กลิ่นอายของกระดาษรีไซเคิลผสมผสานกับความเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศในสำนักงานทนายความใจกลางกรุงเทพฯ ยามวิกาล ไม่เคยทำให้รินรดารู้สึกโดดเดี่ยวเท่าคืนนี้ บนโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีแท้ แฟ้มคดีปกสีน้ำตาลเข้มไร้ป้ายชื่อเล่มหนึ่งวางสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า มันหนาเกือบสามนิ้ว และสิ่งที่หนักหนากว่าน้ำหนักของกระดาษนับร้อยแผ่น คือตัวอักษรสีแดงประทับตรา ‘ลับที่สุด’ ที่มุมขวาบน
เสียงถอนหายใจยาวนานลอดผ่านริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีนู้ดเข้ม รินรดายกแก้วกาแฟดำที่เย็นชืดขึ้นจิบเพื่อขับไล่ความอ่อนล้า ในฐานะทนายความมืออาชีพผู้ไม่เคยแพ้ในชั้นศาล เธอผ่านคดีใหญ่มานักต่อนัก แต่ไม่มีคดีไหนที่ทำให้ปลายนิ้วเรียวยาวสั่นเทาได้เท่ากับคดีนี้ คดีที่สำนักงานอัยการส่งต่อมาให้เธอในฐานะ ‘ทนายอาสาพิเศษ’ สำหรับคดีอื้อฉาวระดับประเทศที่โยงใยกับเครือข่ายธุรกิจสีเทา
ทว่า สิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไม่ใช่ความซับซ้อนของข้อกฎหมาย หากแต่เป็นชื่อของ ‘พยานปากเอก’ ที่ปรากฏอยู่ในหน้าสุดท้ายของบันทึกคำให้การ
ธันวา
ชื่อนั้นสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงัน ชายผู้เคยเป็นทั้งรอยยิ้มและแผลเป็นในคึกคะนองของอดีต ชายผู้หายสาบสูญไปจากชีวิตของเธออย่างไร้ร่องรอยเมื่อห้าปีก่อน พร้อมกับคำบอกลาที่ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า แต่วันนี้ เขากลับมา—ในฐานะกุญแจสำคัญที่จะไขคดีฆาตกรรมอำพราง และในฐานะคนที่ ‘จำเธอไม่ได้’ แม้แต่น้อย
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยการเปิดเข้ามาของเลขานุการสาว
"คุณรินคะ ทางพยานปากเอกมาถึงแล้วค่ะ ตามนัดหมายการเตรียมตัวก่อนขึ้นศาล... ดิฉันให้เขารอที่ห้องรับรองหมายเลขสองค่ะ"
รินรดาพยักหน้ารับช้าๆ สายตาคมกริบมองเงาสสะท้อนของตัวเองในกระจกหน้าต่าง เธอดึงความเยือกเย็นทั้งหมดกลับมาสวมใส่ราวกับเกราะเหล็ก ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยไร้รอยร้าว ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดสูทสีเทาเข้มให้เข้าที่ แล้วก้าวเท้าเดินออกไปด้วยจังหวะมั่นคง
ห้องรับรองหมายเลขสองสลัวราง แสงไฟสีส้มอมเหลืองสาดส่องลงมาจากโคมไฟดีไซน์มินิมอล ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกกำลังยืนหันหลังมองออกไปนอกกระจกทิวทัศน์ยามค่ำคืนของเมืองหลวง แผ่นหลังนั้นกว้างขึ้น ดูภูมิฐานและเต็มไปด้วยปริศนามากกว่าเมื่อก่อน
เมื่อเสียงประตูกระทบวงกบปิดลง ร่างนั้นก็หมุนตัวกลับมา
ลมหายใจของรินรดาเกือบสะดุด ดวงตาคมกริบของธันวาคมกมองเธอด้วยความว่างเปล่า ไร้ซึ่งประกายความคุ้นเคย ไร้แม้กระทั่งเงาของชายหนุ่มที่เคยสบตากin the rain และสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างกันจนวันตาย แววตาคู่นั้นเยียบเย็น คมปลาบ และเต็มไปด้วยความระแวดระวัง ราวกับกำลังประเมินค่าคู่สนทนาในฐานะ ‘ทนายความ’ คนหนึ่งเท่านั้น
"คุณคือ... ทนายรินรดา ใช่ไหมครับ" น้ำเสียงทุ้มนุ่มรื่นหูเอื้อนเอ่ยออกมา มันยังคงเป็นเสียงเดิมที่เธอเคยโหยหาในยามค่ำคืน แต่คำเรียกขานที่ห่างเหินนั้นบาดลึกราวกับใบมีดโกน
