เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณติวเตอร์ขี้โวยวาย•ตอนที่ 7

เมื่อความรู้ไม่อยู่ในตำรา

ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
"บอกแล้วไงครับว่าแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางมันไม่ได้หมายถึงการสะบัดหน้าหนีผมแบบนั้นสักหน่อย คุณมีนาเล่นดึงกระเป๋าเอกสารหนีซะแรงจนฟิสิกส์ในอกผมปั่นป่วนไปหมดแล้วนะครับเนี่ย" เสียงทุ้มติดจะกวนประสาทของธันวาเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงจอแจของสวนสาธารณะใจกลางเมือง พื้นหญ้าสีเขียวขจีใต้ร่มไม้ใหญ่กลายเป็นห้องเรียนเฉพาะกิจในบ่ายวันอาทิตย์ หลังจากเหตุการณ์หัวใจกระตุกวูบในตอนที่แล้ว ธันวาตัดสินใจงัดกลยุทธ์เด็ด ลากตัวติวเตอร์สาวจอมโวยวายให้ออกมาเปลี่ยนบรรยากาศติวหนังสือท่ามกลางธรรมชาติ โดยอ้างเรื่องการศึกษา 'ระบบนิเวศและพลศาสตร์ของไหล' แต่ความจริงแล้ว เขาก็แค่หาข้อ อ้างอยากมองรอยยิ้มตอนเธอเถียงเขาแก้เขินก็เท่านั้นเอง มีนาตวัดสายตาค้อนขวับใส่ร่างสูงที่นั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่บนเสื่อปูิคนิค มือเรียวผลักแฟ้มชีทสรุปภาษาไทยกระแทกอกอีกฝ่ายเบาๆ "หยุดพูดจาเพ้อเจ้อเรื่องฟิสิกส์สักนาทีจะได้ไหมธันวา! นี่ฉันยอมแบกสังขารมานั่งตากยุงตากลมกลางสวน ไม่ได้มาฟังนายอธิบายเรื่องแรงเหวี่ยงบ้าบออะไรนี่นะ ชีทภาษาไทยพาร์ทบทประพันธ์โบราณยังจำไม่หมดเลย ถ้านายยังไม่เลิกกวนแล้วช่วยติวแบบมีสาระนะ ฉันจะเทแล้วเดินกลับหอเดี๋ยวนี้จริงๆ ด้วย!" มีนาโวยวาย ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความหงุดหงิด—หรืออาจจะเป็นเพราะอากาศร้อนอบอ้าวกันแน่ เจ้าตัวก็ไม่อยากจะยอมรับความจริงข้อหลัง ธันวายิ้มรับมุมปาก ดวงตากลมโตใต้กรอบแว่นใสฉายแววเจ้าเล่ห์ เขาขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนมีนาต้องรีบขยับถอยหลังกรูดตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว "ใจเย็นๆ สิครับคุณติวเตอร์ การเรียนรู้นอกห้องเรียนน่ะมันดีต่อระบบประสาทและการรับรู้ (Cognitive Function) นะครับ ลองมองไปรอบๆ ตัวเราสิครับ ใบไม้ที่กำลังไหวตามแรงลม ต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา ทุกอย่างล้วนมีหลักการทางวิทยาศาสตร์ควบคุมอยู่ทั้งสิ้น... เหมือนกับหัวใจของผมตอนนี้ไงครับ ที่กำลังถูกแรงดึงดูดมหาศาลจากคุณดึงเข้ามาเรื่อยๆ จนต้านทานไม่ไหวแล้ว" "ไอ้... ไอ้เด็กบ้า!" มีนาร้องวี้ดออกมาเบาๆ ใบหน้าร้อนผ่าวลามไปจนถึงใบหู เธอยกมือขึ้นปิดแก้มตัวเองที่ตอนนี้คงแดงแจ๋เหมือนลูกตำลึงสุก "ใครสอนให้นายหยอดมุกเลี่ยนๆ แบบนี้วะเนี่ย! บอกแล้วไงว่าฉันไม่เก่งวิทย์ ไม่ต้องเอาทฤษฎีบ้าบออะไรมาเปรียบเทียบกับฉันเลยนะ!" "ผมไม่ได้เรียนมาจากตำราเล่มไหนหรอกครับ..." ธันวาเว้นจังหวะ เสียงทุ้มนั้นอ่อนลงจนเกือบจะเป็นเสียงกระซิบ ดวงตาคมกริบมองตรงเข้าไปในดวงตากลมโตของหญิงสาวอย่างมีความหมาย "แต่มันเป็น 'สัญชาตญาณ' ต่างหากครับ... สัญชาตญาณที่บอกว่า คนตรงหน้าคนนี้ สำคัญกับผมมากกว่าสมการฟิสิกส์ข้อไหนๆ ในโลกใบนี้ซะอีก" บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะเงียบลงไปชั่วขณะ เสียงจอแจของผู้คนในสวนสาธารณะรอบตัวราวกับถูกกดปุ่มปิดเสียง เหลือเพียงเสียงลมหายใจและจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนน่าตกใจ มีนาอ้าปากค้าง สมองที่เคยประมวลผลข้อสอบยากๆ ได้อย่างรวดเร็ว กลับกลายเป็นบล็อกสนิท ประโยคต่อล้อต่อเถียงที่เตรียมไว้หายวับไปกับตา หัวใจเจ้ากรรมในอกเต้นโครมครามจนเธอเกรงว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน *ตึกตัก... ตึกตัก...