เช็คเงินสดมูลค่าห้าสิบล้านบาทถูกผลักมาตรงหน้าฉันด้วยปลายนิ้วที่สวมแหวนเพชรเม็ดโตจนน่าเวทนา
"รับมันซะ แล้วเลิกกับไอ้พนักงานจนตรอกคนนั้นซะที รินรดา... เธอโง่มามากพอแล้วที่ยอมทนกินข้าวแกงข้างทางกับผู้ชายที่แม้แต่ค่าเช่าห้องยังต้องหารครึ่ง" เสียงหัวเราะเยาะหยันของคริสกรีดแทงบรรยากาศในร้านอาหารหรูระดับมิชลินสตาร์ให้ยิ่งน่าสะอิดสะเอียน เขายังคงเป็นผู้ชาย arrogant คนเดิม ไม่เคยเปลี่ยน และสำคัญที่สุด... เขายังคงประเมินค่าความสัมพันธ์ของเราต่ำเตี้ยเรี่ยดินเหมือนเช่นเคย
ฉันก้มมองเศษกระดาษมูลค่ามหาศาลในสายตาคนทั่วไปแผ่นนั้น นิ่งนานเสียจนคริสยิ้มระรื่นด้วยความมั่นใจ คิดว่าอำนาจเงินของเขาคงกำลังสั่นคลอนหัวใจยากจนข้นแค้นของฉันเข้าแล้ว
แต่แล้ว... ฉันก็หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความเกรงกลัว เจือด้วยความสมเพชเวทนาเสียยิ่งกว่าที่เขามองฉัน
"ห้าสิบล้านเหรอคะ?" ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตคู่หมั้นผู้โง่เขลา ช้อนตามองด้วยแววตาที่เยือกเย็นจนคริสถึงกับชะงักรอยยิ้มค้าง "สำหรับคุณมันอาจจะเป็นเงินก้อนใหญ่โตมโหฬาร จนต้องเอามาเที่ยวฟาดหัวชาวบ้านเพื่อสนองความรู้สึกต่ำต้อยของตัวเอง... แต่สำหรับฉัน มันไม่มีค่าเท่ากับรอยยิ้มตอนที่พี่อาคินต้มมาม่าให้ฉันกินตอนสอบไฟนอลด้วยซ้ำค่ะ"
"เธอบ้าไปแล้วริน! เธอจะเอาความรักกินได้หรือไงวะ! อีกหน่อยมันก็ทิ้งเธอไปเพราะความจนอยู่ดี!" คริสทุบโต๊ะเสียงดังลั่นจนแขกโต๊ะอื่นหันมามอง แต่ฉันหาได้แคร์ไม่
ความรักที่ผ่านการร่วมทุกข์ร่วมสุข ฝ่าฟันความอดอยาก นอนกอดกันร้องไห้ในห้องเช่าแคบๆ สมัยเรียนมหาวิทยาลัย... มันเป็นสิ่งที่ตีค่าไม่ได้ด้วยเศษเงินสกปรกของคนอย่างคริส อาคินไม่เคยปริปากบ่นสักแอะเดียวแม้ว่าเขาจะต้องทำงานพาร์ทไทม์จนมือพองเพื่อส่งฉันเรียน ผู้ชายที่กุมมือฉันแน่นในวันที่บัญชีธนาคารเหลือเงินแค่ยี่สิบบาท... คือผู้ชายที่ฉันไม่มีวันแลกด้วยอะไรทั้งสิ้นบนโลกใบนี้
"เงินของคุณเก็บไว้รักษาอาการตาบอดสีทางความรู้สึกเถอะค่ะ" ฉันลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยด้วยท่าทีสง่างาม "เพราะต่อให้คุณเอาตึกทั้งตึกมาวางกองตรงหน้าฉัน... ฉันก็ไม่ชายตาแลหรอกค่ะ"
ในวินาทีที่ฉันกำลังจะหมุนตัวเดินออกจากขุมนรกแห่งความอวดดีนั้น ประตูบานกระจกใสของร้านอาหารหรูถูกผลักออกด้วยแรงกดดันที่ทำให้อากาศรอบตัวแทบหยุดนิ่ง
กลุ่มชายชุดดำไม่ต่ำกว่าสิบคนในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาอย่างพร้อมเพรียง ทุกฝีก้าวสะท้อนความทรงพลังและอำนาจล้นพ้นที่กดทับให้ทุกคนในร้านต้องก้มหัวหลบ บรรยากาศเปลี่ยนเป็นอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก และคนที่เดินนำหน้าสุดด้วยท่าทีสุขุม เย็นชา และทรงเสน่ห์จนละสายตาไม่ได้... คืออาคิน ผู้ชายที่คริสเพิ่งจะดูถูกว่าเป็น "พนักงานจนตรอก" เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา
แต่ในวันนี้... บนข้อมือของเขาคือนาฬิกา Patek Philippe รุ่นหายากที่เรือนเดียวสามารถซื้อร้านอาหารแห่งนี้ได้ทั้งร้าน
"พูดได้ดีมากค่ะที่รัก" น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่อาคินก้าวเข้ามาโอบเอวฉันไว้ด้วยความทะนุถนอม สายตาคมกริบราวกับพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองคริสที่ตัวสั่นเทาด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด
คริสอ้าปากค้าง ตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว ขาเจ้ากรรมพาลจะทรุดลงไปกองกับพื้นเมื่อเลขาหนุ่มคนสนิทของอาคินก้าวออกมาข้างหน้า พร้อมกับเปิดเอกสารแฟ้มหนังสีดำสนิทให้เห็นตราประทับสีทองอร่าม
"ท่านประธานครับ... เครื่องบินส่วนตัวพร้อมสำหรับเดินทางไปรับท่านและมาดาม เพื่อไปตรวจรับมอบอาณาจักรธนาคารแห่งใหม่ที่ยุโรปแล้วครับ"
เสียงรายงานตัวที่ดังฟังชัดก้องไปทั่วทั้งร้าน ทำให้คริสหน้าซีดเผือดราวกับคน Defect ไร้ลมหายใจ ส่วนฉันทำได้เพียงซบใบหน้าลงกับอกเสื้อสูทราคาแพงของสามี พร้อมกับแย้มยิ้มออกมาอย่างผู้ชนะ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรักที่มั่นคงของรินรดาและอาคินนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น•ตอนที่ 29
ความรักที่เหนียวแน่นกว่าเงินทอง
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!