"ใช่ค่ะ..." รินรดาเกือบเผลอหลุดคำว่า 'ค่ะ' ด้วยความคุ้นเคย แต่เธอกลืนมันลงไปอย่างรวดเร็วเพื่อรักษามาดมืออาชีพ "เชิญนั่งก่อนสิคะ คุณธันวา"
ธันวานั่งลงบนโซฟาหนังสีดำ เขาประสานมือไว้บนตัก ดวงตาคมจ้องมองเธอตรงๆ โดยไม่มีความลังเล "ผมได้รับแจ้งว่า คุณเป็นทนายที่จะดูแลความปลอดภัยและสำนวนคำให้การของผมในคดีนี้ หวังว่าคุณคงมีความสามารถพอที่จะไม่ทำให้ผมต้องเอาชีวิตไปทิ้งในศาลนะ"
คำพูดนั้นเฉียบคมและท้าทายในเวลาเดียวกัน รินรดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มแบบที่เธอใช้พิฆาตคู่ต่อสู้ในศาลมานักต่อนัก เธอนั่งไขว่ห้างโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อลดช่องว่างระหว่างกัน
"คุณไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องความสามารถของฉันหรอกค่ะ คุณธันวา แต่สิ่งที่ฉันเป็นห่วงมากกว่า คือความปลอดภัยของคุณเอง... และความจริงที่คุณพยายามจะซ่อนไว้" รินรดาจ้องลึกเข้าไปในดวงตานั้น พยายามค้นหาเศษเสี้ยวความทรงจำที่อาจหลงเหลืออยู่ "เพราะจากสำนวนที่คุณให้การ มันมีช่องโหว่ที่ใหญ่พอจะทำให้คนฆ่าคุณตายได้ในพริบตา"
ธันวาไม่หลบตา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและเสน่ห์อันตราย "ถ้าความจริงมันเรียบง่ายขนาดนั้น ผมคงไม่ต้องมานั่งอยู่ตรงนี้ต่อหน้าทนายมือหนึ่งหรอกครับ... จริงไหม?"
บรรยากาศระหว่างทั้งสองตึงเครียดขึ้นในทันที แรงดึงดูดประหลาดบางอย่างที่เคยผูกพันพวกเขาไว้เมื่ออดีตกำลังปะทะเข้ากับกำแพงแห่งหน้าที่และผลประโยชน์ในปัจจุบัน รินรดารู้ดีว่าเขากำลังเล่นเกม และเธอเองก็ไม่มีทางถอย
"ถ้าอย่างนั้น เรามาเริ่มต้นทบทวนคำให้การกันตั้งแต่บรรทัดแรกเลยดีกว่าค่ะ..." รินรดาเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มคดีบนโต๊ะ เลื่อนมันไปตรงหน้าเขา "บอกฉันหน่อยสิคะ ว่าคืนวันที่เกิดเหตุ ทำไมคุณถึงไปอยู่ในสถานที่ที่ไม่มีใครควรจะอยู่... และใครเป็นคนส่งรหัสลับนี้ให้คุณ"
ธันวานิ่งเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาคมก้มมองแฟ้มคดีก่อนจะเงยขึ้นสบตากับเธอ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น
ก่อนที่ธันวาจะทันได้เอ่ยปากตอบ เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของรินรดาก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ เลขานุการของเธอกดสายเข้ามาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
*"คุณรินคะ! แย่แล้วค่ะ... ตำรวจเพิ่งส่งแฟ้มหลักฐานด่วนเข้ามาเพิ่ม บอกว่าพยานปากเอก... เอ่อ... คนที่เรากำลังคุยด้วยอยู่นี้ มีชื่ออยู่ในหมายจับคดีฆาตกรรมอีกคดีหนึ่งเมื่อสามชั่วโมงที่แล้วค่ะ!"*
รินรดาชะงัก หัวใจกระตุกวูบ เธอดึงสายตาออกจากโทรศัพท์แล้วหันขวับกลับมามองชายตรงหน้าทันที
ธันวาไม่ได้ตกใจแม้แต่น้อย เขากลับยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น ช้าๆ โน้มตัวเข้ามาใกล้เธอจนกระซิบเบาๆ ข้างใบหูด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาขนลุกซู่
"ดูเหมือนว่า... ทนายคนสวยของผม จะต้องเลือกแล้วนะครับ ว่าจะปกป้องความยุติธรรม... หรือจะปกป้องฆาตกรที่นั่งอยู่ตรงนี้"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญไป1ตอนแรกนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้•ตอนที่ 1
แฟ้มคดีที่ไม่มีชื่อ
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!