เสียงปรบมือเกรียวกราวในแกลเลอรีศิลปะระดับไฮ엔ด์ใจกลางเมืองดังระลอกแล้วระลอกเล่า ทว่ามันกลับเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบเมื่อเทียบกับเสียงหัวใจของอคิน ประติมากรหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและโด่งดังที่สุดในทศวรรษนี้ ที่กำลังเต้นรัวแรงด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด—ความตื่นตระหนกที่เขาไม่เคยสัมผัสมานานนับปี
นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องมองร่างระหงในชุดราตรีผ้าไหมสีดำสนิท ร่างนั้นก้าวขึ้นสู่เวทีด้วยท่าทีสง่างาม ท่วงท่ามั่นใจและเปี่ยมด้วยอำนาจดึงดูดสายตาทุกคู่ในห้องโถง
รินรดา... อดีตภรรยาผู้เคยเป็นเงาไร้ตัวตนในบ้านหลังใหญ่ของผู้ชายที่ชื่ออคิน ผู้หญิงที่เขาเคยปัดทิ้งราวกับเศษฝุ่น หญิงสาวที่เคยร้องไห้อ้อนวอนขอความรักจากเขาในวันที่หัวใจของเขามันด้านชาและเย่อหยิ่งเกินกว่าจะเหลียวแล
แต่วันนี้ เธอกลับยืนอยู่ตรงนั้น ในฐานะ "มาดามริน" ศิลปินดาวรุ่งผู้สร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมชุด "The Shattered Soul" ที่กำลังกวาดคำชมจากนักวิจารณ์ศิลปะทั่วโลก ผลงานของเธอสะท้อนความเจ็บปวด การแตกสลาย และการเติบโตอย่างงดงามจากเศษซากความร้าวราน ซึ่งทุกชิ้นงานล้วนกรีดแทงหัวใจของอคินให้ชาดิ่งราวกับถูกตบหน้าอย่างแรงท่ามกลางผู้คนนับร้อย
"เหลือเชื่อ..." เสียงกระซิบของภัณฑารักษ์ข้างกายดังขึ้น "ไม่มีใครคิดว่าศิลปินลึกลับที่สร้างกระแสฮือฮาที่สุดในปารีสและนิวยอร์กจะคือเธอ ผู้หญิงที่อยู่นอกวงการมานานหลายปี... คุณอคินคะ ผลงานชิ้นเอกของเธอบอกเล่าเรื่องราวความเจ็บปวดที่ทรงพลังมาก คุณว่าไหมคะ?"
อคินไม่ตอบ เขากลืนก้อนความขมขื่นลงคออย่างยากลำบาก สันจโด่งคมสันขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน มือหนาที่ถือแก้วไวน์แดงกำแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
ภาพจำในอดีตย้อนกลับมาทับซ้อน ภาพที่รินรดานั่งเงียบๆ ในห้องทำงานมืดทึบ รอคอยความเมตตาจากสามีที่มักจะกลับบ้านด้วยกลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงอื่น ภาพที่เธอเคยคุกเข่าขอร้องไม่ให้เขาหย่าขาด ในวันที่เขาเซ็นเอกสารผลักไสเธอออกไปอย่างไร้เยื่อใย โดยปราศจากแม้แต่เศษเสี้ยวความอาลัย
แต่วันนี้ แววตาคู่คมที่เคยเศร้าสร้อยและอ่อนแอคู่นั้น... บัดนี้กลับเปล่งประกายเจิดจ้า เย็นชา และทรงพลัง เธอมองกวาดสายตามาทั่วห้องโถง ก่อนที่ดวงตากลมโตคู่นั้นจะปะทะเข้ากับร่างสูงของอคินที่ยืนอยู่แถวหน้า
รินรดาชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากถูกยกขึ้นอย่างเย้ยหยัน มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความโกรธเกลียดหลงเหลืออยู่เลย... แต่มันคือความ "ไร้ค่า" ที่มอบให้กับเขา ซึ่งนั่นมันเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าการกรีดเนื้อเถือหนังเสียอีก
อคินรู้สึกราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบเข้าที่อกข้างซ้ายจนแทบหายใจไม่ออก ทิฐิและความเย่อหยิ่งที่เขายึดถือมาตลอดชีวิตพังทลายลงในพริบตา ความโหยหาที่ถูกฝังกลบไว้ภายใต้ความเย็นชาปะทุขึ้นจนแผดเผาช่องท้อง เขาอยากจะก้าวขึ้นไปบนเวที คว้าข้อมือนั้นมาบีบเค้นให้หายแค้น และถามเธอว่าเอาความกล้ามาจากไหนถึงกล้าเดินหนีจากเขาไปได้ไกลขนาดนี้!
