ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ•ตอนที่ 3

แฟนเก่าหน้าสั่น

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"ท่านวินครับ! เกิดข้อผิดพลาดทางเทคนิค! เงินในบัญชีสำรองของท่านตอนนี้ล้นทะลักจนระบบธนาคารโลกกำลังจะล่มสลายแล้วครับ!" เสียงตะโกนแหบพร่าของท่านประธานธนาคารกลางวัยเจ็ด puluh ปีที่กำลังหมอบราบคาบกับพื้นพรมราคาแพงของโชว์รูมรถหรู เรียกสายตาทุกคู่ภายในอาคารให้หันมามองเป็นตาเดียว เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์ที่เพิ่งลงจอดบนหลังคายังคงสร้างแรงกระန်းจนโคมไฟระย้าคริสตัลแกว่งไกว แต่ไม่มีใครสนใจเครื่องจักรกลราคาพันล้านเหล่านั้นอีกแล้ว เมื่อร่างของชายชราในชุดสูทสั่งตัดพิเศษกำลังตัวสั่นเทาอยู่แทบเท้าของชายหนุ่มผู้สวมเสื้อยืดคอกลมธรรมดาๆ วินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความรำคาญใจอย่างเห็นได้ชัด นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อนเบาๆ พลางเหลือบมองหน้าจอเครื่องรูดบัตรที่ยังคงสว่างจ้าด้วยตัวอักษรสีทองอร่าม *อนุมัติวงเงิน: ไม่จำกัด (Approved: Unlimited)* "ล่มสลายก็เรื่องของพวกคุณสครับ" วินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เจือความเบื่อหน่าย "ผมแค่จะซื้อรถคันนี้ให้แฟนผมขับไปจ่ายตลาด ทำไมมันถึงยุ่งยากวุ่นวายนัก? ไหนจะเสียงเฮลิคอปเตอร์น่ารำคาญนี่อีก ใครอนุญาตให้เอาเครื่องมาลงบนหลังคาตึกโดยไม่ขออนุญาตผมครับ?" ท่านประธานธนาคารหน้าซีดเผือก เหงื่อกาฬไหลซกยิ่งกว่าอาบน้ำ "กระผม... กระผมเกรงว่าเงินปันผลรายวินาทีของท่านจะไหลเข้ามาจนเซิร์ฟเวอร์หลักระเบิดครับท่านวิน! ตอนนี้ทีมวิศวกรทั่วโลกกำลังพยายามสร้างห้องนิรภัยดิจิทัลเพิ่มใหม่อีกสิบแห่ง แต่กระแสเงินสดของท่านมัน... มันเหมือนเขื่อนแตกครับ!" รินรดาที่ยืนอยู่เคียงข้างอ้าปากค้าง ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ เธอมองหน้าวิน สลับกับท่านประธานธนาคารที่หมอบกราบอยู่บนพื้น แล้วจึงมองไปยังรถสปอร์ตหรูมูลค่าแปดหลักตรงหน้า สมองของเธอกำลังประมวลผลอย่างหนักหน่วง—นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน? เมื่อวานพวกเขายังนั่งกินมาม่าห่อละหกบาทหารกันอยู่เลยไม่ใช่หรือ? แต่ก่อนที่รินรดาจะได้เอ่ยปากถามอะไร บรรยากาศรอบตัวก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงหัวเราะแหลมสูงที่คุ้นเคย "อุ๊ยตาย! นี่มันละครฉากไหนเนี่ย? เช่าหน้าม้ามาแสดงละครตบตาพนักงานหรือไงยะ วิน!" เสียงนั้นแหลมบาดแก้วหูจนวินต้องขมวดคิ้ว ร่างของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมสีแดงเพลิงเดินน่องสะโพกเข้ามาใกล้ ใบหน้าที่ผ่านการศัลยกรรมมาอย่างดีเชิดขึ้นด้วยความหยيามเหยียด ข้างกายเธอมียชายวัยกลางคนพุงพลุ้ยสวมนาฬิกาเรือนทองฝังเพชรกำลังโอบเอวไว้อย่างหลวมๆ "แพทริเซีย?" วินปรายตามอง เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความแปลกใจระคนรำคาญ "นึกว่าใคร ที่แท้ก็แม่ปลิงดูดเลือดที่ผมเพิ่งสลัดทิ้งไปเมื่ออาทิตย์ก่อนนี่เอง ยังลอยหน้าลอยตาอยู่ได้อีกนะครับ หน้าด้านนี่ทนกว่าเหล็กกล้าเสียอีกมั้งเนี่ย" แพทริเซียหน้าชาบวบ เธอคือแฟนเก่าที่บอกเลิกวินอย่างไร้เยื่อใยเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากที่รู้ว่าเขาเป็นแค่พนักงานออฟฟิศเงินเดือนกระจ้อยร่อย