เสียงถ้วยพอร์ซเลนราคาแพงกระทบลงบนโต๊ะไม้มะฮอกกานีดังเคร้ง สะท้อนความเดือดดาลที่เจ้าของคฤหาสน์ตระกูลวาเลนไทน์พยายามเก็บกดไว้อย่างสุดความสามารถ แต่สายตากลับฟ้องชัดเจนว่ากำลังสั่นระริกด้วยความหวาดระแวง
"เอเลน่า... เธอคิดจะทำอะไรกันแน่!"
เสียงทุบโต๊ะตามมาติดๆ พร้อมกับใบหน้าบิดเบี้ยวของท่านลุงผู้เคยครองอำนาจเบ็ดเสร็จในบ้านหลังนี้ แต่สำหรับเอเลน่า วาเลนไทน์แล้ว ท่าทีเหล่านั้นช่างดูน่าสมเพชเสียจนเธออดไม่ได้ที่จะยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นและอำนาจที่เหนือกว่าอย่างแท้จริง
เอเลน่าไม่ได้ตอบทันที เธอค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วเรียวงามเกลี่ยกลีบกุหลาบสีขาวบนจานขนมหวานชิ้นเอกที่เธอเพิ่งบรรจงตกแต่งเสร็จ ขนมเค้กเลเยอร์มูสวานิลลาสีขาวนวลตัดกับซอสราสเบอร์รี่สีแดงสดราวกับหยดเลือด กลิ่นหอมหวานละมุนลอยกรุ่นอบ Wฟอล์ยบรรยากาศตึงเครียดในห้องประชุมใหญ่ให้กลายเป็นเวทีประลองที่เธอเป็นผู้กุมหมากทุกตัวไว้ในมือ
"ท่านลุงใจร้อนเกินไปแล้วนะคะ" เอเลน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากังวานชัดและบาดลึกถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง "ดื่มด่ำกับความหวานหอมตรงหน้าก่อนสิคะ บางที... มันอาจจะเป็นมื้อสุดท้ายที่ท่านจะได้นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวนั้นอย่างสบายใจ"
"สามหาว! นังเด็กนี่ กล้าดียังไงมาพูดจาก도ยไม่มีหัวนอนปลายเท้าในบ้านของฉัน!" ป้าสะใภ้กรีดร้องออกมาด้วยความเหลืออด ใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางราคาแพงบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว นางพยายามก้าวเข้ามาหมายจะตบหน้าเด็กสาวที่เคยเป็นเพียงเบี้ยล่างให้เหยียบย่ำ แต่ทว่า...
หมับ!
ข้อมือของป้าสะใภ้ถูกคว้าเอาไว้กลางอากาศอย่างแม่นยำ ไม่ใช่จากเอเลน่า แต่เป็นเงาร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิทที่ก้าวออกมาจากมุมมืดของห้อง คาร์ลอส ดาร์คเนส ปรากฏตัวขึ้นอย่างไร้สุ้มเสียง ราวกับปีศาจรัตติกาลที่ก้าวออกมาจากความมืดมิดเพื่อปกป้องราชินีของเขา
แววตาคมกริบดั่งใบมีดโกนของคาร์ลอสปะทะเข้ากับดวงตาของป้าสะใภ้จนนางต้องสะท้านเฮือกถอยหลังไปสามก้าว ความเย็นชาและกดดันแผ่ซ่านไปทั่วห้องจนแทบไม่มีใครกล้าหายใจแรง
"การกระทำเมื่อครู่... หากขยับเข้าใกล้คุณหนูวาเลนไทน์อีกเพียงเซนติเมตรเดียว มือข้างนั้นคงไม่มีความจำเป็นต้องใช้อีกต่อไป" เสียงทุบต่ำเอ่ยออกมาเรียบๆ แต่ทรงพลังอำนาจมืดมิดจนผู้ใหญ่ในตระกูลวาเลนไทน์ถึงกับหน้าซีดเผือด
เอเลน่ายิ้มรับความช่วยเหลืออันอบอุ่นแต่น่าสะพรึงกลัวนั้น เธอปรายตามองเอกสารกองโตที่วางอยู่ตรงกลางโต๊ะ ก่อนจะดันมันไปข้างหน้าด้วยปลายนิ้ว
"ท่านปู่คงไม่คิดหรอกนะคะว่า การที่บัญชีลับของตระกูลรั่วไหลออกไปสู่มือของกลุ่มทุนดาร์คเนสจะเป็นเรื่องบังเอิญ" เอเลน่าเริ่มเปิดประเด็นด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับความนุ่มนวลลง จนเหลือเพียงความเฉียบคมราวกับใบมีดน้ำแข็ง "และแน่นอนว่า... เอกสารการยักยอกเงินกองทุนขนมหวานหลวงเมื่อสามปีก่อน ก็มีลายมือชื่อของ 'ใครบางคน' ในห้องนี้เซ็นกำกับไว้อย่างชัดเจน"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในห้องก็ดิ่งวูบลงราวกับอุณหภูมิภายนอกติดลบ ทุกสายตาหันขวับไปมองหน้ากันเอง ความหวาดระแวงพุ่งพล่านขึ้นมาทันทีเมื่อความลับที่ควรจะถูกฝังกลบเอาไว้กลับถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานต่อหน้าทายาทตัวจริงที่พวกมันเคยคิดว่ากำจัดได้แล้ว
"เธอกล่าวหาลอยๆ! ไม่มีหลักฐาน..." เสียงของลูกพี่ลูกน้องคนรองสั่นเครือขณะพยายามปฏิเสธ แต่เหงื่อกาฬกลับไหลโทรมหน้าผาก
"หลักฐานหรือคะ?" เอเลน่าหัวسเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแวววาววับอย่างสนุกสนาน "ฉันไม่ใช่พวกชอบพูดจาเพ้อเจ้อหรอกนะคะ..."
