คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้•ตอนที่ 9

เกมซ่อนหาในเงามืด

ผลงานโดย พยานปากเอก
"ถอยไปครับ หมวด! ถ้าไม่อยากให้กระดาษแผ่นนี้กลายเป็นแค่เศษขยะราคาแพงในศาล" น้ำเสียงของธันวาไม่ได้ดัง แต่มันเต็มไปด้วยแรงกดดันชนิดที่ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบซึ่งพกความมั่นใจมาเต็มร้อยถึงกับชะงักฝีเท้า รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังโต๊ะทำงาน สมองของเธอกำลังประมวลผลด้วยความเร็วสูงท่ามกลางสถานการณ์ที่วิกฤต หมายค้นและหมายจับในมือของนายตำรวจยศร้อยตำรวจเอกตรงหน้าไม่ใช่ของปลอม มันออกโดยศาลอาญาด้วยความเร็วที่ผิดปกติ... เร็วเกินกว่าที่กระบวนการยุติธรรมปกติจะทำงานได้ทัน นั่นหมายความว่ามี "มือที่มองไม่เห็น" กำลังชักใยอยู่เบื้องหลัง ดวงตาคมกริบของธันวาเหลือบมองรินรดาเพียงเสี้ยววินาที สัญญาณมือที่ส่งผ่านมาโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดๆ ชัดเจนยิ่งกว่าข้อความในกฎหมาย ทนายสาวผู้เยือกเย็นสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา เธอไม่ใช่เหยื่อที่จะยอมให้ใครมาลากตัวไปง่ายๆ "ดิฉันยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทุกท่านค่ะ... แต่เนื่องจากหมายฉบับนี้มีข้อบกพร่องทางกฎหมายในเรื่องเขตอำนาจศาล และการระบุพยานหลักฐานที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง หากพวกคุณก้าวพ้นธรณีประตูนี้โดยไม่มีทนายความประจำตัวของดิฉันร่วมตรวจสอบด้วย ดิฉันจะฟ้องหยิบย่วงการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 ทันที ก่อนที่พวกคุณจะใส่กุญแจมือดิฉันเสียอีก" รินรดาเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มเยдяเยือกที่เธอใช้ฟาดฟันคู่ความในศาลถูกงัดออกมาใช้ ท่าทีที่มั่นเกินร้อยและแววตาที่ไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ทำให้ตำรวจหนุ่มผู้ถือหมายจับถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กฎหมายคืออาวุธของเธอ และเธอกำลังใช้มันเป็นโล่กำบังในวินาทีเป็นตาย ในจังหวะที่นายตำรวจลังเลและหันไปสบตากับลูกน้องเพื่อปรึกษากัน ธันวาก็กระชากแขนของรินรดาอย่างแรงแต่ไม่ถึงกับเจ็บ พละกำลังของชายหนุ่มดึงเธอพุ่งทะยานออกทางประตูดับเพลิงด้านหลังห้องทำงานทันที เสียงตะโกนไล่หลังของตำรวจดังขึ้นลั่น "เฮ้ย! จับตัวไว้!" แต่ทุกอย่างสายเกินไปแล้ว เสียงเหล็กกระแทกปิดของประตูดับเพลิงดังสนั่นก้องตึกระฟ้า ลมเย็นยะเยือกของยามวิกาลปะทะใบหน้าขณะที่ธันวาลากเธอวิ่งลดเลี้ยวผ่านบันไดหนีไฟลงไปยังชั้นจอดรถใต้ดิน กลิ่นน้ำมันเครื่องและอับชื้นผสมผสานกับเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของทั้งคู่ รินรดากัดฟันวิ่งตามแรงดึง แม้ส้นสูงจะสร้างความยากลำบากแต่สัญชาตญาณเอาตัวรอดบอกให้เธอต้องก้าวตามเขาให้ทัน ประตูรถเก๋งซีดานสีดำสนิทที่จอดหลบมุมอับสายตาเปิดรออยู่แล้ว ธันวาดันตัวเธอเข้าไปที่เบาะข้างคนขับก่อนจะวิ่งอ้อมไปกระโดดขึ้นนั่งหลังพวงมาลัย เหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกนอกลานจอดรถด้วยความเร็วสูงก่อนที่กำลังเสริมของตำรวจจะปิดตึก บรรยากาศภายในรถอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก มีเพียงเสียงเครื่องยนต์คำรามเบาๆ และเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ ธันวาไม่ได้ขับรถกลับไปที่คอนโดมิเนียมของเขา หรือแม้แต่เซฟเฮาส์ในเมืองที่ตำรวจอาจจะดักรออยู่แล้ว เขานำรถมุ่งหน้าออกนอกเมือง เลี้ยวลัดเลาะเข้าสู่เขตชานเมืองที่เต็มไปด้วยโกดังสินค้าเก่าและบ้านไม้สักโบราณที่ถูกทิ้งร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา สถานที่ที่กาลเวลาดูเหมือนจะหยุดเดิน และไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีมนุษย์หลบซ่อนอยู่ รถยนต์จอดสนิทในโรงรถที่ถูกอำพรางด้วยสแลนสีดำ ธันวาดับเครื่องยนต์ ความเงียบเข้าปกคลุมทันที มีเพียงเสียงน้ำไหลกระทบตลิ่งด้านนอกเบาๆ รินรดากอดอก สายตาคมมองสำรวจชายหนุ่มที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ แสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้าริมทางส่องลอดกระจกรถเข้ามากระทบโครงหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเคร่งเครียด