เสียงปรบมือเกรียวกราวในแกรนด์บอล룸ของโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาวดังก้องกังวาน ราวกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยจากอดีตที่รินรดาเคยฝังกลบไว้ด้วยน้ำตาและความร้าวราน แสงไฟสปอตไลท์สีขาวนวลสาดส่องลงบนเวทีใหญ่ใจกลางห้องโถง ที่ซึ่งโครงการอสังหาริมทรัพย์มูลค่าหลายหมื่นล้านกำลังจะถูกประกาศให้เป็นเกียรติประวัติครั้งสำคัญของอาณาจักรธุรกิจ "ธนandวัฒน์"
แต่ค่ำคืนนี้... บัลลังก์ที่ธามัน ประธานหนุ่มผู้เย็นชาและเย่อหยิ่งเคยครอบครองแต่เพียงผู้เดียว กำลังจะถูกสั่นคลอน
"เชิญตัวแทนคนสำคัญจาก 'Lumina Global' ขึ้นมาบนเวทีได้เลยค่ะ..."
เสียงพิธีกรสาวกล่าวต้อนรับด้วยความตื่นเต้น แต่สำหรับธามัน ผู้ชายที่ยืนกอดอกอยู่มุมหนึ่งของเวทีด้วยใบหน้าเรียบเฉยราวน้ำแข็งสลัก เขากลับไม่ได้สนใจพิธีกรแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นกวาดมองผู้คนในงานด้วยความเบื่อหน่าย จนกระทั่ง... เงาร่างหนึ่งก้าวขึ้นมาใต้แสงไฟ
ลมหายใจของประธานหนุ่มสะดุดกึก ร่างกายที่เคยผ่อนคลายกลับเกร็งค้างในเสี้ยววินาที
นั่นไม่ใช่ตัวแทนธุรกิจธรรมดา...
ผู้หญิงในชุดราตรีเข้ารูปสีดำสนิท ดีไซน์เรียบหรูแต่บาดตาด้วยรอยผ่าสูงเผยเรียวขาเนียนระหง เรือนผมสีดำสนิทถูกรวบตึงไว้ด้านหลังอย่างไร้ที่ติ ใบหน้ารูปไข่ที่เคยซีดเซียวและมีแต่คราบน้ำตาในวันที่เขาเซ็นใบหย่า บัดนี้กลับงดงามเฉี่ยวคม ดุดัน และทรงพลังเกินกว่าที่ผู้ชายคนไหนจะกล้าสบตานานๆ
รินรดา... อดีตภรรยาที่เขาเคยตราวางไว้ในฐานะ "ดอกไม้ริมทาง" ที่ไร้ค่าและไร้ตัวตน บัดนี้เธอยืนอยู่ตรงนั้น ในฐานะ "ประธานกรรมการบริหาร" คนใหม่ของคู่แข่งทางธุรกิจที่พร้อมจะบดขยี้โปรเจกต์นี้ให้แหลกคราบ
ธามันขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบหรี่ลงด้วยความกรุ่นโกรธและความประหลาดใจที่ตีรวนขึ้นมาในอก เขาไม่เคยได้รับรายงานว่าบริษัทคู่แข่งแต่งตั้งใครมารับตำแหน่งนี้ และที่สำคัญที่สุด... ทำไมต้องเป็นเธอ ผู้หญิงที่เขาเคยสั่งให้คนขับรถไล่ออกไปจากคฤหาสน์ในคืนฝนตกอย่างไร้เยื่อใยเมื่อสามปีก่อน
"ยินดีด้วยนะคะ คุณธามัน..."
เสียงหวานทุ้มที่เจือด้วยความเย็นชาดังผ่านไมโครโฟน รินรดากวาดสายตานิ่งสนิทมามองเขาโดยตรง ท่ามกลางเสียงฮือฮาของแขกเหรื่อในงานและนักข่าวที่รัวชัตเตอร์กันจนแฟลชวับแวม เธอยกยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความยินดีแม้แต่น้อย หากแต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุม
กวินทร์ ซึ่งยืนอยู่เคียงข้างเธอในฐานะมือขวาและนักลงทุนคนสนิท ส่งยิ้มให้กำลังใจพร้อมกับส่งมือให้เธอวางประคองตอนก้าวขึ้นบันไดเวที เคมีที่เข้ากันอย่างไร้ที่ติของทั้งคู่สะดุดตาธามันจนความหึงหวงไร้เหตุผลพุ่งพล่านขึ้นมาแผดเผาในอก
*เธอกล้าดียังไง...* ธามันคิดในใจ มือหนากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความทรงจำเกี่ยวกับรอยน้ำตาและความอ้อนวอนของเธอในอดีตผุดวาบขึ้นมา แต่ภาพเหล่านั้นถูกลบหายไปทันทีเมื่อสบเข้ากับดวงตาสีดำสนิทที่ว่างเปล่าและแข็งกร้าวคู่นั้น
งานเลี้ยงดำเนินไปท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดสำหรับฝั่งเจ้าภาพ ทว่ากลับรื่นรมย์ยิ่งสำหรับฝั่งของรินรดา เมื่อการเจรจาธุรกิจรอบแรกจบลง เธอก็ก้าวถอยออกมาเพื่อพักผ่อนในมุมเงียบสงบของระเบียงห้องจัดเลี้ยง ลมยามค่ำคืนพัดพาเอาความเย็นเข้ามาปะทะผิวกาย แต่กลับไม่หนาวเท่าสายตาที่กำลังเดินตรงเข้ามาหาเธอ
"เธอเล่นเกมอะไรอยู่ รินรดา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยเอ่ยขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของธามันที่ก้าวเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของเธอเกือบชนกับอกแกร่ง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ลอยเข้าแตะจมูก
รินรดาไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง เธอเพียงแค่จิบแชมเปญในแก้วทรงสูงอย่างใจเย็น ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับอดีสามีด้วยรอยยิ้มเยาะ
"เกมธุรกิจค่ะ คุณธามัน... หรือว่าคุณไม่คุ้นเคยกับการเป็นผู้แพ้เสียแล้วล่ะคะ?"
