดบัง "เซ็นเสียเถอะลินิน อย่าทำให้ตระกูลของเราต้องขายหน้าไปมากกว่านี้เลย แค่เธอทำตัวเหลวไหลจนเป็นข่าวฉาวโฉ่บนหน้าหนังสือพิมพ์เมื่อเดือนก่อน ก็สร้างความเสื่อมเสียมากพอแล้ว" เสียงแหลมสูงของมารดาเลี้ยงดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบในห้องรับแขก แววตาทอดมองมาด้วยความรังเกียจราวกับเธอไม่ใช่ลูกในไส้ ลินินมิได้ตอบโต้นصفการกรีดร้องหรือตบโต๊ะอย่างที่เคยทำในอดีตชาติ ความนิ่งสงบของเธอในยามนี้กลับสร้างความประหลาดใจและระแวงแคลงใจให้แก่ทุกคนในห้อง นัยน์ตากลมโตคู่สวยเงยขึ้นประสานกับสายตาของบิดาผู้ให้กำเนิด ผู้ซึ่งนั่งนิ่งเงียบอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่มาตลอดการสนทนา รณกร ซึ่งยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่ห่างออกไป ขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาจับจ้องทุกอากัปกิริยาของหญิงสาว เขารู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แปรเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ผู้หญิงตรงหน้าในเวลานี้ไม่มีเค้าลางของความเย่อหยิ่งจองหองหรือความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวเยือกเย็นราวกับคมมีดที่ซ่อนอยู่ใต้ฝักกำมะหยี่ "ถ้าฉันปฏิเสธล่ะคะ?" เสียงหวานใสแต่กังวานก้องกังวานเอ่ยขึ้น ทำลายบรรยากาศอึดอัดให้ขาดผึ่งลง คุณหญิงเกศินีมารดาเลี้ยงสะดุ้งโหย่ง หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด "ปฏิเสธ? เธอมีสิทธิ์ปฏิเสธด้วยหรือไง ชีวิตของเธอมันผูกติดอยู่กับความเมตตาของตระกูลเรา ถ้าไม่มีพวกเรา ป่านนี้เธอคงไปนอนข้างถนนอย่างไร้ค่าไปแล้ว!" ลินินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความขบขันและสมเพชเวทนา เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ ปัดฝุ่นที่มองไม่เห็นบนกระโปรงสูทเข้ารูปอย่างใจเย็น ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานทีละก้าว "ไร้ค่าหรือคะ?" ลินินทวนคำ รอยยิ้มบนใบหน้าสวยหวานล้ำลึกขึ้นจนน่ากลัว "ที่ผ่านมา คนที่ไร้ค่าและคอยเกาะตระกูลอื่นกินไปวันๆ คือใครกันแน่คะคุณแม่เลี้ยง... หรือว่ากลัวว่าถ้าดิฉันไม่แต่งงานออกไป แล้วสมบัติส่วนที่แม่แท้ๆ ของดิฉันทิ้งไว้ให้ จะต้องถูกขุดคุ้ยขึ้นมาตรวจสอบทางกฎหมายกันแน่?" สีหน้าของคุณหญิงเกศินีซีดเผือดลงในทันที ปากอ้าพะงาบๆ พูดไม่ออก บิดาของลินินขมวดคิ้วแน่น ทุบมือลงบนโต๊ะเสียงดัง "ลินิน! พูดจากิริยาให้มันดีๆ นั่นแม่เธอนะ!" "ท่านไม่ใช่แม่ดิฉันค่ะ ท่านเป็นแค่ผู้หญิงที่เข้ามาแทนที่เมื่อตอนที่ดิฉันยังเด็ก และคอยสูบเลือดสูบเนื้อทรัพย์สินของแม่ดิฉันต่างหาก" ลินินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราดรดลงบนความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของคนฟังจนชาหนึบ เธอก้มลงหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงบนโต๊ะขึ้นมาหมุนเล่นในมือช้าๆ ก่อนจะเซ็นชื่อของตัวเองลงบนเอกสารฉบับนั้น แต่ทว่า... แทนที่จะเป็นการเซ็นชื่อเพื่อยอมรับข้อตกลงการแต่งงาน เธอกลับเขียนข้อความปฏิเสธตัวโตๆ พร้อมลงลายมือชื่อกำกับอย่างเด็ดขาดลงในช่อง 'ยกเลิกสิทธิ์และขอสละมรดกตระกูล' แทน ทุกคนในห้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด "แก... แกทำบ้าอะไรลงไป!" บิดาผุดลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "ดิฉันกำลังประกาศอิสรภาพค่ะ" ลินินวางปากกาลงอย่างนุ่มนวล เธอเงยหน้าขึ้นสบตาบิดาด้วยแววตาที่มั่นคงไร้ความลังเลใดๆ "นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ลินินคนเดิมที่พวกท่านเคยบงการได้ตายไปแล้วค่ะ ดิฉันขอตัดขาดจากตระกูลนี้ ไม่ขอรับส่วนแบ่งสมบัติใดๆ ทั้งสิ้น และจะไม่ยอมแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของใครหน้าไหนทั้งนั้น" "แล้วเธอจะไปอยู่ที่ไหน! เงินติดตัวก็ไม่มี ปัญญาจะหาเลี้ยงชีพยังไง อย่ามาทำเป็นเก่งหน่อยเลย ถ้าออกไปจากบ้านหลังนี้แล้วซมซานกลับมาคลานเข่าขอร้อง ฉันจะไม่ชายตาแลเธอแม้แต่นิดเดียว!" คุณหญิงเกศินีกรีดร้องด้วยความคลุ้มคลั่ง ลินินยิ้มรับคำขู่เหล่านั้นอย่างไม่สะทกสะท้าน เธอยกกระเป๋าถือขึ้นคล้องแขน หมุนตัวเดินผละออกจากโต๊ะทำงานอย่างสง่างาม ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อเดินผ่านร่างสูงของรณกรที่ยังคงยืนขวางทางอยู่ ดวงตาคมกริบของวิศวกรหนุ่มมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายประกายท้าทาย เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความดื้อรั้นที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ ของผู้หญิงคนนี้ มันเป็นความรู้สึกแปลกประหลาดที่เข้ามาสะกิดหัวใจอันด้านชาของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว รณกรขยับริมฝีปากคล้ายจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่ลินินกลับชิงพูดตัดหน้าขึ้นเสียก่อน ด้วยน้ำเสียงกระซิบที่ได้ยินกันเพียงสองคน "ถ้ามองนานเกินไป ระวังจะตกหลุมรักผู้หญิงที่ไม่มีอะไรเลยคนนี้นะคะ... คุณวิศวกร" รณกรนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ปล่อยให้หญิงสาวเดินผ่านไหล่เขาออกไปอย่างไม่แคร์สายตาใคร ทิ้งให้เขาต้องยืนมองตามแผ่นหลังเรียวบางนั้นด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนอยู่ในอกอย่างบอกไม่ถูก สองชั่วโมงต่อมา... รถกระบะเก่าคร่ำคร่าคันหนึ่งจอดสนิทลงที่หน้าป้ายเขตหวงห้าม ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกับอากาศเย็นยะเยือกของผืนป่ารอบด้าน ลินินก้าวลงจากรถพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบย่อม เธอแหงนหน้ามองโครงสร้างบ้านไม้ชั้นเดียวที่ถูกปล่อยทิ้งร้างมานานนับปี หยากไย่และเถาวัลย์ปกคลุมหนาทึบ ดินรอบบริเวณแห้งแล้งและเต็มไปด้วยวัชพืช แต่ในสายตาของอดีตเซียนเกษตรกรรมผู้มีมิติพิเศษซ่อนอยู่ในจิตวิญญาณ ที่นี่ไม่ใช่ที่ดินอัปมงคลอย่างที่ชาวบ้านลือกัน... แต่มันคือ "ขุมทอง" มหาศาลที่รอการชุบชีวิต เธอสูดลมบริสุทธิ์เข้าปอดลึกๆ กำลังจะก้าวเท้าเดินสำรวจพื้นที่รอบบ้าน ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นจากความมืดมิดของแนวป่าเบื้องหลัง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่ก้าวออกมาขวางทางไว้ พร้อมกับถือตะกร้าสมุนไพรป่าสดๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นแปลกประหลาดลอยมาแตะจมูก ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกชีวิตไปกับความมุ่งมั่นของลินินนะคะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปลูกผักในที่ดินต้องห้าม เมื่อนางร้ายขอพลิกชีวิตเป็นเกษตรกรหลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%