เธอยกมือขึ้นส่งสัญญาณเพียงเล็กน้อย ประตูห้องประชุมก็ถูกผลเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของทนายความประจำตระกูลผู้ถือกระเป๋าเอกสารหนังสีดำสนิทเดินเข้ามาด้วยสีหน้านิ่งเรียบ เขาโค้งคำนับให้เอเลน่าและคาร์ลอสอย่างนอบน้อม ก่อนจะวางแฟ้มเอกสารชุดใหม่ลงตรงหน้าผู้อาวุโสสูงสุดของบ้าน
"นี่คือสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลวาเลนไทน์ ที่ถูกคัดค้านและตรวจสอบพบความผิดปกติโดยสำนักงานกฎหมายดาร์คเนสกรุ๊ป" ทนายความเอ่ยเสียงดังฟังชัด "และตามกฎหมายการถือหุ้น อาณาจักรขนมหวานวาเลนไทน์ในปัจจุบัน... 85% ได้ถูกซื้อ100% ผ่านการอนุมัติวงเงินสดจากผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่เรียบร้อยแล้วครับ"
ตู้ม! ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางห้องประชุม ร่างของท่านลุงทรุดฮวบลงไปกองกับเก้าอี้ทันที ดวงเบิกกว้างด้วยความช็อกสุดขีด อาณาจักรที่บรรพบุรุษสร้างมา... ถูกซื้อขาดในชั่วพริบตาโดยฝีมือของเด็กผู้หญิงที่พวกมันเคยเหยียบย่ำ!
"เป็นไปไม่ได้! เงินมหาศาลขนาดนั้น เธอเอามาจากไหน นังเด็กสารเลว!" ป้าสะใภ้สติแตกกรีดร้องออกมาด้วยความคลุ้มคลั่ง พยายามจะพุ่งเข้ามาทำลายเอกสารตรงหน้า แต่คาร์ลอสกลับขยับตัวบังไว้ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งสายตากดดันขั้นสุดยอดจนนางต้องล้มพับลงไปนั่งร้องไห้โฮกับพื้น
เอเลน่าลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดกระโปรงยาวสีเอิร์ธ톤ประดับลูกไม้ฝรั่งเศสเคลื่อนไหวอย่างสง่างามตามจังหวะก้าวเดิน เธอเดินเข้าไปใกล้ท่านลุงที่กำลังสั่นเทาด้วยความสิ้นหวังโน้มตัวลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ
"จำไว้นะคะ... คนที่ควรจะกลัว ไม่ใช่ฉันที่ไม่มีอะไรจะเสีย แต่เป็นพวกคุณต่างหาก... ที่กำลังจะกลายเป็นขอทานไร้บ้านในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า"
เธอผละตัวออกมาด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ ขณะที่คาร์ลอสยืนมองความสำเร็จของเธอด้วยแววตาที่ฉายประกายความอ่อนโยนลึกซึ้งอย่างที่ไม่มีใครเคยได้เห็นมาก่อน ทว่า... ในจังหวะที่ทุกอย่างกำลังจะจบลงด้วยชัยชนะอันงดงาม เสียงปรบมือปริศนาก็ดังขึ้นมาจากระเบียงด้านนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่
แปะ... แปะ... แปะ...
ทั้งเอเลน่าและคาร์ลอสหันขวับไปมองพร้อมกัน ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์ก้าวเหยียบขอบหน้าต่างเข้ามาอย่างไร้เสียง ราวกับไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับเขาเลยที่อยู่บนตึกสูงชั้นสิบบริเวณนี้
ใบหน้านั้นงดงามราวกับเทพบุตรกรีก ทว่ารอยยิ้มกลับเต็มไปด้วยความอันตรายและคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด—มันคือรอยยศของอดีตคู่หมั้นผู้ควรจะตายในกองเพลิงไปแล้วเมื่อครึ่งปีก่อน!
"ยินดีด้วยนะ เอเลน่า... น้องสาวที่รัก เธอทำได้ดีกว่าที่ฉันคิดไว้เสียอีก"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมดื่มด่ำความฟินและความสะใจในตอนนี้มากๆ นะคะ
คุณหนูผู้โชคร้ายกับแผนการยึดครองอาณาจักรขนมหวาน•ตอนที่ 21
การเมืองในตระกูลที่ร้อนระอุ
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูผู้โชคร้ายกับแผนการยึดครองอาณาจักรขนมหวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!