เสียงกระแทกของกระเป๋าเดินทางแบรนด์เนมรุ่นล่าสุดบนโต๊ะหินอ่อนราคาแพงในร้านอาหารหรูระดับมิชลินสตาร์กลางกรุง ดังกลบเสียงบรรเลงเปียโนสดจนมิด
"เราเลิกกันเถอะค่ะอาคิน... คุณไม่ต้องพูดอะไรแก้ตัวอีกแล้ว สภาพของคุณในตอนนี้ มันน่าสมเพชเกินกว่าที่ผู้หญิงอย่างพิมพ์ชนกจะทนใช้ชีวิตร่วมด้วยไหว"
เสียงแหลมสูงของพิมพ์ชนก—หญิงสาวในชุดเดรสผ้าไหมราคาแพงที่อาคินเคยยอมอดมื้อกินมื้อเพื่อเก็บเงินซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด—กำลังดังก้องท่ามกลางสายตานับสิบของบรรดาไฮโซและนักธุรกิจชื่อดังที่หันมามองเป็นตาเดียว อาคินนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะอาหาร เสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบๆ ที่ไร้ซึ่งรابแบรนด์เนมราคาแพง และนาฬิกาข้อมือเรือนเก่าที่สายหนังเริ่มเปื่อยยุรเยศ ทำให้เขาดูเหมือนพนักงานบริษัทกินเงินเดือนระดับล่างที่หลงเข้ามาในดินแดนของคนชนชั้นสูงอย่างสิ้นเชิง
ข้างกายของพิมพ์ชนก คือ "คริส" ทายาทหนุ่มเจ้าของบริษัทนำเข้ารถยนต์หรู ท่าทางเย่อหยิ่งและรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปากของอีกฝ่ายบ่งบอกชัดเจนว่า นี่ไม่ใช่แค่การบอกเลิกธรรมดา แต่เป็นการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีครั้งใหญ่ในรอบหลายปีของอาคิน
"มองหน้าผมทำไมล่ะไอ้อาคิน?" คริสหัวเราะในลำคออย่างดูแคลน พร้อมกับยกแก้วไวน์ขึ้นจิบช้าๆ "ตกใจเหรอที่ผู้หญิงเขาเลือกคนที่ให้ชีวิตที่ดีกว่าได้? แกมันก็แค่ไอ้จนตรอกที่วันๆ เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานเอกสารในออฟฟิศซอกตึก เงินเดือนกระจ้อยร่อยจนแม้แต่ค่าอาหารมื้อนี้แกยังต้องคิดแล้วคิดอีกเลยมั้ง"
เสียงหัวเราะคิกคักจากโต๊ะข้างๆ ดังขึ้นเบาๆ พิมพ์ชนกเชิดหน้าขึ้นด้วยความภาคภูมิใจในตัวชายคนใหม่ เธอปรายตามองอาคินราวกับมองเศษฝุ่นใต้รองเท้า
"พิมพ์พูดจริงนะคะอาคิน ตลอดสามปีที่คบกันมา พิมพ์ทนอยู่กับห้องเช่าแคบๆ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และความฝันลมๆ แล้งๆ ของคุณมามากพอแล้ว คริสเขาให้พิมพ์ได้ทุกอย่าง ทั้งรถสปอร์ต คอนโดหรู และบัตรเครดิตที่รูดได้ไม่จำกัด... ส่วนคุณ มีอะไรล่ะคะ? นอกจากภาระหนี้สินและอนาคตที่มองไม่เห็น"
อาคินยังคงเงียบ เขาดึงสายตาขึ้นมองอดีตแฟนสาวและชายหนุ่มผู้มาใหม่ แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยว หวาดกลัว หรือแม้แต่ความเสียใจอย่างที่พิมพ์ชนกคาดหวัง ตรงกันข้าม... มันคือนัยน์ตาที่นิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งระลอกคลื่น จนทำให้คริสรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างประหลาด
แต่ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเป็นจังหวะของรองเท้าส้นสูงก็ดังแทรกเข้ามา ประตูร้านอาหารถูกผลักออกพร้อมกับร่างเพรียวระหงของหญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิท ใบหน้าคมคายเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยรัศมีแห่งอำนาจที่ทำให้ทุกคนในร้านต้องหันขวับ เธอก้าวตรงมาหยุดอยู่ที่โต๊ะตัวนั้น ท่ามกลางความตกตะลึงของแขกเหื่อ
รินรดา—คู่ชีวิตที่อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่อาคินมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย วันนี้เธอกลับมาพร้อมกับแฟ้มเอกสารหนังสีดำสนิทในมือ แววตาของเธอไม่ได้มองพิมพ์ชนกหรือคริสแม้แต่น้อย เธอก้มลงมองหน้าอาคินด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ก่อนจะวางแฟ้มเอกสารลงตรงหน้าชายหนุ่มอย่างนุ่มนวล