* ความเงียบที่โรยตัวคั่นกลางระหว่างคนทั้งคู่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความประหม่า ธันวาเองก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขานั่งมองปฏิกิริยาของติวเตอร์สาวขี้โวยวายที่ตอนนี้ทำตัวไม่ถูก นั่งบิดชายเสื้อตัวเองไปมาจนยับยู่ยี่ "เอ่อ... ล...ลมแรงจะ...จังเนอะ!" มีนารีบเบือนหน้าหนีไปทางสนามหญ้ากว้างเพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่าขั้นสุด มือไม้เก้ๆ กังๆ หยิบขวดน้ำขึ้นมาเปิดดื่มรวดเดียวครึ่งขวด "วะ...ว่าแต่ไหนล่ะ ไหนบอกว่าจะพามาดูเรื่องพลศาสตร์ของไหลไง เอาชีทมานี่เลย! ติวต่อเดี๋ยวนี้!" ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ กับท่าทางแก้เขินที่น่ารักจนใจเจ็บของเธอ เขาหยิบชีทวิชาการขึ้นมาเปิดตามคำบัญชา แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากยังคงไม่จางหาย "ครับๆ ตามใจคุณติวเตอร์เลยครับ แต่ถ้าตรงไหนอ่านไม่เข้าใจ ถามผมได้ตลอดเวลานะครับ..." ธันวาเอื้อมมือไปหยิบเศษใบไม้ที่ติดอยู่บนกลุ่มผมนุ่มของมีนาอย่างแผ่วเบา โดยที่เจ้าตัวสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ขยับหนี "เพราะผมพร้อม... 'อธิบาย' ให้คุณฟังซ้ำได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยครับ" มีนาค้อนให้อีกวงใหญ่ พยายามทำเป็นสนใจตัวหนังสือในกระดาษ แต่หางตากลับแอบลอบมองใบด้านข้างของชายหนุ่มที่กำลังตั้งอกตั้งใจอธิบายบทเรียนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ความรู้สึกแปลกใหม่บางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในใจ ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นของสวนสาธารณะ และแรงดึงดูดที่มองไม่เห็นซึ่งดึงให้พวกเขาทั้งสองคนขยับเข้าใกล้กันทีละนิด... ทีละนิด ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างไร้ที่ติ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะกำลังเคล้าคลอไปกับสายลมเย็นยามบ่าย สัญญาณเตือนภัยจากโลกภายนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะ *Rrr... Rrr...* เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของธันวาสั่นครืนขึ้นมา ทำลายความเงียบสงบนั้นลงในพริบตา ธันวาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความรำคาญใจที่ถูกขัดจังหวะเวลามีค่า เขากดตัดสายทิ้งอย่างไม่ไยดีโดยไม่แม้แต่จะเหลือบมองหน้าจอ แต่ทว่า... มันไม่ได้จบแค่นั้น *Rrr... Rrr...* มันดังขึ้นอีกครั้ง... และครั้งนี้ ไม่ใช่แค่สายโทรเข้า แต่มีข้อความแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาบนหน้าจอสมาร์ทโฟนที่วางคว่ำอยู่บนเสื่อปูิคนิค หน้าจอสว่างวาบเผยให้เห็นชื่อและข้อความที่ส่งตรงเข้ามาอย่างอุกอาจ มีนาก้มมองหน้าจอโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่เพียงแค่กวาดสายตาผ่านข้อความสั้นๆ นั้น หัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วเมื่อครู่ กลับกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอแข็งค้างในทันที **[ข้อความแจ้งเตือน: "ธันวาคะ... อยู่ไหนเอ่ย? พี่กลับมาจากต่างประเทศแล้วนะ คิดถึงจังเลย... ออกมาเจอกันหน่อยสิคะ"]** ธันวาหน้าถอดสีในเสี้ยววินาที เขาหันขวับมามองหน้ามีนาที่มีรอยยิ้มเจื่อนๆ ผุดขึ้นมาแทนที่ความอบอุ่นเมื่อครู่... ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้คู่หูสายวิทย์-สายซึนคู่นี้มาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณติวเตอร์ขี้โวยวาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%