กลิ่นอายโลหิตจางๆ ที่ลอยอวลอยู่บนแผ่นป้ายสุสานหินแกรนิตสีดำสนิท มิได้เกิดจากหยาดหยดของกาลเวลา หากแต่เป็นร่องรอยอันเลือนรางของ "เคล็ดวิชาเพลิงโลหิตผลาญวิญญาณ" วิชามารต้องห้ามที่สูญหายไปจากยุทธภพมากว่าสามสิบปี
จ้าวหานยืนนิ่งสงบดั่งรูปสลักหิน สายตาคมกล้าทอดมองรอยประทับฝ่ามือบนแผ่นศิลา รอยแยกราวดอกเหมันต์ที่เบ่งบานนี้ มิใช่เกิดจากพละกำลังภายนอก แต่มันคือการแทรกซึมของพลังปราณหยินทมิฬที่เข้าทำลายจุดชีพจรหัวใจของผู้วายชนม์จากภายใน เป็นฝีมือของคนผู้เดียวกันกับที่ใส่ร้ายป้ายสีอาจารย์ของเขาเมื่อสามปีก่อนอย่างไม่ต้องสงสัย
"เจ้าพบร่องรอยที่ตามหาแล้ว..."
น้ำเสียงเยียบเย็นดั่งหิมะโปรยปรายดังขึ้นเบื้องหลัง หลี่มู่เหยายืนกอดกระบี่อิงฟ้าอยู่ใต้ร่มเงาของต้นสนพันปี เรือนร่างอรชรภายใต้ชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ตัดกับบรรยากาศอันหม่นหมองรอบกาย นางปรายตามองร่องรอยบนแผ่นป้าย ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ระลอกคลื่น "พลังปราณสายนี้รangเกียจและสกปรกโสมมยิ่งนัก สมแล้วที่เป็นวิชาของพวกสุนัขรับใช้สำนักมารโลหิต"
จ้าวหานมิได้หันกลับไปมอง นางเซียนผู้เย็นชาผู้นี้มักมีวาจาคมกลาดยิ่งกว่าคมกระบี่ในมือ แต่วันนี้ เขากลับสัมผัสได้ถึงความห่วงใยอันบางเบาที่แฝงอยู่ภายใต้ความเยียบเย็นนั้น นิ้วมือที่กุมด้ามกระบี่ไร้คมกระชับแน่นขึ้นจนข้อต่อขึ้นสีขาว
"สามปีเต็มๆ ที่ข้าต้องแบกรับชื่อเสียงของอาจารย์ที่ถูกเหยียบย่าม ข้าเดินทางผ่านความตายมานับครั้งไม่ถ้วน ก็เพื่อรอคอยวันนี้ วันที่ความจริงจะปรากฏ" จ้าวหานกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคง ดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของคนทั้งสอง
"ความจริงมักแลกมาด้วยเลือดเสมอ จ้าวหาน..." หลี่มู่เหยาสกิดปลายเท้าเบาๆ ร่างระหงก็ร่อนลงมายืนเคียงข้างเขา กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมันต์โชยปะทะนาสิก เจือจางกลิ่นคาวเลือดรอบบริเวณ นางทอดสายตาไปยังทิศทางเบื้องหน้า ซึ่งเป็นที่ตั้งของพรรคการค้าหมื่นลี้ อาณาจักรใต้ดินอันทรงอิทธิพล "และเบาะแสชิ้นนี้... ก็กำลังนำพาเราไปสู่ 'สุนัขรับใช้' ที่แท้จริง"
ณ โรงเตี๊ยมร้างนอกเมืองยี่ว์โจว ลมหนาวพัดโชยนำพาเศษใบไม้แห้งปลิวว่อน บรรยากาศภายในอวลด้วยกลิ่นอายความตายอันน่าสะพรึงกลัว บนโต๊ะไม้กลางห้องโถง มีร่างของชาวยุทธหลายคนนอนฟุบจอมปลวกอยู่ ทุกผู้คนล้วนมีรอยแผลสีดำคล้ำที่กลางหน้าผาก ลมปราณในร่างถูกสูบจนแห้งเหือด
"พวกมันเพิ่งจากไปไม่นาน..." จ้าวหานย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วแตะที่รอยแผลบนร่างศพ ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านขึ้นมาตามปลายนิ้วมือ "ไอพลังมารยังคงหลงเหลืออยู่ ร่างกายของพวกมันยังอุ่น"
ฉับพลัน! เงาร่างนับสิบสายก็พุ่งทะยานผ่านหน้าต่างกระดาษเข้ามาดั่งห่าฝน ประกายแสงเย็นเยียบจากอาวุธลับนับร้อยพุ่งตรงเข้าจุดตายของทั้งสองคนในเสี้ยวลมหายใจ!
