เสียงกกรอบของแผ่นคาราเมลบางเบาที่แตกออกใต้ปลายนิ้วพระหัตถ์ของกษัตริย์เฮนริกที่เจ็ด ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของเหล่าเสนาบดีในห้องเสวยส่วนพระองค์ค่ะ
เบื้องหน้าของมงกุฎแห่งอาณาจักร ไม่ใช่เครื่องบรรณาการล้ำค่าทำจากทองคำหรืออัญมณีหายาก หากแต่เป็นจานกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตา ที่มีขนมหวานทรงกลมสีอำพันสะท้อนแสงไฟจากโคมระย้าคริสตัล—"แครมบรูเล่รสนมแพะป่าภูเขาหิมะ ผสานกลิ่นอายวานิลลาแท้จากเขตแดนใต้"
เอเลน่า วาเลนไทน์ ยืนสงบนิ่งอยู่หลังโต๊ะรถเข็นไม้แกะสลัก ดวงตาคู่คมกริบใต้แพขนตางอนงามทอดมองปฏิกิริยาของชายผู้กุมชะตากรรมของอาณาจักรขนมหวานแห่งนี้อย่างไม่เกรงกลัว รัศมีของความมั่นใจแผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอ จนทำให้ท่านเคานต์วิลเลียม อริตัวฉกาจที่ยืนอยู่มุมห้องถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดหวั่น—นังผู้หญิงที่เคยถูกตราหน้าว่าเป็น "นางร้ายตกอับ" คนนี้ ในเวลานี้กลับดูสง่างามราวกับราชiนีผู้ครองบัลลังก์ที่แท้จริง
"เจ้ากล้าดียังไง... นำของหวานสามัญเช่นนี้มาถวายฝ่าบาท?" เคานต์วิลเลียมกัดฟันกรวด เอ่ยแทรกขึ้นทำลายความเงียบเพื่อหวังจะทำลายชื่อเสียงของเธออีกครั้ง "อีกทั้งยังเป็นนมแพะป่าที่ขึ้นชื่อเรื่องกลิ่นสาบ... ถ้าฝ่าบาททรงพระประชวรขึ้นมา เจ้าจะเอาหัวร้อยหัวของตระกูลวาเลนไทน์มาเดิมพันก็ไม่พอหรอกนะ!"
เอเลน่าไม่ได้หันไปมองคู่สนทนาด้วยซ้ำ เธอเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือชั้น รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แต่เย็นเยียบจนอีกฝ่ายต้องผงถอยหลังไปหนึ่งก้าว
"ท่านเคานต์วิลเลียมคะ... สุนัขที่เห่าเสียงดังที่สุด มักจะไม่ใช่ตัวที่กัดเจ็บที่สุดหรอกนะคะ" เสียงหวานใสแต่ทรงพลังเอื้อn Iองกังวานออกไปอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าท่านมีความรู้เรื่องกסטรทำขนมมากกว่าการจ้องจะแทงข้างหลังคนอื่น ท่านคงจะทราบดีว่าความร้อนของคาราเมลชั้นบนสุด เมื่อทำปฏิกิริยากับอุณหภูมิที่พอเหมาะ จะช่วยดับกลิ่นสาบและดึงเอาความหวานละมุนของไขมันนมภูเขาออกมาได้อย่างไร... เชิญทอดพระเนตรเถอะค่ะ ฝ่าบาท"
กษัตริย์เฮนริกที่เจ็ด ทรงนิ่งเงียบไปชั่วขณะ พระเนตรคมกลาบมองเสี้ยวหน้าของเอเลน่าที่มีความเย่อหยิ่งทระนงตนคล้ายคลึงกับมารดาผู้ล่วงลับของเธอ ก่อนที่พระองค์จะทรงตักเนื้อครีมเนียนนุ่มสีนวลเข้าพระโอษฐ์
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เต็มไปด้วยความลุ้นระทึกราวกับเส้นด้ายที่ถูกดึงจนตึงเปรี๊ยะ
เสนาบดีฝ่ายคลังเหงื่อกาฬแตกพลั่ก ขณะที่เคานต์วิลเลียมเตรียมยกยิ้มรอซ้ำเติม ทว่า... ทันใดนั้น พระพักตร์ที่เคยเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความเหนื่อยล้าของกษัตริย์เฮนริก ก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลง ดวงตาของพระองค์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
รสสัมผัสแรกคือความกรอบหอมหวานของน้ำตาลไหม้ที่ละลายหายไปในทันที ตามด้วยความนุ่มละมุนดุจแพรไหมของเนื้อคัสตาร์ดที่แทบไม่ต้องเคี้ยว ความมันกลมกล่อมที่ไร้ซึ่งกลิ่นสาบใดๆ กลับทิ้งรสสัมผัสหอมหวานอบอวลอยู่ในช่องปาก ราวกับความทรงจำในวัยเยาว์ที่อบอุ่นท่ามกลางฤดูหนาวอันยาวนานถูกปลุกให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง
"นี่มัน..." กษัตริย์เฮนริกทรงพึมพำออกมาเบาๆ พระเนตรทอดมองจานขนมด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย "รสชาตินี้... มันทำให้เรานึกถึงราชินีองค์ก่อน..."
