"ข้อกล่าวหานี้มีน้ำหนักพอที่จะทำลายอนาคตของพวกคุณทั้งคู่... ในฐานะประธานสภานักศึกษา ผมคิดว่าเราไม่จำเป็นต้องเสียเวลาฟังคำแก้ตัวที่ไร้หลักฐานหรอกครับ รวินท์"
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จของ กวินทร์ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องสอบสวนวินัยนักศึกษา ห้องสี่เหลี่ยมทึบแสงแห่งนี้ไม่มีหน้าต่าง มีเพียงแสงไฟนีออนสีขาวโพลนสาดส่องลงมาจากเพดาน ทำให้อากาศภายในอบอ้าวและชวนอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก บนโต๊ะไม้ตัวยาวตรงหน้า กองกระดาษข้อสอบกลางภาควิชากฎหมายอาญาขั้นสูงนับร้อยชุดถูกวางเรียงไว้เป็นพยานปากเอกของการทุจริตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คณะ
รวินท์ นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้โลหะ สีหน้าของเขาเรียบเฉยราwanรูปปั้นหินอ่อน แววตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมกวาดมองเอกสารเหล่านั้นด้วยความเยือกเย็น เขารู้ดีว่าสมการนี้มีตัวแปรที่ผิดปกติ แต่ไม่ใช่ตัวเขาที่เป็นคนใส่ค่ามันเข้าไป
"หลักฐานที่คุณกวินทร์นำมาเสนอ มีเพียงกระดาษคำตอบที่มีลายมือคล้ายกันสองชุด กับไฟล์ข้อสอบที่รั่วไหลบนเซิร์ฟเวอร์ส่วนกลาง... แต่นั่นเป็นแค่ 'ผลลัพธ์' ครับ ไม่ใช่ 'ที่มา' ของปัญหา" รวินท์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เด็ดขาด ก้องกังวานในพื้นที่จำกัด
"แล้วคุณจะอธิบายยังไง รวินท์ ว่าทำไมรหัสประจำตัวนักศึกษาของคุณ ถึงไปปรากฏอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของคนที่แฮกเข้าระบบฐานข้อมูลได้" กวินทร์โน้มตัวไปข้างหน้า รอยยิ้มมุมปากของอดีตเพื่อนสนิทคนนี้เต็มไปด้วยความเหนือกว่า ชายผู้กุมอำนาจเบื้องหลังสภานักศึกษาใช้ความเงียบกดดันให้เหยื่อจนมุม
ในมุมอับสายตาอีกด้านหนึ่งของห้อง ลินิน กำลังนั่งตัวสั่นด้วยความโกรธ ปลายนิ้วเรียวยาวที่ผ่านการสัมผัสคีย์บอร์ดเปียโนมานับครั้งไม่ถ้วนกำลังจิกเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ สำหรับเธอ เสียงพูดของกวินทร์ไม่ได้เป็นแค่คำกล่าวหา แต่มันคือเสียงแหลมสูงที่เจาะประสาทจนเกิดเป็น 'สีเทาหม่น' และ 'เสียงหวีดหวิว' ในโสตประสาท เธอดเกลียดความรู้สึกนี้ เกลียดการตกเป็นเบี้ยล่างของเกมการเมืองในมหาวิทยาลัยที่เธอไม่เคยคิดจะเข้าร่วม
"ฉันไม่ได้ทำ" ลินินเปล่งเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ เธอมองหน้ากวินทร์อย่างไม่เกรงกลัว "คุณไม่มีสิทธิ์มาตัดสินคนอื่นด้วยอคติส่วนตัวของคุณ แค่เพราะคุณอยากปกปิดความผิดพลาดของระบบรักษาความปลอดภัยที่คุณเป็นคนรับผิดชอบ!"
"คุณลินินครับ การใช้อารมณ์ไม่ได้ช่วยให้ข้อกล่าวหาทางอาญาบรรเทาลงหรอกนะ" กวินทร์หันมามองเธอด้วยหางตา แววตาเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม "นักศึกษาเอกดนตรีอย่างคุณมาทำอะไรในห้องสอบสวนคดีอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์? อ้อ... หรือว่าเข้ามาเป็นเครื่องมือให้ประธานชมรมโต้วาทีคนนี้ใช้เบี่ยงเบนความสนใจกันแน่"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนถึงขีดสุด รวินท์เหลือบมองหญิงสาวที่นั่งข้างๆ เขาไม่เคยรู้จักลินินมาก่อน เธอเป็นเพียงนักศึกษาดนตรีที่บังเอิญถูกเรียกตัวมาสอบสวนพร้อมกันเพราะเซิร์ฟเวอร์ห้องซ้อมดนตรีของเธอถูกใช้เป็นจุดปล่อยสัญญาณไวรัส รวินท์สังเกตเห็นอาการหายใจที่ติดขัดและเม็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามขมับของเธอ เขารู้ทันทีว่าเธอกำลังเผชิญหน้ากับปมในอดีตที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาซ้ำรอย
รวินท์ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อบังสายตาคุกคามจากกวินทร์ เขาวางมือลงบนโต๊ะ ประสานปลายนิ้วเข้าด้วยกันอย่างเป็นระเบียบตามวิสัยของนักโต้วาทีผู้ควบคุมสถานการณ์