"ระวัง!"
หลี่มู่เหยาแค่นเสียงเย็นยะเยือก กระบี่อิงฟ้าถูกชักออกจากฝักรัศมีเจิดจ้าพวยพุ่งออกมาราวกับดวงจันทร์กระจ่างในคืนเดือนมืด แสงกระบี่กวาดผ่านอากาศจนเกิดเสียงหวีดหิวระลอกคลื่นกระแทกอาวุธลับทั้งหมดร่วงหล่นลงพื้นราวกับใบไม้ร่วง
ในขณะเดียวกัน จ้าวหานมิได้ขยับกายถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว ร่างของเขากลับกลายเป็นเงาร่างเลือนรางด้วย "วิชาตัวเบาย่างก้าวเมฆา" หลบเลี่ยงคมดาบที่พุ่งเข้ามาได้อย่างงดงามราวกับภูตผี ฝ่ามือหนาซัดออกไปปะทะเข้ากับหน้าอกของมือสังหารชุดดำคนหนึ่งอย่างแม่นยำ
*เปรี้ยง!*
เสียงกระดูกแตกหักดังสนั่น มือสังหารผู้นั้นกระออกเลือดสดๆ พ่นเป็นละอองแดงฉานกลางอากาศ ก่อนจะกระเด็นทะลุกำแพงโรงเตี๊ยมออกไปนอนแน่นิ่งสนิท
ทว่า... มือสังหารที่เหลือหาได้มีความหวาดกลัวไม่ พวกมันกลับแผดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาทั้งคู่เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานด้วยเพลิงโลหิต พลังปราณในร่างของพวกมันพุ่งทะยานสูงขึ้นจนน่ากลัว ผิวหนังปูดโปนด้วยเส้นเลือดสีดำ
"พวกมันใช้เทวะโลหิตกระตุ้นศักยภาพฝืนสังขาร..." หลี่มู่เหยาขมวดคิ้วมุ่นเป็นปม นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "คนพวกนี้เป็นเพียงหุ่นเชิดที่ถูกฝัง 'หนอนไหมโลหิต' ไว้ในร่าง ผู้อยู่เบื้องหลังต้องอยู่ใกล้บริเวณนี้อย่างแน่นอน"
จ้าวหานกวาดตามองกลุ่มมือสังหารที่พุ่งเข้ามาประจันหน้าอีกระลอก ท่วงท่าของเขาเยือกเย็นและดุดันราวกับพยัคฆ์หนุ่มที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุม พลังปราณไร้รูปแผ่ขยายออกรอบตัว กดดันจนพื้นไม้ใต้เท้าแตกร้าวเป็นทางยาว
ทว่า ก่อนที่คมกระบี่ของเขาจะปลิดชีวันหัวหน้านักฆ่า ทันใดนั้น ท้องน้ายามราตรีก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต เมฆหมอกทมิฬม้วนตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็วจนเกิดเสียงคำรามกึกก้องของสายฟ้าสีชาด
*เปรี้ยงงง—!*
สายฟ้าฟาดผ่าลงมาตรงหน้าของทั้งสองคนอย่างแม่นยำ เปลวเพลิงสีดำสนิทลุกโชนขึ้นขวางกั้นเส้นทาง พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าอันน่าสะพรึงกลัวที่ดังสะท้อนก้องมาจากความมืดมิดเบื้องบน ราวกับเสียงกู่ร้องของยมทูตจากขุมนรก
"ฮ่าๆๆๆ... จ้าวหาน เจ้าคิดว่าตามรอยมาถึงที่นี่แล้วจะพบความจริงงั้นหรือ?"
เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมยาวสีเลือด ปรากฏกายขึ้นบนคานหลังคา มือข้างหนึ่งถือกระโหลกมนุษย์ที่กำลังส่งแสงเรืองรอง ดวงตาสองข้างเต็มไปด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น และเมื่อแสงจันทร์สาดส่องลงมาต้องใบหน้าครึ่งซีกของมัน จ้าวหานก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนลมหายใจสะดุด
ใบหน้านั้น... มีรอยแผลเป็นรูปอัคคีที่เขาไม่มีวันลืมเลือนตลอดกาล!
"เจ้า... ผู้อาวุโสรองแห่งพรรค...!"
บทความโดย พยัคฆ์ขาวคำราม ครับ
วิถีกระบี่เดี่ยวพิชิตฟ้า กับนางเซียนผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 12
ร่องรอยของผู้ทรยศ
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่เดี่ยวพิชิตฟ้า กับนางเซียนผู้ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!