"เธอไม่มีทางชนะฉันได้หรอก" ธามันก้าวเข้ามาอีกก้าว บีบพื้นที่ระหว่างเขากับเธอให้แคบลงจนแทบไม่มีอากาศหายใจ ดวงตาคมกริบจดจ้องริมฝีปากอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงเพลิงอย่างดุดัน "อย่าคิดว่าการแต่งตัวเป็นนักธุรกิจสาวแล้วจะลบอดีตที่เธอเคยคุกเข่าร้องขอความเมตตาจากฉันได้"
รินรดาหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความหยามเหยียดและความเจ็บปวดที่ถูกหลอมรวมจนกลายเป็นความด้านชา เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว มือเรียวยื่นไปแตะที่ปกเสื้อสูทราคาแพงของเขาแผ่วเบา ก่อนจะปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงออกอย่างไร้ความเคารพ
"อดีตเหรอคะ? ขอบคุณที่เตือนนะคะ... เพราะมันทำให้ฉันรู้ว่า ผู้ชายที่เคยโง่เขลาที่สุดในชีวิตฉัน ก็คือคุณนี่แหละค่ะ"
ธามันกรามกระตุกด้วยความโกรธ เขาคว้าข้อ มือเธอไว้แน่นด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงจนควบคุมไม่อยู่ ความชิดใกล้ทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน ความทรงจำเก่าๆ และความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่เขาเคยพยายามกด1ไว้ตีรวนขึ้นมาพร้อมกัน
"ปากเก่งขึ้นนี่... อยากลองดูไหมล่ะ ว่าบนเตียงเธอยัง 'เก่ง' เหมือนปากพูดหรือเปล่า" เขาขู่เสียงต่ำ ชิดริมฝีปากลงที่ข้างใบหูเธออย่างจาบจ้วง
ทว่ารินรดากลับไม่สะดุ้งสะเทือน เธอแย้มยิ้มเย้ายวนแต่แฝงด้วยยาพิษ ก่อนจะกระซิบตอบด้วยเสียงที่เฉียบคมบาดลึก
"ลองดูสิคะ... แต่บอกไว้ก่อนนะ ว่า 'หมาตัวเก่า' อย่างคุณ ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องเนื้อตัวฉันอีกแล้วค่ะ"
พูดจบ เธอก็สะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมอย่างเด็ดเดี่ยว ทิ้งให้ธามันยืนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้นด้วยความเดือดดาลที่ปะทุถึงขีดสุด ดวงตาคมกริบมองตามร่างระหงที่เดินกลับเข้าไปในงานอย่างไร้เยื่อใย
แต่ทว่า... ในวินาทีที่รินรดากล่าวลาแขกเหรื่อเพื่อเตรียมตัวกลับ ประตูลิฟท์วีไอพีก็เปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของเด็กชายวัยสามขวบคนหนึ่งในชุดสูทตัวจิ๋ว หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ทว่าดวงตากลมโตคู่นั้นกลับถอดแบบมาจากธามันราวกับแกะ
เด็กน้อยวิ่งเข้ามาซุกตัวอยู่ที่ชายกระโปรงของรินรดา พร้อมกับเงยหน้าขึ้นส่งเสียงใสแจ๋วเรียกเธอว่า...
"คุณแม่ครับ กลับบ้านกันเถอะครับ คุณปะป๋าที่ยืนอยู่ตรงโน้น... หน้าตาบูดบึ้งจังเลยครับ"
หัวใจของธามันที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม เมื่อสมองประมวลผลคำว่า "คุณแม่" และใบหน้าของเด็กชายที่เหมือนเขาราวกับกระจกสะท้อน!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับเกมแค้นครั้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
**"เพลิงกุหลาบดำ"**
ทายาทตระกูลดังกับอดีตภรรยาที่เขาสั่งลืม•ตอนที่ 1
ห้วงแห่งการหวนคืน
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดังกับอดีตภรรยาที่เขาสั่งลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!