"หากเจ้าคิดจะใช้ชีวิตเป็นเพียงขยะที่รอวันตายในตระกูลเก้อ ก็จงวางดาบลงเสีย แต่หากเจ้าปรารถนาจะเหยียบย่ำสวรรค์... ก็จงกัดฟันรับความเจ็บปวดจากการถูกฉีกกระชากวิญญาณนี้ให้ได้!"
เสียงก้องกังวานในห้วงจิตของหลี่มู่เหยียน ไม่ใช่เสียงจากเทพเซียนที่ไหน แต่เป็นเสียงของตัวเขาเอง—ตัวเขาในอดีตที่เคยเป็นถึงมหาเทพผู้สยบใต้หล้า ร่างกายที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นหินเย็นเยียบในถ้ำลับหลังหุบเขาตระกูลเก้อบัดนี้สั่นสะท้านอย่างรุนแรง เลือดสีเข้มข้นไหลทะลักออกจากทวารทั้งเก้า มันไม่ใช่เลือดธรรมดา แต่มันคือสิ่งปฏิกูลที่ตกค้างอยู่ในร่างสวะนี้มานานนับสิบปี
หลี่มู่เหยียนขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงฟันกระทบกัน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วอาณาบริเวณ ความเจ็บปวดนั้นราวกับมีมดนับหมื่นตัวกำลังกัดกินไขกระดูกของเขา แต่นัยน์ตาคู่คมกริบของเขากลับไม่มีความหวาดหวั่น มีเพียงความทระนงที่ลุกโชนดุจเปลวเพลิงที่ไม่มีวันมอดดับ
"กายาเทวะบรรพกาล... ไม่ได้มีไว้ให้คนอ่อนแอครอบครอง" เขาพึมพำผ่านไรฟัน
เขารวบรวมลมปราณที่เบาบางดุจเส้นด้ายในจุดตันเถียน พยายามเค้นให้มันไหลเวียนไปตามเส้นชีพจรที่ตีบตันมานานนับปี กระบวนท่า 'เคล็ดวิชากระบี่สยบฟ้า' ที่เขาสร้างขึ้นในอดีตเริ่มทำงาน มันมิใช่เพียงเคล็ดวิชา แต่คือการดึงเอาพลังงานจากชั้นบรรยากาศมาหลอมรวมกับไอหยินหยางในร่าง ในขณะที่เขากำลังเร่งเร้าพลังนั้น เสียงฝีเท้าที่แผ่วเบาดุจแมวป่าก็ดังขึ้นจากหน้าปากถ้ำ
หลี่มู่เหยียนไม่ลืมตา แต่สัญชาตญาณของเขารับรู้ได้ทันทีว่าใครมา
"เจ้ามาทำไม" เสียงของเขาแหบพร่า ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจที่ทำให้ผู้มาเยือนชะงักฝีเท้า
เงาร่างระหงในชุดสีขาวบริสุทธิ์ก้าวเข้ามาในแสงสลัว เซียนจินหลิงยืนนิ่งสงบดุจรูปปั้นหยก ดวงตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งคู่นั้นจ้องมองชายหนุ่มที่นั่งจมกองเลือดด้วยแววตาที่ยากจะอ่านออก
"ข้าได้รับคำสั่งจากอาจารย์ ให้มาตรวจสอบเหตุการณ์ผิดปกติที่เขาลับ" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "แต่ดูเหมือนว่า ข้าจะพบเพียงเศษซากของความทระนงที่กำลังจะดับสูญ"
หลี่มู่เหยียนลืมตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาสีดำสนิทของเขาสะท้อนเงาของนางเพียงผู้เดียว "เจ้าคิดว่าข้าจะดับสูญงั้นหรือ? จินหลิง... เจ้าผู้เป็นถึงยอดอัจฉริยะแห่งสำนักเซียน เจ้าลองสัมผัสดูสิว่า นี่คือจุดจบ หรือจุดเริ่มต้นของหายนะที่ตระกูลเก้อต้องเผชิญ"
เขาตัดสินใจทำในสิ่งที่อันตรายที่สุด เขาละทิ้งการควบคุมลมปราณที่เข้มงวด แล้วปล่อยให้ 'พลังงานเทวะ' ที่หลับใหลอยู่ใต้ก้นบึ้งของจิตวิญญาณระเบิดออกมาโดยไร้การปิดกั้น
ตูม!
