เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณติวเตอร์ขี้โวยวาย•ตอนที่ 15

ปิดโปรเจกต์ยกที่หนึ่ง

ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
"ถ้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ผมจะถือว่าคุณรุกล้ำอาณาเขตส่วนตัว และฟิสิกส์บอกไว้ชัดเจนครับว่า วัตถุสองชิ้นจะอยู่ในตำแหน่งเดียวกันในเวลาเดียวกันไม่ได้" เสียงทุ้มต่ำเจือกระแสความระแวดระวังดังขึ้นทันทีที่บานประตูไม้สักของห้องสมุดเงียบสงบถูกผลักเปิดออก ร่างสูงโปรดของธันวาในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกขยับถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ แววตาคมกริบที่ปกติมักฉายแววขี้เล่นและกวนประสาท กลับพินิจพิเคราะห์ผู้มาเยือนเบื้องหน้าอย่างละเอียดราวกับกำลังคำนวณเวกเตอร์แรงปะทะ ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงธรณีประตูนั้นมีส่วนสูงไล่เลี่ยกัน หากแต่โครงสร้างไหล่กว้างและรัศมีรอบตัวให้ความรู้สึกกดดันอย่างประหลาด ใบหน้าคมคายถอดแบบกันมาเสียจนน่าหงุดหงิด ต่างกันตรงที่นัยน์ตาคู่คมนั้นนิ่งสนิทและเย็นชาเสียยิ่งกว่าของธันวา "กลัวพี่ขนาดนั้นเลยเหรอครับ เจ้าธัน" รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้มาใหม่ช่างคุ้นตาเสียนี่กระไร เป็นรอยยิ้มแบบเดียวกันกับที่ธันวาชอบใช้เวลาแกล้งปั่นประสาทใครต่อใคร "พี่ภาคย์..." ธันวาพึมพำลอดไรฟัน ขาทั้งสองข้างหยุดชะงักจากการถอยหนีโดยอัตโนมัติ "กลับมาเร็วกว่ากำหนดสามเดือน... เล่นไม่เนียนเลยนะครับเนี่ย" "ถ้าพี่ไม่เซอร์ไพรส์กลับมาตอนนี้ มีหวังน้องชายตัวดีของพี่คงเอาฟิสิกส์ไปใช้จีบติวเตอร์สาวจนบ้านช่องไม่เป็นอันกลับแล้วมั้ง" ภาคภูมิหัวเราะในลำคอ กวาดสายตามองเลยผ่านไหล่ของธันวาไปยังโต๊ะอ่านหนังสือมุมในสุด ซึ่งมีร่างบางของมีนากำลังนั่งหน้าตาตื่น ถือโทรศัพท์มือถือค้างไว้ด้วยอาการสติหลุดหลังจากเห็นยอดไลก์และยอดแชร์โพสต์ล่าสุดพุ่งทะยานทะลุเพดานเป้าหมายที่ตั้งไว้ร่วมกัน "พี่ภาคย์!" ธันวาพุ่งตัวไปขวางหน้าประตูปิดบังวิสัยทัศน์ของพี่ชายทันที "เรื่องนั้นมัน... เป็นโปรเจกต์เชิงวิชาการต่างหากครับ เรากำลังศึกษาพฤติกรรมมวลชนผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย!" "อ๋อเหรอครับ โครงการ 'พิสูจน์รักแท้ด้วยแรงโน้มถ่วง' นี่มันอยู่ในหลักสูตรฟิสิกส์เทอมไหนเหรอ พี่ตกข่าวเหรอเนี่ย" ภาคภูมิเลิกคิ้วสูง ปรายตามองน้องชายด้วยแววตารู้ทัน "หลบไปหน่อยครับธันวา พี่อยากไปทำความรู้จักกับ 'คุณติวเตอร์ขี้โวยวาย' ที่น้องชายผมยอมลงทุนทำเพจจนดังข้ามคืนหน่อยสิ" "หยุดเลยนะครับ!" ธันวาเผลอยกเสียงขึ้นเล็กน้อยอย่างลืมตัว นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ที่อัจฉริยะหน้านิ่งผู้ควบคุมทุกสถานการณ์ด้วยสมการคณิตศาสตร์ กลับแสดงอาการรนรานอย่างเห็นได้ชัด "พี่เพิ่งกลับมาเหนื่อยๆ กลับไปพักผ่อนที่บ้านก่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมตามไปเคลียร์... ทุกเรื่อง!" บรรยากาศระหว่างสองพี่น้องตระกูลนี้ตึงเครียดขึ้นมาทันตาเห็น แรงกดดันแผ่ซ่านออกมารอบตัวราวกับสนามแม่เหล็กขั้วเดียวกันที่พยายามผลักไสกันและกัน ทว่าในขณะเดียวกัน เสียงฝีเท้าเบาๆ และเสียงหอบหายใจน้อยๆ ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง "นี่! ธันวา เกิดอะไรขึ้นทำไมเสียงดัง— อุ๊ย!" มีนาที่ทนความเงียบไม่ไหวและเดินตามมาสมทบ ชะงักกึกทันทีเมื่อปะทะเข้ากับแผ่นหลังกว้างของชายแปลกหน้าอีกคนที่หน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับธันวาเสียเหลือเกิน