กลิ่นอายของกาแฟคั่วเข้มผสมกับความตึงเครียดที่แทบจะเชือดเฉือนกันได้ในอากาศ ทำให้ห้องทำงานส่วนตัวของสำนักงานทนายความย่านใจกลางเมืองดูแคบลงไปถนัดตา
รินรดายกถ้วยกระเบื้องเคลือบขึ้นจิบช้าๆ สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบไม่ได้มองที่ตัวเครื่องดื่ม แต่พินิจพิเคราะห์ทุกอณูการเคลื่อนไหวของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
ธันวานั่งไขว่ห้างอย่างไร้กังวล นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะทำงานไม้สักเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ดวงตาคมกู๊ดที่เธอเคยหลงใหลในอดีต บัดนี้กลับราบเรียบราวกับผืนน้ำในคืนไร้เดือน เขากำลังสวมบทบาทเป็น "ธันวาผู้สูญเสียความทรงจำจากอุบัติเหตุ" ได้แนบเนียนจนน่าขนลุก... หรือบางที มันอาจจะไม่ใช่การแสดง
"คุณอ่านสำนวนคดีนี้รอบที่สามแล้วนะ ริน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดันมาร่วมสิบนาที รอยยิ้มบางเบาถูกจุดขึ้นที่มุมปากของเขา "ผมกลัวว่ากระดาษแผ่นนั้นจะทะลุออกมาเป็นรอยนิ้วมือของคุณเสียก่อน"
"เพราะฉันไม่อยากปล่อยผ่านรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจเปลี่ยนทิศทางของคำพิพากษาครับ... อ้อ ขอโทษที ติดนิสัยมาจากในศาล" รินรดาวางถ้วยกาแฟลงบนจานรองเสียงดังกระทบกันเบาๆ แต่ชัดเจนในความเงียบ เธอยังคงคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบและเป็นมืออาชีพที่สุด "และอีกอย่าง สำนวนคดีฉบับนี้มีช่องโหว่มากพอที่จะทำให้จำเลยหลุดคุกได้ ถ้าเราไม่รอบคอบพอ"
ธันวาเลิกคิ้วเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ "คุณกำลังพูดถึงช่องโหว่ทางกฎหมาย... หรือช่องโหว่ในความทรงจำของผมกันแน่ครับ ทนายรินรดา"
บรรยากาศในห้องราวกับลดอุณหภูมิลดลงไปหลายองศา รินรดาชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที—ชั่วเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นที่เธอปล่อยให้ความรู้สึกส่วนตัวแทรกซึมเข้ามาใต้เกราะป้องกันอันแข็งแกร่ง
คำว่า "ริน" ที่เขาหลุดปากเรียกเมื่อครู่ มันไม่ใช่ชื่อที่คนเพิ่งรู้จักกันหรือผู้มีความจำเสื่อมจะใช้เรียกทนายความประจำตัวอย่างสนิทสนม มันคือสรรพนามที่ธันวาคนเดิม... คนที่เคยสัญญากว่าจะปกป้องเธอด้วยชีวิต... ใช้เรียกเธอเสมอมาในยามที่เราอยู่กันตามลำพัง
"คุณจำชื่อเล่นฉันได้" รินรดาเอ่ยเสียงเบา แต่กังวานและเฉียบคม เธอโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อลดระยะห่าง สบตากับเขาตรงๆ โดยไม่ยอมให้เขาหลบเลี่ยง "ทั้งๆ ที่ในประวัติการรักษาของแพทย์ระบุไว้ชัดเจนว่า คุณสูญเสียความทรงจำระยะสั้นและบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในช่วงสองปีที่ผ่านมา... สองปีที่เราคบกัน... แต่คุณกลับจำชื่อเล่นฉันได้ตั้งแต่เจอกันครั้งแรกเมื่อวานนี้"
ธันวาไม่มีอาการสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เขายังคงรอยยิ้มมุมปากไว้เช่นเดิม ราวกับกำลังสนุกสนานกับการเล่นเกมจิตวิทยานี้
"คุณเป็นทนายที่เก่งมาก ริน... เอ่อ คุณรินรดา" เขาจงใจเว้นจังหวะเพื่อเน้นย้ำความผิดพลาดของตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างนุ่มนวล "แต่บางที คุณอาจจะคิดมากไปเองก็ได้ ชื่อของคุณถูกเขียนตัวเบ้อเริ่มอยู่บนหน้าปกแฟ้มคดีที่วางอยู่ตรงหน้าผมตลอดเวลาไม่ใช่หรือครับ? หรือถ้าไม่ใช่... บางทีจิตใต้สำعับของผมมันอาจจะซึมซับเสียงเรียกของคุณจากตอนที่อยู่ในห้องพิจารณาคดีเมื่อวานนี้โดยที่ผมไม่รู้ตัวก็ได้"
*ข้อแก้ตัวที่สมบูรณ์แบบ* รินรดาลอบขบกรามแน่น
มันราบรื่นเกินไป คำอธิบายของเขาราวกับถูกเตรียมการมาเป็นอย่างดี ทุกคำพูด คำเว้นจังหวะ และการควบคุมสีหน้า ล้วนผ่านการกลั่นกรองมาแล้วจากสมองของชายผู้กุมความลับอันดำมืดไว้ครึ่งค่อนโลก ธันวาคนนี้ไม่ใช่เหยื่อผู้บริสุทธิ์ที่น่าสงสารอีกต่อไป แต่เขาคือพยานปากเอก... หรืออาจจะเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในคดีฆาตกรรมอำพรางที่เธอกำลังทำอยู่
รินรดาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดึงมาดทนายสาวผู้เยือกเย็นกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว เธอหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเปิดไฟล์เอกสารภาพถ่ายที่ถูกส่งมาจากแหล่งข่าวลับ