และหันไปซบเศรษฐีรุ่นพ่อคนนี้แทน ทว่าพอมาเห็นภาพเบื้องหน้า—ภาพของชายแก่ระดับประธานธนาคารกำลังหมอบกราบวิน—ต่อมริษยาและอีโก้ของเธอก็พุ่งปรี๊ดจนแทบคลั่ง "แก! ปากดีนักนะวิน!" แพทริเซียกรี๊ดลั่น เอานิ้วเรียวที่ทาเล็บเจลราคาแพงชี้หน้าอดีตแฟนหนุ่ม "คิดว่าจ้างคนแก่มาแต่งชุดสูทแล้วทำเป็นกราบไหว้แบบนี้จะหลอกฉันได้เหรอ? ตื่นเถอะย่ะ! แกมันก็แค่ไอ้จนตรอกที่แม้แต่ค่ากาแฟยังต้องขอฉันหาร! สภาพอย่างแกเนี่ยนะจะมีปัญญาซื้อรถคันละหลายสิบโลน? ฝันกลางวันอยู่หรือไง!" ชายวัยกลางคนข้างกายแพทริเซียหัวเราะหึๆ ในลำคอ ขยับแว่นกันแดดราคาแพงขึ้นก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงโอို้อวด "น้องแพทพูดถูกครับไอ้หนู สมัยนี้พวกขี้แพ้ชอบสร้างภาพหลอกเด็ก ดูสารรูปตัวเองเสียบ้าง เสื้อยืดตัวละร้อย กางเกงยีนส์ตลาดนัดอย่างเนี่ยนะจะซื้อรถโชว์รูมนี้? เกรงว่าแค่ค่าล้างล้อ มึงยังต้องผ่อนสามงวดเลยมั้งไอ้น้อง!" พนักงานขายในโชว์รูมที่เพิ่งหายจากอาการช็อก ต่างพากันพยักหน้ารับเบาๆ พวกเขาเองก็เริ่มคล้อยตาม เพราะภาพลักษณ์ภายนอกของวินมันดูห่างไกลจากคำว่าเศรษฐีร้อยล้านพันล้านลิบลับ ต่อให้จะมีคนแก่มาคุกเข่า มันก็อาจจะเป็นแก๊งต้มตุ๋นยุคใหม่ก็ได้ใครจะไปรู้ รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น มือบางกำชายเสื้อของวินไว้แน่นด้วยความประหม่า แม้เธอจะไม่เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้า แต่เธอก็พร้อมจะยืนหยัดเคียงข้างเขา "พวกคุณ... พูดจาให้เกียรติกันบ้างนะคะ!" "เงียบไปเลยอีผู้หญิงหน้าโง่!" แพทริเซียหันไปแหวใส่รินรดาอย่างเหลืออด "เกาะมันเข้าไปอีหนู ผัวจนๆ แบบนี้มีดีแค่ลมปาก ระวังวันหนึ่งมันพาไปกินแกลบไม่รู้ตัวนะยะ! หึ... ขนาดฉันเดินมาดูรถหรูเป็นของขวัญครบรอบหนึ่งเดือนกับคุณธน ฯพณฯ ท่านนักธุรกิจใหญ่ ยังไม่ต้องมานั่งแสดงงิ้วเรียกเรตติ้งแบบพวกแกเลย!" วินมองความน่าสมเพชของคนทั้งสองนิ่งๆ เขายกมือขึ้นปัดฝุ่นที่หัวไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันไปมองผู้จัดการโชว์รูมที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างเครื่องรูดบัตร "ผู้จัดการครับ" วินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำหนักคำพูดกลับทรงพลังจนทุกคนต้องเงียบกริบ "กฎของโชว์รูมคุณนี่ อนุญาตให้หมาบ้ามาเห่าหอนรบกวนสุนทรียภาพในการซื้อของลูกค้าด้วยเหรอครับ?" ผู้จัดการโชว์รูมสะดุ้งสุดตัว หน้าซีดเผือกยิ่งกว่ากระดาษ A4 เมื่อครู่เขาเห็นการ์ดวงเงินไม่จำกัด และเห็นท่านประธานธนาคารกลางคุกเข่าต่อหน้าวินด้วยตาตัวเอง สมองของเขาประมวลผลทันทีว่าใครคือผู้ที่แท้จริงแล้วกุมอำนาจชี้เป็นชี้ตายที่นี่! "ตะ... ะ... ท่านวินครับ!" ผู้จัดการละล่ำละลัก วิ่งเข้ามาโค้งคำนับจนหัวแทบชนพื้น "กระผมต้องขออภัยอย่างยิ่งครับ! เป็นความบกพร่องของระบบรักษาความปลอดภัยของทางเราเองที่ปล่อยให้ขยะสังคม... เอ๊ย! ปล่อยให้บุคคลไร้มารยาทเหล่านี้เข้ามาสร้างความรำคาญให้แก่ท่านและคุณผู้หญิงครับ!" แพทริเซียและคุณธนอ้าปากค้าง หน้าตาเหวอสนิท "เดี๋ยวนะผู้จัดการ! แกพูดบ้าอะไรวะ? รู้ไหมกูเป็นใคร กูเป็นลูกค้ารายใหญ่..." "หุบปากเน่าๆ ของพวกคุณไปซะ!" ผู้จัดการโชว์รูมแผדเสียงตวาดลั่นใส่หน้าทั้งสองคนอย่างไม่ไว้หน้า