"คุณกวินทร์กำลังทำผิดพลาดทางตรรกะขั้นพื้นฐาน ที่เรียกว่า *Ad Hominem* หรือการโจมตีบุคคลแทนที่จะถกเถียงที่ข้อเท็จจริง" รวินท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่น่าเกรงขาม "ถ้าคุณมั่นใจว่าพวกเราผิดจริง ทำไมคุณถึงรีบปิดคดีก่อนที่ฝ่ายตรวจสอบอิสระจะเข้ามาตรวจสอบ Log File ของเซิร์ฟเวอร์หลักล่ะครับ? หรือว่า... มีบางอย่างในนั้นที่ไม่อยากให้ใครเห็น"
กวินทร์ชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มบนใบหน้ากระตุกวูบ ดวงตาคมกริบฉายแววไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด ก่อนที่เขาจะหัวเราะในลำคอเพื่อกลบเกลื่อนความ
"ปากเก่งให้ได้ตลอดรอดฝั่งเถอะ รวินท์... พรุ่งนี้เช้า ชื่อของพวกเธอจะถูกประกาศพ้นสภาพนักศึกษา" กวินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อสูทให้เข้ารูปด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง "หมดเวลาพูดคุยแล้ว เชิญพวกคุณออกไปจากห้องนี้ได้"
กวินทร์สะบัดหน้าเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้ประตูปิดลงด้วยเสียงดังทึบ ปล่อยให้รวินท์และลินินอยู่ตามลำพังท่ามกลางความเงียบงันอีกครั้ง ความกดดันมหาศาลคลายตัวลงเล็กน้อย แต่ความจริงที่ว่าพวกเขากำลังจะถูกไล่ออกอย่างไร้ความยุติธรรมยังคงค้ำคออยู่
ลินินหอบหายใจถี่กระชั้น เธอยกมือขึ้นกุมขมับ ร่างกายสั่นเทาด้วยความอัดอั้น เธอกำลังจะร้องไห้ แต่ความอีโก้และศักดิ์ศรีไม่อนุญาตให้มันไหลออกมาต่อหน้ารวินท์
"คุณ... ไม่น่าเข้ามาช่วยเถียงเลย" ลินินเอ่ยเสียงสั่น พลางหันมามองหน้าชายหนุ่ม "ปล่อยให้ฉันโดนคนเดียวก็1ได้ คุณมีอนาคตที่ดีกว่าฉันตั้งเยอะ ทำไมต้องเอาตัวมา ารด้วย"
รวินท์หันไปมองเธอ แววตาสوขุมภายใต้กรอบแว่นฉายแววอ่อนลงเล็กน้อยเป็นครั้งแรก เขาถอดแว่นออกแล้วใช้ผ้าเช็ดเลนส์ช้าๆ ก่อนจะสวมกลับเข้าไป
"ผมไม่ได้ช่วยคุณครับ ลินิน... ผมแค่ปกป้องความจริง" รวินท์ตอบเสียงนิ่ง "และในสมการของผม ไม่มีตัวแปรไหนที่ชื่อว่า 'ความยอมจำนนต่อความอยุติธรรม' อยู่ด้วย"
ลินินชะงักไปเมื่อได้ยินคำพูดนั้น เสียงดนตรีในหัวของเธอที่เคยเป็นสีเทาหม่น กลับมีประกายสีครามเข้มวาบขึ้นมาอย่างประหลาด ชายคนนี้เย็นชาและคำนวณทุกอย่างราวกับหุ่นยนต์ แต่คำพูดกลับมีพลังบางอย่างที่ดึงเธอขึ้นมาจากหลุมพรางแห่งความสิ้นหวัง
"คุณคิดว่าเราจะเอาชนะกวินทร์ได้ยังไง..." ลินินถามเสียงแผ่วเบา แววตาเริ่มมีความหวังริบหรี่ปรากฏขึ้น "ในเมื่อหลักฐานทุกอย่างมันชี้มาที่เราหมด"
รวินท์ไม่ได้ตอบทันที เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งก้าวเดินไปที่มุมห้อง ซึ่งเป็นตู้เก็บเอกสารเก่าที่กวินทร์ลืมล็อกกุญแจไว้ มือเรียวยาวของประธานชมรมโต้วาทีเอื้อมไปเปิดลิ้นชักล่างสุดที่เต็มไปด้วยเอกสารรกร้าง
นิ้วของเขาหยิบแฟ้มสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าขึ้นมาเล่มหนึ่ง บนหน้าปกมีตราประทับลับของมหาวิทยาลัยที่ถูกขูดลบออกไปครึ่งหนึ่ง แต่ตัวอักษรด้านในยังคงอ่านได้อย่างชัดเจน
รวินท์เปิดหน้ากระดาษผ่านๆ สายตากวาดมองข้อความด้วยความรวดเร็ว ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ลินินไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งชัยชนะธรรมดา แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่พบจุดอ่อนของเหยื่อ
"เราไม่ต้องหาหลักฐานใหม่หรอกครับ..." รวินท์เงยหน้าขึ้นสบตากับลินิน แววตาสีเข้มเปล่งประกายคมกลา "เพราะดูเหมือนว่า... กวินทร์จะเก็บ 'หลักฐานชิ้นสำคัญที่สุด' เอาไว้ในห้องทำงานของตัวเอง โดยลืมคิดไปว่า คนที่สอนเขาวิชากฎหมายอาญาเมื่อเทอมที่แล้ว คือพ่อของผมเอง"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านท่วงทำนองบทแรกไป2ด้วยกันนะครับ
จังหวะรักสะดุดหยุดที่หัวใจนายติวเตอร์•ตอนที่ 1
ทฤษฎีความต่าง
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จังหวะรักสะดุดหยุดที่หัวใจนายติวเตอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
