“ฉันอยากให้เธอมั่นใจว่า ข่าวลือชิ้นนี้จะทำลายชื่อเสียงของ ‘แซงต์ เอเลน่า’ จนไม่เหลือแม้แต่เศษอิฐให้ซุกหัวนอนค่ะ ท่านบารอน”
เสียงหัวเราะคิกคักของเลดี้คริสตัลดังลอดผ่านม่านกำมะหยี่สีแดงเข้มของห้องรับรองส่วนตัวในโรงละครโอเปร่า เธอกำลังใช้พัดขนนกสีขาวปิดบังรอยยิ้มเหยียดหยัน ขณะส่งกระดาษแผ่นหนึ่งให้ชายวัยกลางคนที่มีสีหน้าเคร่งเครียด
เอเลน่า วาเลนไทน์ ยืนนิ่งสนิทอยู่หลังเสาหินอ่อนห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยสะท้อนแสงไฟจากแชนเดอเลียร์ระยิบระยับ เธอมองเอกสารใบบางที่บรรจุข้อความเท็จเรื่อง “วัตถุดิบปนเปื้อนสารพิษในร้านขนมของตระกูลวาเลนไทน์” ด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ระหว่างความขบขันกับความเหนื่อยหน่าย
พวกเขายังใช้วิธีการตื้นเขินแบบนี้อยู่อีกหรือคะ? รังแกคนอื่นด้วยการสร้างข่าวลือสกปรก ช่างไร้ชั้นเชิงเสียจริง
“เธอแน่ใจนะว่าสำนักพิมพ์ ‘เดลี่ โพสต์’ จะตีพิมพ์เรื่องนี้พรุ่งนี้เช้า?” ท่านบารอนถามด้วยน้ำเสียงกังวล แต่แววตากลับโลภ and กระหายอำนาจ
“แน่นอนค่ะ ฉันจ่ายเงินมัดจำไปแล้วครึ่งหนึ่ง แถมยังบอกพวกเขาด้วยว่าถ้าทำสำเร็จ ตระกูลของเราจะได้ครอบครองสูตรขนมลับของยัยเอเลน่ามาแบ่งกัน... โอ๊ะ!” คริสตัลอุทานเบาๆ เมื่อหันมาแล้วพบว่าร่างเพรียวบางในชุดกระโปรงยาวสีมรกตยืนกอดอกมองเธออยู่ก่อนแล้ว รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าของเอเลน่าทำให้คุณหนูตระกูลผู้ดีตกอับถึงกับหน้าถอดสี “อะ... เอเลน่า! เธอมาตั้งแต่เมื่อไหร่!”
“มาทันเวลาพอที่จะได้ยินว่า คุณค่าของเลดี้สูงศักดิ์อย่างเธอมันมีราคาค่างวดในการซื้อขายข่าวโคมลอยแค่ไหนค่ะ” เอเลน่าย่างสามขุมเข้ามาใกล้ รัศมีกดดันรอบตัวทำให้ท่านบารอนและคริสตัลต้องถอยหลังไปคนละก้าวอย่างไม่รู้ตัว “น่าเสียดายนะคะคริสตัล ที่ความพยายามของเธอ มันดูเหมือนเด็กอนุบาลกำลังพยายามล้มยักษ์ใหญ่ด้วยก้อนกรวดก้อนเดียว”
“เธอ! อย่ามาปากดีนะ! อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ร้านของเธอก็จะถูกสั่งปิดและตรวจสอบจากสภาเมืองแล้ว!” คริสตัลกรีดเสียงแหลมด้วยความอับอายเมื่อเห็นสายตาของแขกคนอื่นเริ่มหันมามอง
“งั้นเรามาคอยดูกันค่ะ ว่าระหว่างร้านขนมที่ใช้หัวใจและวัตถุดิบชั้นเลิศ กับสำนักพิมพ์ที่กำลังจะถูกฟ้องล้มละลายข้อหาหมิ่นประมาท... อันไหนจะพังเร็วกว่ากัน” เอเลน่าแย้มยิ้มหวานหยด แต่แววตาคู่นั้นกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก
ทว่า ก่อนที่สงครามประสาทจะได้ดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังสะท้อนก้องโถงทางเดิน กลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของโคโลญจน์ราคาแพงผสมผสานกับความกดดันอันทรงอำนาจทำให้ทุกลมหายใจในบริเวณนั้นสะดุดกึก
คาร์ลอส ดาร์คเนส ปรากฏตัวขึ้นในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิท ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาสีนิลคู่คมกวาดมองกลุ่มคนตรงหน้าด้วยความรังเกียจราวกับพวกเขากำลังมองเศษฝุ่นใต้รองเท้า
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ เอเลน่า?” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามภรรยาในนาม (และในอนาคตอันใกล้) พลาศเอื้อมมือมาโอบเอวบางของเธอไว้หลวมๆ เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจนต่อหน้าธารกำนัล
“ไม่มีอะไรมากหรอคาร์ลอสค่ะ แค่มีแมลงตัวเล็กๆ พยายามจะทำรังบนกองไฟเท่านั้นเอง” เอเลน่าตอบเสียงใส พร้อมกับเอียงศีรษะซบไหล่หนาอย่างเป็นธรรมชาติ สร้างความกระอักกระอ่วนใจให้คริสตัลที่แอบหลงรักคาร์ลอสมานานจนแทบคลั่ง
“แมลงงั้นเหรอ?” คาร์ลอสแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ นัยน์ตาคมกริบเหลือบมองท่านบารอนและคริสตัล “ถ้าแมลงตัวไหนมันน่ารำคาญมากจนรบกวนเวลาพักผ่อนของเธอ... ผมจัดการกวาดล้างมันให้หมดทั้งสมาคมการค้าเลยดีไหมครับ?”