ร่างบางกะพริบตาปริบๆ สมองอันรวดเร็วของติวเตอร์สาวประมวลผลสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว—ผู้ชายหน้าตาดี บุคลิกนิ่งขรึม ท่าทางกดดัน... หรือว่านี่คือ... "อะ... หรือว่าคุณคือ..." มีนากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นิ้วเรียวชี้สลับไปมาระหว่างธันวากับผู้มาใหม่ "พี่ชายของธันวาเหรอคะ?!" ภาคภูมิหันขวับกลับมามองมีนา ทันทีที่สบตากับติวเตอร์สาว แววตาเย็นชาเมื่อครู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นประกายระยิบระยับด้วยความนึกสนุก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนมุมปากทันที "สวัสดีครับคุณมีนา ผมภาคภูมิครับ... พี่ชายแท้ๆ ของเจ้าเด็กกวนประสาทคนนี้" ภาคภูมิเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลสุภาพ ผิดกับธันวาที่ตอนนี้หน้าเสียไปถนัดตา "ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามจากปากเจ้าธันวามาเยอะมาก วันนี้ดีใจจริงๆ ที่ได้เจอตัวจริงสักทีครับ ว่าแต่... ที่น้องผมมันบอกว่าเป็น 'โปรเจกต์วิชาการ' เนี่ย ทางนี้โดนจีบอยู่หรือเปล่าครับเนี่ย?" "พี่ภาคย์!" ธันวาพุ่งเข้ามาคว้าแขนพี่ชายเสียงดังลั่นห้องสมุด ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความเคอะเขินที่ปิดไม่มิด "อย่าไปฟังเขานะครับมีนา พี่คนนี้ชอบพูดจาเพ้อเจ้อตั้งแต่เด็กแล้ว!" มีนายืนอึ้ง หน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู สมองตื้อตันไปชั่วขณะเมื่อโดนจู่โจมด้วยประโยคคำถามตรงไปตรงมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ยิ่งเห็นท่าทางลนลานจนผิดวิสัยของธันวา หัวใจดวงน้อยก็เต้นระรัวราวกับกลองเพล *นี่มันสถานการณ์บ้าอะไรเนี่ย! เพิ่งจะฉลองยอดไลก์โปรเจกต์ทะลุเป้าไปหมาดๆ ทำไมจู่ๆ ถึงกลายเป็นศึกเผชิญหน้าครอบครัวไปได้เล่า!* มีนาสูดหายใจเข้าลึก พยายามตั้งสติแล้วเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยตามฟอร์มติวเตอร์สาวผู้ไม่เคยยอมใคร แม้ว่าหัวใจจะเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอกแล้วก็ตาม "เอ่อ... สวัสดีค่ะพี่ภาคภูมิ" มีนาพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น "คือ... เรื่องโปรเจกต์เนี่ย มันก็..." "มันคือความจริงใจครับ!" เสียงทุ้มต่ำของธันวาขัดขึ้นแทรกกลางระหว่างบทสนทนา ร่างสูงตัดสินใจก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างมีนาอย่างปกป้อง นัยน์ตาคมกริบที่เคยฉายแววกวนประสาท บัดนี้กลับจริงจังและแน่วแน่อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของมีนากุมไว้หลวมๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและความมั่นใจ ภาคภูมิหรี่ตามองน้องชาย ท่าทางพยศแบบแมวป่าที่ยอมลดตัวลงปกป้องคนสำคัญ ทำให้พี่ชายผู้พี่ถึงกับหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ แววตาสتล้อเลียนเมื่อครู่เจือความอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด "โอเคครับๆ พี่ไม่แกล้งแล้วก็ได้" ภาคภูมิยกมือขึ้นยอมแพ้เชิงสัญลักษณ์ "เห็นแก่ความกล้าหาญของน้องชาย และความน่ารักของคุณมีนา... เอาเป็นว่า พี่ขอตัวไปหาอะไรดื่มข้างนอกก่อนก็แล้วกัน ตามสบายเลยนะครับคู่รัก... เอ๊ย คู่หูจำเป็น" พูดจบ ภาคภូមิลูบไหล่น้องชายเบาๆ ทีหนึ่งอย่างเอ็นดู ก่อนจะเดินผ่านทั้งคู่ไปพร้อมกับรอยยิ้มกรุ้มกริ่มทิ้งท้าย