ท่าทีอ่อนน้อมถ่อมตนเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงความเกรี้ยวกราดขั้นสุด "รปภ.! อยู่ไหนหมดวะ!" สิ้นเสียงคำราม ร่างบึกบึนของการ์ดรักษาความปลอดภัยสนามบินสี่นายที่เพิ่งลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ลำเดียวกัน ก็ก้าวเท้าเข้ามาล้อมรอบแพทริเซียและคุณธนไว้ทันที รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากตัวพวกเขาราวกับทหารรับจ้างสนามรบ "ลากคอสองคนนี้ออกไปจากพื้นที่ของผมเดี๋ยวนี้" วินสั่งเสียงเรียบ พลางหยิบกุญแจรถสปอร์ตคันหรูที่ผู้จัดการยื่นให้อย่างนอบน้อมขึ้นมาหมุนเล่นในมือ "อ้อ... แล้วช่วยกรุณาประกาศแบนพวกมันจากทุกธุรกิจในเครือของผมตลอดชีวิตด้วยนะครับ ผมเกลียดกลิ่นความจนผสมความอวดดี มันเหม็นจนผมอยากจะอเจียร" "รับทราบครับท่านวิน!" ผู้จัดการและรปภ. ประสานเสียงรับคำอย่างแข็งขัน "กรี๊ด! ปล่อยฉันนะ! แกไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้! ไอ้วิน! แกมันก็แค่ไอ้ขี้คุกจำแลง!" แพทริเซียกรีดร้องลั่นโชว์รูม ขาเรียวพยายามดิ้นรนขณะถูกรปภ. ร่างยักษ์หิ้วปีกคนละข้าง ส่วนคุณธนนักธุรกิจใหญ่พุงพลุ้ยตอนนี้หน้าซีดเผือกเป็นไก่ต้ม ส่งเสียงโวยวายอู้อี้เพราะถูกมือหนาปิดปากลากถูออกไปอย่างไม่ใยดี เสียงโวยวายค่อยๆ ไกลออกไปจนกระทั่งเงียบหาย เหลือไว้เพียงความเงียบสงบในโชว์รูมหรูอีกครั้ง วินถอนหายใจยาวเหยียดอย่างโล่งอก รอยยิ้มกวนประสาทผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง เขาส่งกุญแจรถราคาหลายสิบ่อยให้รินรดาที่ยังยืนอึ้งค้างถือไว้อย่างนิ่มนวล "อ่ะ รับไว้สครับรถคันนี้" วินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายๆ "เอาไว้ขับไปจ่ายตลาด ซื้อไข่ไก่กับผักบุ้งน่าจะเหมาะดี พื้นที่เก็บของข้างหลังน่าจะกว้างพอใส่ผักได้สักสามกระสอบ" รินรดาอ้าปากพะงาบๆ กุญแจรถมูลค่ามหาศาลในมือหนักอึ้ง เธอมองหน้าวินด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ทั้งช็อก ทั้งขัน และหมั่นไส้ในความกวนประสาทของเขาในเวลาเดียวกัน "นี่นาย... นายถูกหวยรางวัลที่หนึ่งร้อยใบหรือไงยะถึงได้..." "มากกว่านั้นเยอะครับที่รัก" วินยิ้มกริ่ม ขยับเข้าไปกระซิบข้างหูเธอเบาๆ "พอดีระบบมันบังคับให้ผมรวยจนน่ารำคาญ... แต่ถ้าถามว่าอะไรที่มีค่าที่สุดในตอนนี้..." เขายังไม่ทันได้พูดประโยคหวานเลี่ยนให้จบ เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสีแดงก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากนาฬิกาข้อมือของท่านประธานธนาคารที่ยังหมอบอยู่ พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมลอยฟ้าที่เด้งขึ้นมากลางอากาศด้วยตัวหนังสือสีเลือด *แจ้งเตือนด่วน: ตรวจพบการพยายามแฮกบัญชีทรัพย์สินส่วนตัวของท่านวินจากองค์กรลับใต้ดินระดับโลก... วงเงินสำรองสิบเปอร์เซ็นต์สุดท้ายกำลังถูกโอนย้ายออกนอกระบบ!* วินชะงัก รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าแข็งค้างไปในทันที ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิดขั้นสุด --- โปรดติดตามตอนต่อไป... (รี้ดเดอร์เตรียมตัวพบกับการเอาคืนแบบจัดหนัก เมื่อวินต้องใช้เงินแก้เผ็ดพวกองค์กรลับระดับโลกจนแผนที่โลกอาจจะต้องเปลี่ยนสี!) ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของ "ฮาไม่จำกัด" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%