คลื่นพลังมหาศาลซัดกระหน่ำไปทั่วถ้ำ หินผาที่แข็งแกร่งสั่นสะเทือนจนเศษหินร่วงหล่นลงมา เซียนจินหลิงเบิกตากว้าง นางรีบดีดนิ้วสร้างม่านอาคมป้องกันตัวทันที แรงปะทะนั้นมหาศาลจนนางต้องถอยหลังไปสามก้าว ชุดสีขาวของนางพลิ้วไหวรุนแรงดุจถูกพายุพัดพา
"เจ้า... เจ้าทำอะไรลงไป!" นางอุทานด้วยความตกตะลึง พลังที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่มตรงหน้าไม่ใช่ปราณยุทธ์ธรรมดา แต่มันคือกลิ่นอายที่โบราณและเก่าแก่ยิ่งกว่ายุคสมัยใดๆ ที่นางเคยรู้จัก
หลี่มู่เหยียนไม่ได้ตอบ แต่เขากำลังยืนขึ้น ร่างกายที่เคยบอบบางค่อยๆ เปลี่ยนไป ผิวพรรณเริ่มเปล่งประกายด้วยแสงสีทองจางๆ กล้ามเนื้อดูสมส่วนและเต็มไปด้วยพลังงานที่อัดแน่น เส้นชีพจรที่เคยตีบตันบัดนี้กลับกว้างขวางและทรงพลังราวกับมหาสมุทรที่ไร้ก้นบึ้ง
เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พลังกดดันที่เกิดขึ้นรอบกายทำให้อากาศรอบตัวบิดเบี้ยว เขามองไปที่เซียนจินหลิงด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันคือสายตาของผู้ที่ผ่านความตายมานับครั้งไม่ถ้วน สายตาที่ทั้งดุดันและเย้ายวนในคราเดียวกัน
"เจ้ามาเพื่อตรวจสอบข้า... หรือมาเพื่อเห็นข้ากลายเป็นเซียนกระบี่ที่สยบโลกหล้ากันแน่ จินหลิง?"
นางนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดความรู้สึกที่ไหววูบในใจ นางคือผู้ที่ถูกขนานนามว่าเย็นชาไร้ความรู้สึก แต่ในวินาทีที่สายตาของหลี่มู่เหยียนปะทะกับนาง หัวใจของนางกลับสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้
"ข้ามาเพื่อเตือนเจ้า..." นางเว้นจังหวะ เสียงของนางสั่นเล็กน้อย "ท่านพ่อของข้ากำลังเคลื่อนพลมาที่นี่ พร้อมกับยอดฝีมืออีกสิบคนจากตระกูลเก้อ พวกเขาได้รับรายงานว่าพบเห็นแสงสีทองประหลาด... พวกเขาไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่มาเพื่อสังหารเจ้าทิ้งเสีย"
หลี่มู่เหยียนแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะของเขาทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยัน "สังหารข้า? งั้นหรือ?"
เขาสะบัดมือขวา กระบี่ที่หักบิ่นวางอยู่บนพื้นหินพลันขยับเขยื้อน มันไม่ได้บินขึ้นตามกลไกปราณทั่วไป แต่มันลอยขึ้นด้วย 'เจตจำนง' ที่เข้มข้นจนเซียนจินหลิงต้องหรี่ตาลงด้วยความหวาดหวั่น
ทันใดนั้นเอง เสียงคำรามของสัตว์ร้ายจากภายนอกถ้ำก็ดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นของคนนับสิบที่ล้อมรอบทางเข้าถ้ำเอาไว้ เสียงกระบี่นับสิบเล่มที่ถูกชักออกจากฝักพร้อมกันดังเป็นจังหวะที่บีบคั้นหัวใจ
"หลี่มู่เหยียน ออกมาให้พวกเราตัดหัวเสียโดยดี!" เสียงของผู้อาวุโสแห่งตระกูลเก้อตะโกนก้องเข้ามาก่อนจะมีการปะทะใดๆ
เซียนจินหลิงมองไปที่ทางเข้าถ้ำ สลับกับใบหน้าที่ยังคงนิ่งเฉยของหลี่มู่เหยียน นางหยิบกระบี่ประจำกายออกมาโดยอัตโนมัติ
"เจ้าจะทำอย่างไร?" นางถาม เสียงของนางแฝงด้วยความกังวลที่นางเองก็ไม่เข้าใจ
หลี่มู่เหยียนก้าวผ่านหน้านางไป สายตาจับจ้องไปที่แสงสว่างจากปากถ้ำที่เริ่มมืดมิดลงเพราะเงามนุษย์ที่ปิดล้อม เขาเอื้อมมือไปจับด้ามกระบี่ที่ลอยอยู่กลางอากาศ พลังงานรอบกายหมุนวนเป็นเกลียวคลื่น กระบี่นั้นเปร่งประกายแสงสีฟ้าครามดุจท้องฟ้าหลังพายุ
"ทำอย่างไรน่ะหรือ?" เขาหันกลับมาส่งยิ้มที่ทำให้เซียนจินหลิงถึงกับหยุดหายใจไปชั่วขณะ "วันนี้ ข้าจะแสดงให้โลกที่โสมมแห่งนี้เห็น ว่าเคล็ดวิชากระบี่สยบฟ้า... แท้จริงแล้วมันโหดเหี้ยมและงดงามเพียงใด"
เขาก้าวออกไปเผชิญหน้ากับความตายที่รออยู่เบื้องหน้า ในขณะที่เซียนจินหลิงก้าวตามเขาไปอย่างไม่ลังเล กระบี่ของเขาสั่นสะท้านดุจมีชีวิต พร้อมที่จะกลืนกินเลือดของเหล่าผู้ล่าที่บังอาจล้ำเส้นเข้ามาในดินแดนของเขา...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปพร้อมกับข้า... แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ หมื่นกระบี่คืนรัง
เซียนกระบี่คลั่ง ข้ามภพมาสยบตระกูลเก้อ•ตอนที่ 2
เคล็ดวิชากระบี่สยบฟ้า
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่ง ข้ามภพมาสยบตระกูลเก้อ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!