"ถ้าอย่างนั้น คุณช่วยอธิบายเรื่องนี้ให้ฉันฟังหน่อยสิคะ... เอ่อ ให้ผมฟังหน่อย" เธอแกล้งพูดแก้คำผิดเพื่อเสียดสี "ภาพถ่ายนี้ถูกบันทึกไว้เมื่อสามคืนก่อน หน้าอาคารสำนักงานเก่าริมแม่น้ำ ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุฆาตกรรม... กล้องวงจรปิดจับภาพผู้ชายคนหนึ่งที่สวมเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำและมีแผลเป็นจางๆ ที่สันหลังมือด้านขวา กำลังเดินออกจากตึกนั้นในเวลาไล่เลี่ยกับที่เหยื่อเสียชีวิต"
เธอยื่นหน้าจอแท็บเล็ตไปตรงหน้าเขา ภาพซูมขยายให้เห็นมือของผู้ชายในกล้องวงจรปิดชัดเจน—รอยแผลเป็นรูปดาวกระจายขนาดเล็กที่หลังมือขวา
ดวงตาของธันวาไหววูบไปชั่วขณะ... เพียงเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นที่ม่านตาของเขาขยายตัว ก่อนจะกลับมาสงบนิ่งตามเดิมอย่างรวดเร็ว แต่รินรดานักกฎหมายผู้ผ่านคดีใหญ่มานับไม่ถ้วน... และเคยนอนซบอยู่บนอกของชายคนนี้ย่อมมองเห็นมันได้อย่างชัดเจน
"น่าสนใจดีครับ" ธันวากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เขายื่นมือขวาออกไปแตะหน้าจอแท็บเล็ตเบาๆ นิ้วมือเรียวยาวทาบลงบนรอยแผลเป็นในภาพถ่ายพอดีอย่างไร้ที่ติ "แต่ผมไม่เห็นว่ามันจะเกี่ยวข้องอะไรกับผมตรงไหน รอยแผลเป็นบนมือขวาใครๆ ก็มีกันได้"
"แต่รอยแผลเป็นนี้เกิดจากการที่คุณพยายามจะปกป้องฉันจากเหตุการณ์อุกฉกรรจ์เมื่อปีก่อน" รินรดากระซิบเสียงลอดไรฟัน ความอดทนที่สั่งสมมาเริ่มสั่นคลอนด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามกดทับไว้ "คุณเป็นคนเอาตัวเข้ามารับมีดแทนฉัน จนมือข้างนั้นเกือบใช้การไม่ได้... ธันวา! เลิกเล่นละครซะที คุณจำได้ทุกอย่าง! ทำไมคุณต้องกลับมาในสภาพนี้? คุณกำลังหนีอะไร หรือคุณกำลังร่วมมือกับใครอยู่กันแน่!"
สิ้นเสียงของเธอ ห้องทำงานทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าอึดอัด ธันวาไม่ได้ตอบโต้ทันที เขาลดมือลงช้าๆ วางมันลงบนตัก ดวงตาที่เคยฉายแววขี้เล่นและเยือกเย็น บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำที่อ่านไม่ออก
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้สูทเข้ารูปก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเธออย่างช้าๆ แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนรินรดารู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นที่ปะทะเข้ากับความเงียบ
ธันวาก้มตัวลงมา ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความจริงทั้งหมดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังแว่นตาคู่นั้น
"ถ้าผมจำได้จริงๆ ริน..." เสียงกระซิบของเขาแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย เจือด้วยความเจ็บปวดบางอย่างที่เธอไม่คาดว่าจะได้เห็น "คุณคิดว่าอะไร... ที่ทำให้ผมต้องแกล้งทำเป็นจำคุณไม่ได้?"
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง คำถามนั้นไม่ได้ให้คำตอบ แต่มันกลับเปิดประตูบานใหญ่ไปสู่ขุมนรกแห่งความหวาดระแวงที่เธอพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอด
ก่อนที่เธอจะทันได้กล่าวตอบโต้ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงเปิดประตูพรวดเข้ามาของเลขาหน้าห้องที่มีสีหน้าซีดเผือก
"คุณรินรดาคะ! แย่แล้วค่ะ! ตำรวจกองปราบปรามมาที่สำนักงาน... พวกเขามีหมายค้น และบอกว่าคุณตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีสมรู้ร่วมคิดทำลายหลักฐานสำคัญในคดีฆาตกรรม!"
รินรดาเบิกตากว้าง หันขวับกลับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะที่ตอนนี้หน้าจอเปลี่ยนเป็นข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานจากระบบเครือข่ายภายใน—ไฟล์สำนวนคดีลับทั้งหมดถูกโอนถ่ายออกไปยังภายนอกโดยใช้รหัสผ่านระดับผู้บริหารของเธอเอง
เธอยังไม่ทันได้อ้าปากปฏิเสธ ธันวาที่ยืนอยู่ข้างกายก็ยื่นมือมาหยิบกุญแจรถยนต์ราคาแพงของเขาขึ้นมาจากโต๊ะ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ซึ่งถูกส่งให้เธอก่อนที่เขาจะก้าวถอยหลังออกไปหาความมืดมิดที่รออยู่เบื้องนอก
"ดูเหมือนว่า... เกมนี้จะเพิ่งเริ่มต้นจริงๆ ซะแล้วล่ะครับ ทนายริน"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนอันเข้มข้นนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้•ตอนที่ 3
รอยร้าวในความทรงจำ
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!