ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น•ตอนที่ 27

แผนการร้ายที่ล้มเหลว

ผลงานโดย เมล่อนโซดา
เอกสารสัญญาซื้อขายหุ้นสามัญจำนวนเจ็ดสิบล้านหุ้นถูกกวาดลงบนโต๊ะกระจกใส เสียงกระดาษกระทบกันดังเพียะสะท้อนก้องห้องประชุมวีไอพีที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความโลภ คริสแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ ดวงตาเรียวรีคมกริบกวาดมองตัวเลขมูลค่ามหาศาลบนกระดาษด้วยความกระหาย เขาเชื่อสนิทใจว่านี่คือ "เหยื่อชิ้นโต" ที่อาคินและรินรดาโง่เขลาพอจะตกหลุมพราง โดยไม่รู้เลยว่ามันคือบ่วงบาศที่รัดคอตัวเองจนดิ้นไม่หลุด "คิดจะเล่นเกมหุ้นกับผม มันยังเร็วไปร้อยปี อาคิน" คริสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน มือเรียวยาวหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงขึ้นมาเตรียมจรดปลายเซ็นลงบนสัญญาโอนหนี้ก้อนโตที่เขาอุตส่าห์สร้างสถานการณ์บีบให้บริษัทสตาร์ทอัพของอาคินต้องรับภาระ "นายมันก็แค่ไอ้กระจอกที่เกาะผู้หญิงกิน วันนี้ฉันจะทำให้นายและนังผู้หญิงหน้าโง่นั่นต้องคุกเข่าขอทานข้างถนน" รินรดายืนกอดอกนิ่ง ดวงตากลมโตคู่นั้นมองการกระทำของคริสด้วยความสมเพชเวทนา เธอไม่จำเป็นต้องพูดอะไรเลยสักคำ ปล่อยให้ความมั่นใจจอมปลอมของอีกฝ่ายพBงทลายลงด้วยมือของเขาเอง รินรดายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ส่งยิ้มเย็นเยียบที่ทำเอาคริสถึงกับชะงักปลายปากกาไปชั่วขณะ แต่ความโลภก็บังตาจนเขาปัดความสังหรณ์ใจนั้นทิ้งไปอย่างรวดเร็ว "เซ็นสิคะ รออะไรอยู่ล่ะคะคริส เดี๋ยวของดีราคาถูกหลุดมือไปจะหาว่าดิฉันไม่เตือน" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม เธอขยับตัวยืนเคียงข้างอาคิน สัมผัสอุ่นจากมือของสามีที่กุมมือเธอไว้เบาๆ คือเครื่องยืนยันว่าเกมนี้พวกเขากำุมความเหนือกว่าไว้ทั้งหมด อาคินหันไปมองช้าๆ มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย ขณะที่รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สองมือประสานกันอย่างสง่างาม พร้อมรับมือกับเกมฉากใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น "เซ็นแล้วนะ! อย่ามาโวยวายทีหลังก็แล้วกันว่าฉันหลอกลวง" คริสกระแทกปลายปากกาลงบนกระดาษ เซ็นชื่อลงไปอย่างรวดเร็ว เสียงหัวเราะสะใจหลุดออกมาจากลำคอของเขาทันทีที่หมึกแห้งสนิท "ฮ่าๆๆๆ หนี้ก้อนนี้มูลค่าสามร้อยล้านบาท ตกเป็นภาระของบริษัทพวกแกเต็มๆ! เตรียมตัวล้มละลาย ขายบ้าน ขายรถ แล้วไปนอนข้างถนนได้เลย!" บรรยากาศในห้องประชุมเงียบกริบลงชั่วพริบตา คริสรอคอยที่จะได้เห็นใบหน้าตื่นตระหนกหวาดกลัวของอาคินและรินรดา รอร้องไห้คร่ำครวญ รอร้องขอความเมตตา แต่น่าแปลก... สิ่งที่เขากลับได้รับ มีเพียงความเงียบงันและรอยยิ้มเย้ยหยันที่ส่งกลับมาอย่างพร้อมเพรียง อาคินค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อสูทออกช้าๆ ท่าทางสบายๆ ราวกับชายหนุ่มกำลังนั่งจิบกาแฟยามบ่ายในรีสอร์ตส่วนตัว มากกว่าจะเผชิญหน้ากับวิกฤตหนี้สินสามร้อยล้านบาท เขาหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องเรียบง่ายออกมาจากกระเป๋ากางเกง กดสปีกเกอร์โฟนท่ามกลางความฉงนสนเท่ห์ของคริส "จัดการโอนเงินเข้าบัญชีปลายทางตามหมายเลขทะเบียนบริษัทของคริสได้เลยครับ... อ้อ ยอดสามร้อยล้านบาทถ้วน หักจากบัญชีสำรองฉุกเฉินของธนาคารกลางได้ทันที" อาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงอำนาจอย่างประหลาด คริสขมวดคิ้วมุ่น หัวใจกระตุกวูบด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ "แกพูดบ้าอะไรของแก อาคิน? สติหลุดไปแล้วหรือไง ถึงได้สั่งให้ใครก็ไม่รู้โอนเงินสามร้อยล้าน? ฝันกลางวันอยู่หรือเปล่า!" ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากแอปพลิเคชันธนาคารบนมือถือของคริสดังขึ้นทำลายความเงียบ คริสรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูอย่างรวดเร็ว ดวงตาเบิกกว้างขึ้นทีละน้อยจนแทบจะหลุดออกจากเบ้า เมื่อตัวเลขยอดเงินในบัญชีบริษัทของเขาพุ่งทะยานขึ้นสามร้อยล้านบาทจริงตามที่อาคินสั่งการ! "เป็นไปไม่ได้..." คริสพึมพำเสียงสั่น หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ "เงิน... เงินบ้าอะไรตั้งสามร้อยล้าน! แกไปเอามาจากไหน!" อาคินหัวเราะในลำคอเบาๆ กิริยาท่าทางที่เคยดูธรรมดา กลับแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาจนคริสต้องถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว รินรดาเดินเข้าไปใกล้โต๊ะกระจก นำเอกสารอีกชุดที่ซ่อนอยู่ออกมาวางทับลงไป พร้อมกับเปิดหน้าจอแท็บเล็ตให้คริสได้เห็นข้อมูลเชิงลึกที่ถูกปิดตาย "คุณคิดจริงๆ เหรอคะคริส ว่าบริษัทสตาร์ทอัพเล็กๆ ที่สามีดิฉันสร้างขึ้น จะมีมูลค่าแค่สามร้อยล้านบาท?" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น สายตาคมปลาบจ้องมองศัตรูตัวฉกาจราวกับราชสีห์มองเหยื่อ "บริษัทที่คุณพยายามจะฮุบ... แท้จริงแล้วเป็นบริษัทลูกในเครือข่ายการลงทุนลับของกลุ่มทุนระดับโลก และคนที่คุณเพิ่งเซ็นสัญญาโอนหนี้มาให้รับผิดชอบเมื่อครู่..." รินรดาเว้นจังหวะนิดหนึ่งเพื่อซึมซับความตกใจสุดขีดบนใบหน้าของคริส ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้โลกทั้งใบของคริสดิ่งลงสู่เหว "...ก็คือธนาคารพาณิชย์หลักที่คุณกำลังกู้เงินเพื่อพยุงบริษัทใกล้เจ๊งของคุณอยู่ยังไงล่ะคะ" คริสเข่าอ่อนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นพรม ห้องประชุมทั้งห้องหมุนเคว้ง ร่างกายชาดิกตั้งแต่หัวจรดเท้า เมื่อตระหนักได้ว่า การเซ็นสัญญาเมื่อครู่ ไม่ใช่การผลักภาระหนี้ให้อาคิน แต่มันคือการ "รวบรวมหนี้สินทั้งหมดของบริษัทตัวเอง" ให้โอนตรงมาอยู่ภายใต้การควบคุมของอาคินแต่เพียงผู้เดียว! ตอนนี้อาคินกลายเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดผู้กุมชะตาชีวิตของเขา หุ้นทุกตัว ทรัพย์สินทุกชิ้น และอำนาจบริหารทั้งหมดอยู่ในกำมือของชายหนุ่มที่เขาเคยดูถูกเหยียดหยามมาตลอด "ไม่... ไม่จริง! แกเป็นใครกันแน่! อาคิน แกเป็นใคร!" คริสแผדเสียงกรีดร้องออกมาอย่างคนเสียสติ พยายามคลานเข้าไปคว้าชายกางเกงของอาคิน แต่ถูกบอดี้กันด์ในชุดสูทสากลสีดำสนิทสองคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องล็อกตัวเอาไว้เสียก่อน อาคินก้มมองคริสที่กำลังดิ้นรนอย่างน่าสมเพช ดวงตาคมกริบทอประกายเย็นชาไร้ความปรานี เขาปัดฝุ่นที่ปลายกางเกงเบาๆ ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของคริสด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความรู้สึก "ผมก็แค่ผู้ชายธรรมดา... ที่ภรรยาบอกว่าอยากเป็นเจ้าของธนาคารไงครับ" อาคินยิ้มมุมปาก "และตอนนี้... ผมก็ซื้อธนาคารนั้นให้เธอเรียบร้อยแล้วด้วย" ทันใดนั้น เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำใหญ่ก็บินมาจอดนิ่งสนิทลอยตัวอยู่เหนือยอดตึกกระจกของห้องประชุม แสงไฟสปอตไลท์สาดส่องลงมาทะลุกระจก พร้อมกับเสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ จากเลขาคนสนิทที่เดินเข้ามาโค้งคำนับอย่างนอบน้อม พร้อมยื่นกุญแจเพนท์เฮาส์หรูใจกลางเมืองและเอกสารสิทธิ์การถือครองตึกระฟ้าทั้งหลังนี้ให้รินรดา รินรดารับกุญแจมาถือไว้ด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ เธอกวาดสายตามองคริสที่กำลังจะหมดลมหายใจด้วยความสิ้นหวัง ก่อนจะหันมาสบตากับสามีสุดที่รักด้วยความรักและความภูมิใจล้นปรี่ เกมนี้พวกเขาไม่ได้แค่ชนะ แต่ชนะอย่างเด็ดขาดจนศัตรูไม่มีวันได้ผุดได้เกิดอีกต่อไป ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความสะใจนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%