ความโกรธระคนสงสัยพุ่งปรี๊ดขึ้นมาในอก เธอหันไปเผชิญหน้ากับเขา น้ำเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันถูกส่งออกไป "คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่ ธันวา?" เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "การที่ตำรวจบุกมาวันนี้... มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และคุณก็รู้ดีกว่าใครว่าพวกเขาต้องการอะไร หรือจริงๆ แล้ว... คุณคือคนส่งข่าวให้พวกเขา เพื่อบีบให้ฉันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องมาติดกับอยู่กับคุณที่นี่?" ธันวาหันมามองเธอ ชายหนุ่มนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ แววตาของเขาไหววูบเพียงเสี้ยววินาทีจนยากที่จะคาดเดาความรู้สึก ก่อนที่มุมปากหยักจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและเจ็บปวดในคราวเดียวกัน "ถ้าผมอยากให้คุณติดคุก รินรดา... ผมคงปล่อยให้ตำรวจใส่กุญแจมือคุณไปตั้งแต่ในห้องนั้นแล้วครับ" เสียงทุ้มต่ำเอื้อiอ่ยออกมาอย่างใจเย็น มือหนายื่นออกไปปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยให้เธออย่างถือวิสาสะ แต่รินรดาปัดมือเขาออกทันที "อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน "คุณมีอดีตอะไรที่ซ่อนไว้ ทำไมองค์กรพวกนั้นถึงตามล่าคุณ และทำไมตอนนี้มันถึงลามมาถึงฉัน? ความทรงจำที่หายไปของคุณ... คุณจำอะไรไม่ได้จริงๆ หรือคุณแค่แกล้งโง่เพื่อใช้ฉันเป็นเครื่องมือทางกฎหมายให้คุณรอดพ้นจากคดีฆาตกรรมกันแน่!" ธันวาถอนหายใจยาวนาน เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้เธอมากขึ้น กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความดุดันที่เป็นเอกลักษณ์ของชายหนุ่มโอบล้อมพื้นที่แคบๆ ในรถจนรินรดาต้องเผลอขยับถอยหลังจนแผ่นหลังชนติดกับประตูรถ "คุณฉลาดเกินไป รินรดา... นั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุดในตอนนี้" ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบพร่า ริมฝีปากของเขาอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ "ผมสูญเสียความทรงจำช่วงเวลาก่อนที่เราจะเลิกกันไป... จริงครับ แต่สัญชาตญาณของผมมันบอกว่า... ผู้ชายคนเก่าในอดีตที่เคยรู้จักคุณ คงเป็นไอ้โง่ที่ยอมแลกทุกอย่างแม้กระทั่งชีวิตเพื่อปกป้องคุณ และตอนนี้... แม้ความทรงจำมันจะว่างเปล่า แต่หัวใจเฮงซวยนี่มันก็ยังจดจำได้ดีว่า... ผมต้องปกป้องคุณด้วยชีวิต ต่อให้ต้องสู้กับคนทั้งโลกก็ตาม" คำพูดนั้นทรงพลังและลุ่มลึกจนรินรดารู้สึกเหมือนถูกกระชากลมหายใจออกไปจากอก สายตาที่พวกเขาสบกันเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด แรงดึงดูดระหว่างนักกฎหมายผู้ยึดมั่นในความจริง กับอดีตคนรักที่ยืนอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของโลกใต้ดิน ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าความรู้สึกนี้อันตรายเพียงใด แต่มันกลับปฏิเสธไม่ได้ ก่อนที่รินรดาจะทันได้เอื้อiอ่ยถ้อยคำใดเพื่อโต้แย้ง เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงกรอบแกรบของกิ่งไม้แห้งภายนอกโกดังก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ! ธันวาหุบยิ้มทันที แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นคมกริบดั่งใบมีด เขาคว้าข้อมือรินรดาแน่นแล้วดึงเธอลงมาหมอบราบกับเบาะรถทันที เสียงกระซิบแผ่วเบาข้างหูของเขาทำให้ขนลุกซู่ "เงียบ... ดูเหมือนว่าพวกมันไม่ได้ตามแค่ผมมาคนเดียว..." ธันวาเอื้อมมือไปหยิบปืนพกสีดำสนิทออกจากช่องเก็บของหน้ารถขึ้นมาขึ้นลำอย่างคล่องแคล่วว่องไว ท่าทางที่เชี่ยวชาญราวกับมืออาชีพนั้นขัดแย้งสิ้นเชิงกับชายหนุ่มผู้สูญเสียความทรงจำที่เธอรู้จัก รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความหวาดกลัวเมื่อเงาร่างสีดำหลายร่างทอดผ่านกระจกรถเข้ามา พร้อมกับเสียงเคาะกระจกเบาๆ สามครั้งจากด้านนอก... ตามด้วยเสียงพูดผ่านวิทยุสื่อสารที่ดังลอดเข้ามาในความเงียบ *"เป้าหมายอยู่ในรถ... ยืนยันคำสั่งจากเบื้องบน... เก็บกวาดให้เรียบร้อย ห้ามให้มีพยานรอดชีวิตแม้แต่คนเดียว"* --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "พยานปากเอก" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%