งานเลี้ยงรับรองดำเนินไปท่ามกลางบรรยากาศหรูหรา แต่อคินไม่อาจละสายตาจากร่างระหงที่กำลังพูดคุยกับนักลงทุนกระเป๋าหนักได้เลย ทุกรอยยิ้ม ทุกเสียงหัวเราะ และท่าทีที่เธอปฎิบัตรต่อชายอื่น ล้วนเป็นน้ำมันที่สาดเข้าใส่กองเพลิงหึงหวงในใจของเขา
และในจังหวะที่รินรดาปลีกตัวเดินไปยังระเบียงกระจกด้านข้างเพื่อรับลม อคินก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป สัญชาตญาณดิบเถื่อนของประติมากรผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อสิ่งใดผลักดันให้เขาสกาวก้าวตามไปทันที
ประตูระเบียงถูกผลักปิดลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับร่างสูงที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวจนเธอต้องผถะถอยหลังชนเข้ากับผนังกระจกเย็นเฉียบ
"ตกใจมากหรือไงที่เห็นฉัน?" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันด้วยความเกรี้ยวกราด เจือปนความสั่นพร่าที่เขาพยายามปกปิด
รินรดาไม่สะดุ้งสะเทือนเลยแม้แต่น้อย เธอยังคงถือแก้วแชมเปญในมืออย่างใจ ริมฝีปากสีแดงระเรื่อแย้มยิ้มเยือกเย็น เธอกลั้วหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอสนีบาตในนัยน์ตาของอคินตรงๆ
"ตกใจหรือคะ?" เธอทวนคำ น้ำเสียงหวานใสแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ "ฉันควรจะตกใจที่เห็นอดีตสามีผู้ยิ่งใหญ่ ยืนทำหน้าเหมือนคนกำลังจะตาย หรือควรจะตกใจที่คุณยังกล้าโผล่มาให้ฉันเห็นหน้ากันแน่คะ... คุณอคิน"
คำพูดนั้นแทงใจดำจนอคินต้องขยับเข้ามาประชิดยิ่งขึ้น ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนแทบจะหลอมละลายความเยือกเย็นทั้งหมด กลิ่นกายหอมกรุ่นเฉพาะตัวที่เขาเคยคุ้นเคยโชยเข้าเตะจมูก ปลุกเร้าสัญชาตญาณความกระหายที่ถูกกักเก็บไว้แรมปี
"เธอเปลี่ยนไปมากนะรินรดา..." อคินโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม น้ำเสียงเริ่มเปลี่ยนเป็นความแหบพร่า มือหนายื่นออกไปรวบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวอย่างถือสิทธิ์ บังคับให้เธอรับรู้ถึงแรงอารมณ์ที่กำลังปะทุในกายเขา "กล้าหาญขึ้น... ปีกกล้าขาแข็งขึ้น จนลืมไปแล้วหรือไงว่าใครกันที่ทำให้เธอมีวันนี้ได้"
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ มือเรียวบางวางทาบลงบนอกแกร่งของเขา ออกแรงผลักเบาๆ แต่ทว่ามั่นคง ดวงตาคู่สวยฉายแววท้าทาย
"ปล่อยค่ะ! อย่ามาแตะต้องตัวฉันด้วยมือสกปรกคู่นี้" เธอกล่าวเสียงลอดไรฟันอย่างไม่เกรงกลัว "จำไว้ซะนะอคิน ผู้หญิงที่ชื่อรินรดาคนเก่า ตายไปในวันที่คุณหยิบใบหย่ามาปาใส่หน้าแล้ว... ส่วนผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงนี้ คือคนที่พร้อมจะเหยียบย่ำคุณให้จมดินเหมือนที่ฉันเคยโดน!"
