วิถีกระบี่เดี่ยวพิชิตฟ้า กับนางเซียนผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 1

รอยร้าวบนคมกระบี่

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
กงลอแห่งสำนักกระบี่เทวะหาได้หมุนตามความยุติธรรมไม่ หากแต่หมุนตามปลายดาบของผู้มีอำนาจมากกว่า กลิ่นอายโลหิตจางๆ ลอยคละคลุ้งปะปนกับควันธูปพันปีภายในโถงใหญ่ ปลายกระบี่สลักลายมังกรพ่นไฟในมือของจ้าวหานสะท้อนแสงประหลาดจากคบเพลิงรอบทิศ ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมาเป็นตาเดียว รังสีอำมหิตแผ่ซ่านกดทับจนแม้แต่เสียงลมหายใจของเหล่าผู้อาวุโสยังแทบขาดห้วง "จ้าวหาน เจ้ายังกล้าปฏิเสธอีกหรือ?" เสียงประกาศิตดังขึ้นจากไป๋ซาน ผู้อาวุโสใหญ่อาวุโสสูงสุดแห่งสำนัก ผู้ซึ่งยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าป้ายวิญญาณบรรพจารย์ ดวงตาของมันหรี่แคบดั่งงูพิษ ในมือชูคัมภีร์โลหิตที่เปรอะเปื้อนคราบไคลสีดำสนิท ซึ่งถูกระบุว่าเป็นหลักฐานมัดตัวว่าเจ้าสำนักคนเก่า—ผู้เป็นอาจารย์ของจ้าวหาน—ลักลอบฝึกวิชาสายมารนอกรีตจนธาตุไฟเข้าแทรกและดับอนาถ จ้าวหานแค่นยิ้มหยันให้กับความอยุติธรรมตรงหน้า กระบี่ไร้คมในมือมิได้ถูกชักออกจากฝัก หากแต่แรงกดดันจากลมปราณภายในร่างของเขากลับหมุนวนดั่งพายุคลั่ง ร่างกายสูงโปร่งในชุดคลุมสีขาวสะอาดสะอ้านบัดนี้ถูกอาบไล้ด้วยเหงื่อกาฬบางเบา เขาเพิ่งผ่านพ้นการทดสอบเก้าขั้นฟ้าดินเพื่อรับตำแหน่ง 'เจ้าสำนัก' คนใหม่ตามพินัยกรรมโลหิต แต่วินาทีที่ตราประทับประจำตำแหน่งกำลังจะสัมผัสฝ่ามือ ทุกอย่างกลับพลิกผันเป็นหุบเหวแห่งความตาย "คัมภีร์ฉบับนี้ถูกปลอมแปลงขึ้นอย่างหยาบช้า ท่านผู้อาวุโสไป๋ ท่านก็น่าจะรู้ดีที่สุด" จ้าวหานเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคง ดังก้องกังวานไปทั่วโถงใหญ่ "อาจารย์ของข้าอุทิศชีวิตเพื่อปกป้องสำนักกระบี่เทวะ เหตุใดตอนที่ท่านสิ้นใจ จึงมีรอยกระบี่ไร้ลักษณ์แทงทะลุหัวใจเล่า? วิชาไร้ลักษณ์เช่นนี้ ในสำนักนอกจากท่านและศิษย์เอกแห่งหุบเขาหิมะไร้ลักษณ์แล้ว ยังมีผู้ใดใช้อีก?" สิ้นคำกล่าว บรรยากาศภายในโถงพลันเย็นเยียบลงฉับพลัน สายตาคมกริบดั่งใบมีดของทุกคนหันขวาไปมองยังสตรีผู้หนึ่งซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่มุมเสาเอก นางสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเกล็ดหิมะ ใบหน้างามล้ำเลิศไร้ที่ติทว่าเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี นางคือ หลี่มู่เหยา ศิษย์เอกแห่งหุบเขาหิมะไร้ลักษณ์ ผู้มีศักดิ์เป็นคู่หมั้นและในขณะเดียวกันก็คือผู้ถือครองสิทธิ์ชี้ขาดความเป็นความตายของสำนักในวันนี้ หลี่มู่เหยาไม่แม้แต่จะชายตามองจ้าวหาน นางเพียงกวาดสายตามองคัมภีร์ในมือของไป๋ซานด้วยแววตาว่างเปล่า "วจีของคนใกล้ตายย่อมเชื่อถือไม่ได้" หลี่มู่เหยาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางไพเราะดุจเสียงพิณสวรรค์ ทว่ากลับไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ "จ้าวหาน ตระกูลจ้าวของเจ้ามีประวัติพัวพันกับพรรคมารมาเนิ่นนาน ตัวเจ้าเองก็ฝึกฝนวิชาพิลึกพิลั่นที่แม้แต่สำนักใหญ่ยังต้องหวาดหวั่น วันนี้เจ้ายังกล้าใช้คำกล่าวอبปยศมาใส่ร้ายผู้อาวุโสไป๋อีกหรือ?" หัวใจของจ้าวหานกระตุกวูบ ความเจ็บปวดเสียดแท่นลึกยิ่งกว่าบาดแผลใดๆ ในยุทธภพ สตรีที่เขารักและร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ฝ่าฟันอุปสรรคมาด้วยกันนับแรมปี