"หม่อมฉันตั้งใจรังสรรค์ขึ้นเพื่อถวายแด่ความทรงจำอันงดงามของพระองค์โดยเฉพาะค่ะ" เอเลน่ากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและอ่อนน้อมถูกกาลเทศะ "อาณาจักรขนมหวานแห่งนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยผลกำไรหรือการผูกขาดทางการค้าอันเย็นชา หากแต่ขับเคลื่อนด้วย 'ความสุข' และ 'ความทรงจำ' ที่ขนมแต่ละชิ้นสามารถมอบให้แก่ผู้รับต่างหากล่ะคะ"
คำพูดของเธอราւกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของเหล่าขุนนางผู้โลภมาก ทุกคนต่างก้มหน้าลงด้วยความจำนนต่อเหตุผลและความอร่อยที่ไร้ที่ติ
ทว่า ในวินาทีที่ชัยชนะกำลังจะตกเป็นของเอเลน่า และบรรยากาศกำลังจะอบอวลไปด้วยความหวานชื่นนั้นเอง—
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะไม้เท้าอันทรงพลังและน่าเกรงขาม ดังสะท้อนก้องมาจากเบื้องนอกห้องเสวย ประตูบานใหญ่แกะสลักด้วยลวดลายทองคำถูกผลักให้เปิดออกอย่างกะทันหันโดยไม่รอรับพระราชทานอนุญาต
ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีดำสนิทเข้ารูป ทว่าสวมทับด้วยเสื้อคลุมขนสัตว์กันหนาวตามแบบฉบับของขุนนางชั้นสูงแดนเหนือ ก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและเยือกเย็น ดวงตาสีฟ้าครามราวกับน้ำแข็งขั้วโลกกวาดมองผู้คนในห้องด้วยความเหยียดหยัน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบางของเอเลน่า
"คาร์ลอส..." เอเลน่าพึมพำชื่อชายหนุ่มออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจระคนแปลกใจ
ชายหนุ่มผู้เป็นประธานกลุ่มทุนข้ามชาติและคู่คิดในเงาของเธอ เดินตรงดิ่งเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเธออย่างไร้มารยาทต่อหน้าพระพักตร์กษัตริย์ แต่กลับไม่มีใครกล้าเอ่ยปากตำหนิสักคนเดียว เนื่องจากอิทธิพลมหาศาลที่เขากุมอยู่ในมือ
คาร์ลอสไม่แม้แต่จะชายตามองกษัตริย์หรือเคานต์วิลเลียม เขาหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมา ปลายนิ้วเรียวยาวกดหน้าจอเพียงไม่กี่ครั้ง ก่อนจะหันหน้าจอสีดำสนิทที่แสดงยอดเงินในบัญชีหลักแสนล้านเหรียญทอง พร้อมข้อความแจ้งเตือนการเข้าซื้อกิจการ "สภาการค้าขนมหวานหลวง" ทั้งหมดเสร็จสิ้น 100% ให้เอเลน่าดูต่อหน้าต่อตา
"ฉันจัดการกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดของตระกูลวิลเลียมและพวกพ้องในสภาการค้าเรียบร้อยแล้วนะคะ... คนรักของฉัน" คาร์ลอสโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่แฝงความคลั่งไคล้อย่างปิดไม่มิด "ตอนนี้... ไม่มีใครหน้าไหนในอาณาจักรนี้ ที่จะกล้าขัดขวางความหวานของคุณได้อีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมดื่มด่ำความฟินและความสะใจในตอนนี้มากๆ นะคะ
คุณหนูผู้โชคร้ายกับแผนการยึดครองอาณาจักรขนมหวาน•ตอนที่ 23
ขนมหวานนำโชค
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูผู้โชคร้ายกับแผนการยึดครองอาณาจักรขนมหวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!