บรรยากาศในห้องสมุดกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่ยืนประจันหน้ากันท่าتدกลางกองหนังสือและหน้าจอโทรศัพท์ที่ยังคงสว่างวาบด้วยตัวเลขยอดไลก์หลักหมื่น ธันวาก้มมองมือตัวเองที่ยังคงกุมข้อมือมีนาอยู่ รีบปล่อยมือออกทันทีราวกับโดนของร้อน ใบหน้าหล่อเหลาหันหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยแดงจางๆ ที่ข้างแก้ม "อะแฮ่ม... คือว่านะมีนา..." ธันวาเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงติดๆ ขัดๆ ที่หาดูได้ยาก "ที่ผมพูดเมื่อกี้... หมายถึงเรื่องโปรเจกต์... เอ๊ย เรื่องความจริงใจ... คือ..." มีนามองท่าทางเก้ๆ กังๆ ของอัจฉริยะหนุ่มผู้ไม่เคยจนมุมให้ใคร ความโกรธเคืองหรือความตกใจเมื่อครู่อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกนุ่มฟูอุ่นวาบในอกที่เอ่อล้นขึ้นมาแทนที่ ติวเตอร์สาวเม้มริมฝีปากแน่น พยายามกลั้นยิ้มจนแก้มป่อง ก่อนจะแกล้งทำเป็นตีหน้าขรึมแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ "อะไรของคุณคะ ธันวา? ไหนบอกว่าทุกอย่างอธิบายได้ด้วยฟิสิกส์ไงคะ แล้วตอนนี้ 'แรงดึงดูด' ระหว่างเราเนี่ย มันคำนวณจากสูตรไหนเหรอคะ ถึงได้ทำให้คนหน้ามึนอย่างคุณพูดจาตะกุกตะกักได้ขนาดนี้?" ธันวาหันขวับกลับมาสบตากับดวงตากลมโตเป็นประกายคู่นั้น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์และกวนประสาทแบบเดิมค่อยๆ กลับคืนสู่ใบหน้าหล่อเหลา แววตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะอ่านทะลุถึงก้นบึ้งของหัวใจ "อ๋อ... อันนั้นไม่ต้องใช้สูตรซับซ้อนหรืองานวิจัยอะไรเลยครับมีนา..." ธันวาโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าและเจือกระแสความอบอุ่นจนคนฟังขนลุกซู่ "...เพราะสำหรับผมแล้ว แรงดึงดูดที่มีต่อคุณ... มันเป็นค่าคงที่ที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงต่างหากล่ะครับ" มีนาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบ หน้าแดงก่ำลามไปจนถึงต้นคอ สมองขาวโพลนจนประมวลผลอะไรไม่ถูกเมื่อโดนรุกฆาตด้วยมุกจีบสไตล์ฟิสิกส์เลี่ยนๆ แบบไม่ทันตั้งตัว ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและหัวใจของทั้งคู่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือในมือมีนาก็สั่นครืดขึ้นมาขัดจังหวะ มีนาก้มลงมองหน้าจอตามสัญชาตญาณ ปรากฏข้อความใหม่เด้งขึ้นมาจากบัญชีปริศนาที่เพิ่งแอดเข้ามาเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน พร้อมกับรูปถ่ายโคลสอัพใบหน้าของธันวาตอนเด็กที่กำลังทำหน้าบึ้งตึงสุดขีด... และข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาเลือดในกายของติวเตอร์สาวเย็นเฉียบลงทันที *[ภาคภูมิ (พี่ชายธันวา)] ส่งรูปภาพ* *[ภาคภูมิ]: รูปนี้ตอนเด็กๆ น้องชายพี่น่ารักใช่ไหมครับ? แต่อย่าเพิ่งเชื่อมันมากนะ... เพราะความลับจริงๆ ของเจ้าธันวา ที่มันยังไม่กล้าบอกคุณเนี่ย... คือเรื่องที่มันแอบชอบคุณมาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วต่างหากล่ะครับ!* มีนาชะงักกึก ค้างเติ่งอยู่กับที่ราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว ดวงตาคู่สวยค่อยๆ หันขวับกลับมามองหน้าอัจฉริยะหนุ่มจอมกวนที่ตอนนี้... หน้าถอดสีจนซีดเผือดสนิท ________________________________________ *(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและกดหัวใจให้โปรเจกต์นี้จนทะลุเป้าหมายไปพร้อมกับธันวาและมีนานะครับ)*
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณติวเตอร์ขี้โวยวาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%