"เอกสารขอหย่าที่คุณอยากได้ เซ็นเรียบร้อยแล้วนะคะ" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลัง ก้องกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบสงบ "และในฐานะที่ฉันเป็นภรรยาตามกฎหมายที่ร่วมสร้างทุกอย่างมากับคุณ... ฉันขอเซ็นอนุมัติการโอนสิทธิ์ขาดทั้งหมดในเครือธนาคารอภิวัฒน์กรุ๊ป กลับคืนสู่ชื่อของคุณแต่เพียงผู้เดียวค่ะ"
คำว่า *ธนาคารอภิวัฒน์กรุ๊ป* ทำเอาคริสที่กำลังถือแก้วไวน์ถึงกับชะงัก รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าแข็งค้างในทันที
อาคินยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ มือเรียวยาวหยิบปากกาหมึกซึมด้ามทองคำสลักลวดลายวิจิตรขึ้นมา ชายหนุ่มจรดปลายปากกาลงบนกระดาษแผ่นสุดท้ายในแฟ้มด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับกำลังเซ็นรับพัสดุราคาถูก ไม่ใช่การเซ็นชื่อบนอาณาจักรทางการเงินที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ
พิมพ์ชนกขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ เธอหัวเราะออกมาแห้งๆ เพื่อกลบเกลื่อนความประหลาดใจ "ธนาคารอะไรกันคะรินรดา? พวกเธอประสาทกันไปใหญ่แล้วหรือไง สามีเธอเป็นแค่พนักงานกินเงินเดือนกระจอกๆ นะยะ อย่ามาเล่นละครตบตาแถวนี้เลย!"
รินรดาหันไปมองพิมพ์ชนก ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววเย้ยหยันอย่างปิดไม่มิด "พนักงานกินเงินเดือนกระจอกๆ อย่างที่คุณว่าเหรอคะ? น่าเสียดายจัง... ที่ไอ้คน 'จนตรอก' คนนี้ คือประธานกรรมการบริหารผู้ถือหุ้นใหญ่ 99.99% ของสถาบันการเงินที่คุณกำลังผ่อนบ้านและรถอยู่ทุกวันนี้ค่ะ"
สิ้นคำพูดของรินรดา ทั่วทั้งร้านอาหารตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า คริสหน้าซีดเผือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดขึ้นเต็มขมับ มือที่ถือแก้วไวน์สั่นเทาจนของเหลวสีแดงฉานกระฉอกเปื้อนเสื้อสูทราคาแพง
อาคินวางปากือกลง ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนพิมพ์ชนกต้องถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว มือหนายื่นเข้าไปหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทขอบทองฝังเพชร—บัตรระดับ *Centurion Card* ที่จำกัดสิทธิ์ให้เฉพาะมหาเศรษฐีระดับโลกไม่กี่ร้อยคนบนโลกนี้—ขึ้นมาถือไว้ในมือ
"คุณอยากได้ของขวัญวันครบรอบไม่ใช่เหรอครับ พิมพ์ชนก" อาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่เย็นเยียบจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ในเมื่อคุณเลือกเงิน และอยากให้ผมเซ็นใบหย่าเพื่อไปหาผู้ชายคนนี้..."
อาคินโยบบัตรเครดิตสีดำในมือเล่นเบาๆ ก่อนจะกดสมาร์ทโฟนรุ่นพิเศษสั่งการออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"จัดการระงับวงเงินสินเชื่อทั้งหมดของบริษัทคุณคริส และยกเลิกสัญญาจำนองทรัพย์สินของตระกูลพิมพ์ชนกภายในสามวินาทีนี้... เริ่มนับครับ"
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของคริสและพิมพ์ชนกดังขึ้นพร้อมกันอย่างต่อเนื่องราวกับเสียงนรกส่งสัญญาณเตือนภัย ใบหน้าของทั้งคู่ถอดสีจนซีดเผือดไร้เลือดฝาด ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวขั้นสุดเมื่อหน้าจอโทรศัพท์ปรากฏข้อความตัวแดงฉานแจ้งเตือนการอายัดบัญชีและเรียกคืนหนี้สินทั้งหมดทันที!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสะใจนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น•ตอนที่ 1
ของขวัญวันครบรอบคือใบหย่า
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!