น้ำเสียงราบเรียบนั้นไม่ได้ล้อเล่นแม้แต่น้อย ท่านบารอนหน้าซีดเผือดจนแทบเป็นลมล้มพับไปกับพื้น เพราะเขารู้ดีว่าอิทธิพลของกลุ่มทุนดาร์คเนสสามารถบดขยี้ตระกูลของตนให้หายไปจากแผนที่เศรษฐกิจได้ภายในชั่วข้ามคืนเดียวจริงๆ
“ไม่ต้องถึงมือคุณหรอค่ะ... ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเถอะค่ะ” เอเลน่าปรายตามองคริสตัลที่ริมฝีปากสั่นระริก “เพราะพรุ่งนี้เช้า ฉันมีแผนที่จะเปิดตัว ‘เมนูใหม่’ เพื่อต้อนรับพวกที่ชอบกินข่าวลืออยู่พอดี”
คาร์ลอสยกยิ้มมุมปากอย่างถูกใจ เขาหยิบบัตรเครดิตโลหะสีดำสนิทที่ไม่มีวันหมดวงเงินออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท ยื่นมันให้กับผู้จัดการโรงละครที่เพิ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาด้วยความเคารพยำเกรง
“เหมาโรงละครนี้ให้หมดคืนนี้ครับ... และช่วยประกาศให้ทุกคนรู้ด้วยว่า นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ตระกูลวาเลนไทน์คือผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของโอเปร่าแห่งนี้”
เสียงรูดบัตรเครดิตผ่านเครื่องอ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลดัง *ติ๊ด!* ยาวนานท่ามกลางความเงียบงันของทุกคนในโถงทางเดิน เป็นสัญญาณเตือนว่าเกมนี้... ฝ่ายที่ถือไพ่เหนือกว่าอย่างแท้จริงคือใคร
คริสตัลเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นในขณะที่เอเลน่าส่งยิ้มหวานหยดให้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหมุนตัวเดินเคียงคู่ไปกับคาร์ลอส
ทว่า ในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังก้าวเท้าเดินพ้นประตูทางออก เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของคาร์ลอสก็สั่นขึ้นอย่างรุนแรง
เขากดรับสายโดยไม่ได้ละสายตาจากเอเลน่า แต่เพียงแค่ประโยคแรกจากปลายสายที่ลอดออกมาผ่านลำโพง เสียงทุ้มของเลขาคนสนิทก็ทำให้ฝีเท้าของทั้งคู่หยุดชะงักลงทันที
*"ท่านประธานครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! โกดังเก็บวัตถุดิบหลักทั้งหมดของตระกูลดาร์คเนสที่ท่าเรือ... ถูกจุดไฟเผาจนวอดวายหมดแล้วครับ!"*
ม่านหมอกโรแมนซ์ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมดื่มด่ำความฟินและอินไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังก่อตัวขึ้นในบทนี้นะคะ
คุณหนูผู้โชคร้ายกับแผนการยึดครองอาณาจักรขนมหวาน•ตอนที่ 7
แผนซ้อนแผนของศัตรู
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูผู้โชคร้ายกับแผนการยึดครองอาณาจักรขนมหวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!