บัดนี้กลับยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างเลือดเย็น นางเลือกที่จะเชื่อถือใบหน้าจอมปลอมของไป๋ซาน มากกว่าความสัตย์ซื่อในดวงตาของเขา "มู่เหยา... แม้แต่เจ้า ก็ไม่เชื่อใจข้ากระนั้นหรือ?" จ้าวหานถามย้ำ น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยในยามที่ประโยคสุดท้ายหลุดจากริมฝีปาก "ความเชื่อใจมีไว้สำหรับผู้บริสุทธิ์ หาใช่เดนนรกที่สังขารแปดเปื้อนกลิ่นอายมารเช่นเจ้า" นางตอบกลับทันควันอย่างไร้เยื่อใย "ฮ่าๆๆ ดี! ดีเยี่ยม!" จ้าวหานเงยหน้าหัวเราะลั่น เสียงหัวเราะของเขาก้องกังวานสะท้อนผนังหินผา เต็มไปด้วยความหยิ่งทะนงและความแค้นเคืองที่สุมอก "ในเมื่อฟ้าดินไม่ให้ความเป็นธรรม ผู้คนในยุทธภพตาบอดมืดบอด วันนี้จ้าวหานผู้นี้ จะขอใช้กระบี่ในมือ... ทวงคืนความยุติธรรมด้วยวิถีของข้าเอง!" *เปรี้ยง!* ระเบิดพลังปราณสายหนึ่งพวยพุ่งออกจากร่างของจ้าวหานจนแผ่นศิลาปูพื้นโถงแตกละเอียดเป็นจุล แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่ขยายออกไปจนทำให้ผู้อาวุโสหลายคนต้องถอยหลังไปสามก้าว ไป๋ซานหน้าถอดสี รีบสะบัดแขนเสื้อสั่งการ "จับมัน! คนทรยศผู้นี้คิดก่อกบฏ สังหารมันได้ทันทีไม่ต้องรอให้ถึงมือศาลสำนัก!" เหล่าศิษย์สายในนับร้อยชีวิตชักกระบี่ออกจากฝักพร้อมกัน เสียงคมเหล็กเสียดสีกับฝักดังระงมไปทั่ว รังสีศาสตราวาระนับร้อยพุ่งตรงมายังจุดที่จ้าวหานยืนอยู่ราวกับหามطرฝน ทว่าบุรุษหนุ่มหาได้มีความหวาดกลัวไม่ เขาก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว ร่างกายพลิ้วไหวราวกับภูตพรายในสายหมอก วิชาตัวเบา 'ย่างก้าวเงาพยัคฆ์' ถูกใช้ออกอย่างถึงขีดสุด หลบหลีกคมกระบี่นับร้อยได้อย่างไร้ร่องรอย ประหนึ่งใบไม้ร่วงหล่นท่ามกลางพายุเฮอร์ริเคน กระบี่ไร้คมในมือถูกเหวี่ยงออกเพียงครั้งเดียว พลังปราณกระแทกเข้าใส่กลุ่มศิษย์สายในจนกระเด็นกระดอนราวกับใบไม้ปลิว เลือดสดๆ สาดกระเซ็นย้อมผนังห้องโถงให้กลายเป็นสีชาด จ้าวหานพุ่งทะยานผ่านวงล้อม มุ่งตรงไปยังไป๋ซานที่ยืนอยู่เบื้องหน้าป้ายวิญญาณ เป้าหมายของเขาคือการกระชากหน้ากากของไอ้สารเลวผู้นี้ออกมาให้โลกประจักษ์! แต่ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ปลายกระบี่ไร้คมจ่ออยู่ห่างจากลำคอของไป๋ซานเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น *ฉึบ!* เงาร่างสีขาวสายหนึ่งพุ่งตัดหน้าเข้ามาอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด ปลายกระบี่ประกายน้ำแข็งเย็นเยียบเล่มหนึ่งจ่อตรงมาที่จุดชีพจรหัวใจของจ้าวหานอย่างแม่นยำ ปลายคมกระบี่นั้นแตะโดนผิวเนื้อจนมีหยดเลือดสีแดงสดไหลซึมลงมาตามคมดาบ จ้าวหานหยุดชะงัก เงยหน้าขึ้นมองผู้ที่ขวางทางเขาเอาไว้ ดวงตากลมโตคู่สวยของหลี่มู่เหยาเวลานี้เย็นชาไร้ก้นบึ้ง นางเอ่ยกระซิบเบาๆ ข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจของเขาแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ "หากเจ้าก้าวไปข้างหน้าอีกเพียงครึ่งชุ่น... ศิษย์พี่ผู้ล่วงลับของเจ้า จะไม่มีวันได้ไปสู่สุคติ" จ้าวหานเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อหันไปมองป้ายวิญญาณด้านหลังไป๋ซาน ป้ายวิญญาณสลักชื่อของอาจารย์ตนกำลังร้าวรานและมีควันสีดำพวยพุ่งออกมาจากฐานตั้ง! โปรดติดตามตอนต่อไป... พยัคฆ์ขาวคำราม ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่เดี่ยวพิชิตฟ้า กับนางเซียนผู้ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%