คำประกาศกร้าวราดน้ำมันเข้ากองเพลิง อคินคำรามในลำคอด้วยความโกรธกริ้วและปรารถนาที่ตีรวนกันจนแยกไม่ออก ความเย่อหยิ่งของเขาไม่ยอมให้เธอกล้าหาญใส่เขาได้ถึงเพียงนี้ มือหนาเปลี่ยนเป็นตรึงสะโพกมนไว้แน่นจนเธอขยับหนีไม่ได้ ก่อนที่ริมฝีปากร้อนจัดจะพุ่งเข้าประทบกลีบปากนุ่มอย่างดุดันและเอาแต่ใจ
มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่มมันคือการลงทัณฑ์ การครอบครอง และการโหยหาที่อัดอั้นมาเนิ่นนาน รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนจะพยายามทุบตีแผ่นอกเขา แต่แรงอันน้อยนิดนั้นหรือจะสู้แรงอารมณ์ของเสือร้ายที่กำลังหิวกระหาย อคินขบเม้มริมฝีปากเธอบังคับให้เผยอรับรสจูบอันเร่าร้อนและลึกล้ำ ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือข้างหนึ่งเลิกชายผ้าไหมขึ้นสัมผัสเรียวขาเนียนนุ่มจนหญิงสาวสะท้านเฮือก
ความวาบหวามสายหนึ่งแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย รินรดาครางฮือในลำคอเมื่อความทรงจำเก่าๆ และความต้องการที่ซ่อนเร้นถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างรุนแรง เธอรู้ตัวดีว่าเธอกำลังพ่ายแพ้ให้กับสัมผัสคุ้นเคยนี้ แต่นั่นยิ่งทำให้ความชิงชังในตัวเองพุ่งสูงขึ้น เธอกัดริมฝีปากเขาจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ
อคินผละริมฝีปากออกเล็กน้อย หายใจหอบกระชั้น นัยน์ตาคมกริบฉายแววปรารถนาสีเพลิง ขณะที่มือของเขายังคงกอบกุมส่วนโค้งเว้าของเธอไว้อย่างแนบแน่น
"เธอเกลียดฉันได้นะริน..." เสียงกระซิบแหบพร่าชิดริมหู "แต่ร่างกายของเธอกำลังบอกความจริง... ว่าเธอยังโหยหาฉันแค่ไหน"
รินรดายิ้มเยาะทั้งที่ริมฝีปากบวมเจ่อ ดวงตาคู่สวยวับวาวด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นที่ถูกกลืนกลับลงไป เธอยกมือขึ้นลูบไล้โครงหน้าหล่อเหลานั้นอย่างเชื่องช้า ก่อนจะกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้อคินต้องชาดิ่งไปทั้งร่าง
"คุณมั่นใจเกินไปแล้วอคิน..." เธอยกยิ้มมุมปาก "เพราะสิ่งที่ฉันโหยหาที่สุดในตอนนี้... ไม่ใช่คุณ แต่คือการได้เห็นคุณคุกเข่าร้องขอความตายจากมือฉันต่างหากล่ะคะ"
ยังไม่ทันให้อคินได้ตั้งตัว ประตูระเบียงด้านหลังก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยราวสี่ขวบที่วิ่งเข้ามาดึงชายกระโปรงของรินรดา
"คุณแม่ครับ! คุณน้าให้มาตามไปตัดเค้กแล้วครับ!"
อคินชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาคมเบิกกว้างเมื่อก้มลงมองเด็กชายตัวน้อยที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับเขาในวัยเด็กราวกับถอดแบบออกมาจากพิมพ์เดียวกัน... และที่สำคัญที่สุดคือ รอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวเล็กๆ ที่กกหูข้างขวา นั่นคือรอยแผลเดียวกับที่เขามี!
รินรดารวบตัวเด็กชายเข้าสู่อ้อมกอดอย่างปกป้อง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอคินที่ยืนแข็งค้างดั่งถูกสาปเป็นหิน รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนเรียวปากเธอีกครั้ง... ก่อนที่เธอจะเอ่ยประโยคสุดท้ายที่พลิกโลกของประติมากรผู้เย่อหยิ่งให้ดิ่งพสุธา
"แนะนำให้รู้จักนะคะคุณอคิน... ลูกชายของฉันเองค่ะ"
*โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ*
— ชฎาพรายไวน์แดง
ประติมากรผู้เย่อหยิ่งกับนางแบบไร้เงา•ตอนที่ 1
หวนคืนในงานจัดแสดง
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ประติมากรผู้เย่อหยิ่งกับนางแบบไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!