กลิ่นอายความเย็นเยียบของผงโกโก้แท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ผสมผสานกับความหวานละมุนของวานิลลามาดากัสการ์ลอยอบอวลไปทั่วทั้งห้องโถงจัดแสดงขนมหวานหลวง ประหนึ่งม่านหมอกสีมุกที่ปกคลุมยอดเขาอันสูงชัน ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมายังโต๊ะตัวยาวกลางเวทีด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ฝั่งหนึ่งคือคุณหนูเลดี้ซูซาน ผู้ถือครองสิทธิ์ขาดแห่งตระกูลดยุคการ์เดน ผู้มีใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษสา มือเรียวยาวสวมถุงมือลูกไม้สั่นเทาจนแทบทำถาดเงินร่วงหล่น ส่วนอีกฝั่งหนึ่งคือ เอเลน่า วาเลนไทน์ หญิงสาวในชุดเดรสยาวสีเขียวมรกตปักด้ายทองระยิบระยับ นัยน์ตาสีอเทตของเธอนิ่งสงบราวกับพื้นผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นต่อเสียงซุบซิบที่ดังระงมอยู่รอบกาย
"นี่น่ะหรือ... ผลงานของอดีตคุณหนูตกอับผู้เคยถูกขับไล่ออกจากตระกูล?"
เสียงกระซิบกระซาบของขุนนางชั้นสูงดังขึ้นมาจากแถวหน้า พวกเขาต่างหัวเราะเยาะในลำคอเมื่อเห็นว่าขนมชิ้นเอกของเอเลน่ามีหน้าตาเรียบง่ายจนเกินไป มันคือเค้กทรงกระบอกเคลือบด้วยกราซาจสีดำสนิท ไร้ซึ่งงานปั้นน้ำตาลแฟนซีวิจิตรตระการตาอย่างที่ควรจะเป็นในงานแข่งขันระดับจักรวรรดิ
เลดี้ซูซานเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด นางก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะของเอเลน่า พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จงใจให้คนทั้งห้องได้ยิน "เอเลน่า... เจ้าคงหมดปัญญาที่จะหาวัตถุดิบราคาแพงมาประดับสินะ ถึงได้ทำก้อนถ่านสีดำนี่ออกมาหลอกตาคณะกรรมการ ข้าว่าเจ้าก้มหน้ารับความพ่ายแพ้แล้วเดินออกจากงานไปเสียเถอะ อย่าให้ตระกูลวาเลนไทน์ต้องอับอายไปมากกว่านี้เลยค่ะ"
เอเลน่ามิได้ตอบคำถามนั้นทันที เธอเพียงแต่ชายตามองเลดี้ซูซานด้วยหางตา รอยยิ้มบางเบาที่จุดขึ้นบนเรียวปากของเธอกลับทรงพลังเสียยิ่งกว่าคำพูดโต้เถียงใดๆ
"ความอับอาย... คือสิ่งที่เจ้ากำลังจะได้รับต่างหากเลดี้ซูซาน" เอเลน่ากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าดังกังวานก้องไปทั่วห้องโถง "ขนมที่แท้จริง ไม่ได้ตัดสินกันที่เปลือกนอกที่ถูกประโคมด้วยเพชรพลอย แต่มันตัดสินกันที่จิตวิญญาณของผู้รังสรรค์ และรสชาติที่สามารถสั่นสะเทือนหัวใจของผู้ได้ลิ้มลองต่างหากค่ะ"
ในวินาทีนั้นเอง ประธานคณะกรรมการตัดสิน ซึ่งเป็นมาสเตอร์เชฟระดับตำนานผู้ไม่เคยเอ่ยปากชมใครมานานกว่าสามสิบปี ก็ก้าวออกมารab... เขารับมีดตัดเค้กเงินบริสุทธิ์มาจากผู้ช่วย มือที่เหี่ยวย่นตามกาลเวลาสั่นเล็กน้อยขณะจรดใบมีดลงบน "สวรรค์สีนิล" ของเอเลน่า
*ฉับ...*
เสียงคมมีดตัดผ่านเนื้อเค้กช่างนุ่มนวลราวกับสายลมพัดผ่านปุยเมฆ ทันทีที่รอยตัดแยกออกจากกัน ไอน้ำอุ่นๆ พร้อมกลิ่นหอมกรุ่นของดาร์กช็อกโกแลตผสมผสานกับกลิ่นคาราเมลไหม้และเบอร์รี่สดก็พวยพุ่งออกมาสะกดทุกสายตาในห้องโถงให้หยุดนิ่ง ชั้นเค้กเนื้อฟองน้ำสีโกโก้สลับด้วยมูสวานิลลาเนียนนุ่มและไส้ราสเบอร์รี่สีแดงสดที่ซ่อนอยู่ภายใน เปล่งประกายราวกับอัญมณีล้ำค่าที่ถูกซ่อนไว้ใต้ผืนป่ารัตติกาล
มาสเตอร์เชฟหลับตาลงช้าๆ ตักชิ้นเค้กขนาดพอดีคำเข้าปาก ทันทีที่สัมผัสแรกแตะลงบนลิ้น ม่านหมอกแห่งรสชาติก็ระเบิดออก ความขมอมหวานของช็อกโกแลตชั้นดีตัดกับความเปรี้ยวอมหวานของเบอร์รี่ได้อย่างลงเสียงประหนึ่งบทเพลงซิมโฟนีอันทรงพลัง รสสัมผัสที่ละมุนละไมจนแทบละลายหายไปในลำคอทิ้งไว้เพียงความหอมหวานล้ำลึกที่ยาวนาน
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ... ก่อนที่ดวงตาของมาสเตอร์เชฟจะเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนทึ่งอย่างปิดไม่มิด
"นี่มัน... นี่มันคือรสชาติอะไรกัน!" มาสเตอร์เชฟอุทานออกมาเสียงดังลั่น ลืมภาพลักษณ์ผู้ทรงเกียรติไปเสียสนิท เขารีบตักคำที่สองเข้าปากทันที สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความปีติยินดีราวกับเด็กน้อยที่ค้นพบขุมสมบัติ "เนื้อเค้กที่เบาราวกับขนนก ความสมดุลของรสชาติที่ไร้ที่ติ... ไม่เคยมี! ข้าไม่เคยลิ้มรสชาติที่เหนือระดับเช่นนี้มาก่อนในชีวิตการเป็นเชฟของข้าเลย!"
เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นราวกับคลื่นสึนามิ บรรดาขุนนางและเลดี้ที่เคยหัวเราะเยาะต่างหน้าซีดเผือดลงทันที พวกเขาหันไปมองหน้ากันด้วยความตกใจ ขนมที่พวกเขาปรามาสว่าเป็นเพียง "ก้อนถ่าน" บัดนี้กลับกลายเป็นผลงานชิ้นเอกที่แม้แต่ราชสำนักก็ยังต้องยอมก้มหัวให้
เลดี้ซูซานก้าวถอยหลังไปสามก้าว ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและไม่อยากจะเชื่อสายตา "เป็นไปไม่ได้! นางเป็นแค่นางร้ายตกอับ นางจะไปเอาสูตรลับระดับนี้มาจากไหน!"
ในขณะที่ความโกลาหลกำลังถึงขีดสุด ที่มุมมืดของระเบียงชั้นสอง ร่างสูงสง่าในชุดสูทตัดเย็บชั้นดีสีดำสนิทของ คาร์ลอส ดาร์คเนส ยืนกอดอกมองเหตุการณ์เบื้องล่างด้วยแววตาพึงพอใจ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เขายกแก้วไวน์ในมือขึ้นจิบช้าๆ พร้อมกับหันไปพยักหน้าให้แก่ผู้ช่วยด้านหลัง
"จัดการตามแผนที่เตรียมไว้ได้เลย..." คาร์ลอสเอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำอันทรงอำนาจ "แจ้งทางสมาคมการค้าหลวงว่า ตระกูลดาร์คเนสขอเหมาสิทธิ์การผลิตขนมของเลดี้เอเลน่าทั้งหมดในราคาสิบเท่าของมูลค่าตลาด และ..."
เขายังไม่ทันพูดจบ ประตูบานใหญ่แกะสลักลวดลายทองคำของห้องโถงก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับสิบคู่ก้าวเข้ามาพร้อมกับแสงแฟลชจากเวทมนตร์บันทึกภาพที่สาดส่องเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ชายชราผู้หนึ่งในชุดคลุมนักพยากรณ์หลวงแห่งหอคอยเวทมนตร์ก้าวออกมาด้านหน้า พร้อมกับชูม้วนกระดาษตราประทับสีทองอร่ามขึ้นสูงเหนือหัว ประกาศกร้าวด้วยเสียงอันดังลั่นจนทุกคนต้องเงียบกริบ
"ในนามแห่งองค์จักรพรรดิ ข้าขอประกาศแต่งตั้งให้ 'เอเลน่า วาเลนไทน์' ดำรงตำแหน่งผู้ดูแลกิจการขนมหวานหลวงแต่เพียงผู้เดียว พร้อมทั้งมอบสิทธิ์ขาดในการครอบครองเส้นทางการค้าข้ามพรมแดนทั้งหมด!"
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่ามันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงกระแทกอันรุนแรงในจิตใจของเหล่าศัตรู
เอเลน่ายกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เธอก้าวเข้าไปใกล้เลดี้ซูซานที่ตอนนี้ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นด้วยความสิ้นหวัง ก้มลงกระซิบเบาๆ ข้างใบหูของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวานแต่เย็นเยียบถึงขั้วหัวใจ
"เกมนี้... ข้าเป็นคนเดินหมากตาเดียว และเจ้าก็แพ้ราบคาบแล้วค่ะ เลดี้ซูซาน"
ดวงตาสีอเทตของเอเลน่ากวาดมองไปรอบห้องโถง ก่อนที่สายตาของเธอจะประสานเข้ากับนัยน์ตาสีรัตติกาลลึกล้ำของคาร์ลอสที่ยืนมองอยู่บนระเบียง หัวใจของเธอกระตุกวูบไหวอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อเขายกยิ้มให้เธอเล็กน้อย พร้อมกับล้วงมือหยิบบัตรเครดิตโลหะสีดำสนิทสลักลวดลายมังกรทองออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท...
*ติ๊ด!* — เสียงเครื่องรูดบัตรเวทมนตร์ลึกลับดังขึ้นก้องกังวาน พร้อมกับวงเงินมหาศาลที่ไม่จำกัดจำนวนที่ถูกโอนเข้าบัญชีของเอเลน่าทันทีเพื่อสนับสนุนอาณาจักรขนมหวานของเธออย่างเต็มรูปแบบ!
ม่านหมอกโรแมนซ์ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมดื่มด่ำความฟินและความสะใจในตอนนี้มากๆ นะคะ
คุณหนูผู้โชคร้ายกับแผนการยึดครองอาณาจักรขนมหวาน•ตอนที่ 15
ชัยชนะท่ามกลางเสียงวิจารณ์
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูผู้โชคร้ายกับแผนการยึดครองอาณาจักรขนมหวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!