กระบี่ไร้ลักษณ์สลักวิญญาณ: ปลายทางแห่งราชันย์ผู้ไร้บัลลังก์•ตอนที่ 2

เคล็ดวิชากระบี่สลายปราณ

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
"หากเจ้าคิดว่าความตายคือจุดจบของความทุกข์ระทม เจ้าก็ไม่ต่างอะไรกับก้อนหินที่รอวันผุพังไปตามกาลเวลา" เสียงทุ้มต่ำดังก้องกังวานภายในถ้ำลึกหลังสำนักเมฆาคล้อย หลี่เฟยหลงเอ่ยคำนั้นออกมาขณะที่ปลายนิ้วหยาบกร้านสั่นระริกจากการสะกดกลั้นพลังปราณที่ตีกลับในร่าง เขาไม่ได้กำลังสอนสั่งใคร แต่เขากำลังเถียงกับวิญญาณในอดีตที่หลงเหลืออยู่ในเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย เบื้องหน้าของเขา มิใช่ผนังหินธรรมดา หากแต่เป็นรอยจารึกอักขระโบราณที่ส่องประกายแสงสีครามจางๆ ดั่งดวงตาของปีศาจที่ตื่นจากนิทรา มันคือ ‘กระบี่ไร้ลักษณ์’ วิชาต้องห้ามที่ถูกลบหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ยุทธภพกว่าสามร้อยปี "จงเงียบเสียงลงเสีย..." หลี่เฟยหลงพึมพำ ดวงตาคมกริบดุจพยัคฆ์ซุ่มมองจ้องลึกเข้าไปในตัวอักษรเหล่านั้น เขารู้สึกได้ถึงไอสังหารที่แผ่ออกมาจากหินผา มันมิใช่พลังที่สร้างขึ้นเพื่อปกป้อง แต่เพื่อทำลาย—ทำลายลิขิตฟ้า ทำลายกฎเกณฑ์ และทำลายตัวตนของผู้ที่กุมมันไว้ เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ประคองสติที่เริ่มพร่าเลือนจากการบาดเจ็บภายในเมื่อคราประลองกับศิษย์พี่ในสำนัก รอยแผลที่หน้าอกยังคงปวดแปลบเหมือนถูกคมเขี้ยวสัตว์ป่าฉีกกระชาก ทว่าในยามที่ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับรอยสลักลึกตรงกลางม้วนคัมภีร์หินนั้น กระแสปราณที่เคยเฉื่อยชาและติดขัดกลับแล่นพล่านไปทั่วร่างดั่งมังกรคลั่ง *ตึง!* เสียงสะท้อนจากภายในอกดังหนักหน่วงเสมือนระฆังยักษ์ถูกตีขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน หลี่เฟยหลงทรุดกายลงคุกเข่า เลือดสีคล้ำทะลักออกจากมุมปาก ทว่าใบหน้าเขากลับปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันต่อโชคชะตา วิชาที่ใครต่อใครต่างหวาดกลัวว่าเป็นวิชามาร กลับกำลังไหลเวียนเข้าสู่ชีพจรของเขาอย่างหิวกระหาย "เจ้าต้องการข้า... หรือข้าต้องการเจ้ากันแน่?" เขาถามความว่างเปล่า ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นจากปากทางเข้าถ้ำ หลี่เฟยหลงตวัดสายตากลับไป ร่างระหงของสตรีผู้หนึ่งปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืดมิด นางคือเซียนจื่อเวย องค์หญิงผู้สูงศักดิ์ที่ถูกเนรเทศมาเป็นเพียงศิษย์สายใน นางสวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ทว่าดวงตากลับเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปีที่ไม่มีวันละลาย นางนิ่งมองชายหนุ่มที่ดูสภาพอเนจอนาถตรงหน้า ความเงียบก่อตัวขึ้นระหว่างคนทั้งสอง ชั่วครู่หนึ่งนางก้าวเข้ามาใกล้ แสงจากอักขระบนผนังสะท้อนลงบนใบหน้างามหมดจดของนาง ทำให้เห็นแววตาที่ซ่อนความห่วงใยไว้อย่างมิดชิด "เจ้ามาทำอะไรที่นี่ หลี่เฟยหลง" น้ำเสียงของนางเรียบนิ่ง ทว่าแฝงไปด้วยความกังวลที่นางเองก็ไม่อยากยอมรับ "สถานที่แห่งนี้คือเขตหวงห้าม หากท่านเจ้าสำนักรู้เข้า เจ้าจะถูกพิพากษาด้วยดาบอาญาสิทธิ์" หลี่เฟยหลงลุกขึ้นช้าๆ เขาปาดคราบเลือดที่มุมปากก่อนจะหันกลับมาประจันหน้ากับนาง ดวงตาที่เคยว่างเปล่ากลับมีประกายคมกล้าดุจกระบี่ที่เพิ่งผ่านการเจียระไน "หากข้ายังคงเป็นเพียงศิษย์รับใช้ที่ไร้ค่า ดาบอาญาสิทธิ์ก็คงไม่ต้องรอให้ข้าไปหาหรอก จื่อเวย... ข้าถูกกำหนดให้ตายตั้งแต่เริ่มแล้ว" "เจ้ากำลังพูดเรื่องอะไร" นางขมวดคิ้วแน่น ก้าวเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกจากตัวเขา "เจ้าบาดเจ็บหนัก... ปราณในร่างของเจ้ามันผิดปกติ" "มันมิใช่ความผิดปกติ แต่มันคือการเริ่มต้น" หลี่เฟยหลงเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของนางเบาๆ แต่มั่นคง ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาทำให้หญิงสาวชะงักไปครู่หนึ่ง "ข้าพบวิธีที่จะทำลายโซ่ตรวนที่ผูกมัดเราไว้แล้ว หากเจ้าปรารถนาจะทวงคืนทุกอย่างที่ถูกพรากไป เจ้าต้องเชื่อใจข้า" เซียนจื่อเวยนิ่งอึ้งไป สายตาของนางเลื่อนไปมองผนังถ้ำที่อักขระเริ่มเลือนหายไปเสมือนถูกดูดกลืนเข้าสู่ร่างกายของชายหนุ่มตรงหน้า พลังที่น่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งกำลังก่อตัวขึ้นรอบกายหลี่เฟยหลง มันมิใช่พลังปราณธรรมดา แต่มันคือปราณแห่งการทำลายล้างที่สามารถสลายกระดูกและวิญญาณของผู้ที่ถูกมันสัมผัส "เจ้าทำอะไรลงไป?" นางกระซิบ เสียงของนางเริ่มสั่นเครือ "ข้าแค่ปลดปล่อยสิ่งที่ควรถูกปลดปล่อย" หลี่เฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด "และตั้งแต่วินาทีนี้ไป ราชันย์ที่ไร้บัลลังก์ จะไม่ก้มหัวให้ใครอีก" ขณะที่เขากำลังจะเอ่ยสิ่งใดต่อ บรรยากาศภายในถ้ำก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้ามาจากภายนอก ผนังถ้ำเริ่มสั่นสะเทือน เศษหินร่วงหล่นลงมาดั่งฝนพิฆาต เสียงกระบี่นับร้อยเล่มนอกถ้ำดังประสานกันเป็นท่วงทำนองแห่งการสังหาร หลี่เฟยหลงชักกระบี่ไม้ที่พกติดตัวออกมา ฝักกระบี่แตกกระจายกลายเป็นผงฝุ่นในมือเขา เผยให้เห็นใบกระบี่ที่บัดนี้กลายเป็นสีดำสนิทดุจหมึกจีน ผิวคมกระบี่มีอักขระโบราณแล่นผ่านราวกับเส้นเลือดที่กำลังสูบฉีดโลหิต "พวกเขามาเร็วกว่าที่ข้าคิด" หลี่เฟยหลงมองไปที่ปากทางเข้าถ้ำ ซึ่งเงาร่างของยอดฝีมือชุดดำนับสิบกำลังพุ่งทะยานเข้ามา "จื่อเวย... ถอยไปข้างหลังข้า" หญิงสาวชักกระบี่ของนางออกมาเช่นกัน นางยืนเคียงข้างเขาโดยไม่ลังเล แม้จะรู้ว่าศัตรูที่อยู่เบื้องหน้าคือกลุ่มเพชฌฆาตจากวังหลวงที่ได้รับบัญชามาเพื่อกำจัดคนในสำนักที่คิดทรยศ "ข้าจะไม่ถอย" นางตอบเสียงเรียบ แต่กระชับด้ามกระบี่แน่น "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าจะอยู่เคียงข้างท่าน... จนกว่าลมหายใจสุดท้ายจะดับสูญ" ทว่าในวินาทีที่กลุ่มนักฆ่าพุ่งเข้ามาถึงตัวคนทั้งสอง เสียงหนึ่งที่เงียบงันมานานกลับดังแทรกผ่านความโกลาหลขึ้นมาในโสตประสาทของหลี่เฟยหลง—มันเป็นเสียงของชายชราคนหนึ่งที่เขาจำได้ดีว่าเป็นเจ้าสำนักเมฆาคล้อย ทว่าเสียงนั้นกลับฟังดูดุดันและเต็มไปด้วยแผนการที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า *‘เจ้าทำสำเร็จแล้ว... หลี่เฟยหลง จงใช้กระบี่นั้นสังหารนางเสีย แล้วข้าจะมอบบัลลังก์คืนให้แก่เจ้าในฐานะบุตรชายเพียงคนเดียวของข้า’* หลี่เฟยหลงชะงักค้างไป ร่างกายของเขาแข็งทื่อราวกับถูกศรน้ำแข็งทิ่มแทงหัวใจ เขาหันไปมองเซียนจื่อเวยที่กำลังตั้งท่าเตรียมพร้อมสู้ตายเคียงข้างเขา ความจริงที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของความเมตตาของเจ้าสำนักถูกเปิดเผยออกมาในยามวิกฤตที่สุด เขาควรจะตวัดกระบี่ใส่ศัตรู หรือหันคมกระบี่เข้าหาความจริงที่เขาก็เพิ่งได้รับรู้ว่าตนเองคือใครกันแน่? หวังว่าท่านผู้อ่านจะร่วมเป็นพยานในโชคชะตาที่กำลังพลิกผันนี้ไปพร้อมกับข้าพเจ้าในตอนต่อไปนะครับ
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สลักวิญญาณ: ปลายทางแห่งราชันย์ผู้ไร้บัลลังก์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%