อัลกอริทึมรักสะดุดใจของนายวิศวกรสายโค้ด•ตอนที่ 6

อาหารค่ำท่ามกลางวงจรไฟฟ้า

ผลงานโดย ลูกกวาดสีรุ้ง
หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าจัดจ้านสะท้อนลงบนกรอบแว่นกันแสงของธันวา เป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวที่ขับไล่ความมืดมิดภายในห้องแล็บวิศวกรรมยามวิกาล เสียงพัดลมระบายความร้อนของเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ส่งเสียงคำรามต่ำอย่างต่อเนื่องราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังจำศีล บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยกลิ่นอبرของแผงวงจรร้อนระอุและฝุ่นผงละอองละเอียดที่ลอยเคว้งคว้างตามกระแสลมจากเครื่องปรับอากาศ พิมพ์ยืนกอดอกอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวยาว ดวงตากลมโตภายใต้เลนส์แว่นใสจ้องมองรหัสโค้ดชุดสุดท้ายที่กำลังวิ่งผ่านหน้าจอด้วยความเร็วสูง หัวใจของเธอเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความเหนื่อยล้า แต่เป็นเพราะประโยคเตือนภัยจากระบบที่ยังคงกะพริบเตือนสีแดงฉานอยู่มุมขวาบน *“ระบบได้ทำการคัดลอกไฟล์อัลกอริทึมทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว เป้าหมายต่อไป: ทำลายฐานข้อมูลหลักของคณะวิศวกรรมศาสตร์”* "คุณธันวาคะ..." พิมพ์เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันที่ปกคลุมมาร่วมชั่วโมง น้ำเสียงของเธอเจือความกังวลอย่างปิดไม่มิด "ฉันว่าเรากำลังโดนไล่ต้อนเข้ามุมแล้วนะคะ ไฟล์ต้นฉบับถูกสำรองไว้จริง แต่ถ้าฐานข้อมูลหลักพังทลายลงมาจริงๆ โปรเจกต์วิจัยของพวกเรา รวมถึงข้อมูลนักศึกษาปีสุดท้ายทั้งหมดจะหายไปในพริบตา" ธันวาไม่ละสายตาจากหน้าจอ นิ้วเรียวยาวบนมือข้างหนึ่งยังคงพิมพ์คำสั่งชุดใหม่อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เส้นผมสีเข้มที่มักจะดูเรียบร้อยยามกลางวัน ตอนนี้กลับยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการใช้ความคิดอย่างหนักหน่วง เขาหยุดมือลงชั่วขณะ ถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ ก่อนจะหันมาสบตาเธอ "ระบบป้องกันชั้นที่สามของเราถูกเจาะผ่านไปแล้วด้วยซ้ำ..." เสียงทุ้มต่ำเอื้อiอ1ยอย่างเรียบเรื่อย แต่แววตาหลังกรอบแว่นกลับไหววับด้วยประกายความเครียดที่ยากจะปิดบัง "รinคงไม่ได้แค่ต้องการขัดขวางโปรเจกต์นี้ธรรมดา แต่เธอต้องการลบตัวตนของเราออกจากระบบฐานข้อมูลของคณะ เพื่อให้เราไม่มีหลักฐานพิสูจน์ความบริสุทธิ์เรื่องการรั่วไหลของข้อมูลเมื่อสัปดาห์ก่อน" พิมพ์เม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกอึดอัดแล่นริ้วขึ้นมาในอก เธอเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเขา กลิ่นหอมจางๆ ของแชมพูเด็กอ่อนๆ ที่เธอใช้ประจำลอยวนอยู่ในอากาศ ปะปนกับกลิ่นอายความเคร่งเครียดของห้องแล็บ "แล้วเราจะนั่งรอให้ฐานข้อมูลถูกทำลายโดยไม่ทำอะไรเลยอย่างนั้นหรือคะ? นั่นไม่ใช่สไตล์ของคุณเลยนี่คะ ธันวา" ธันวาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้า ระยะห่างระหว่างพวกเขายามนี้ใกล้ชิดเสียจนเขาสามารถมองเห็นเงสะท้อนของตัวเองในดวงตากลมโตคู่นั้นได้ ชั่วขณะหนึ่ง ความเย็นชาและตรรกะอันแข็งกระด้างที่เขาใช้เกราะป้องกันตัวมาตลอดชีพราวกับถูกละลายด้วยความมุ่งมั่นที่ฉายชัดอยู่ในแววตาของเธอ "ใครบอกว่าผมจะนั่งรอ..." มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยาก "ก่อนที่ผมจะมาเป็นวิศวกรสายโค้ดที่ยึดติดกับกฎเกณฑ์ ผมเคยเป็นเด็กเกเรที่ชอบเขียนไวรัสป่วนระบบเครือข่ายของมหาวิทยาลัยมาก่อนนะพิมพ์" ดวงตาของพิมพ์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ "คุณเนี่ยนะ? คนที่เคร่งครัดเรื่องระเบียบวินัยยิ่งกว่าอาจารย์ฝ่ายปกครองเนี่ยนะฃะคะ?" "ความลับครับ... อ่า โทษทีครับ ความลับค่ะ" ธันวาแก้คำพูดตัวเองทันทีเมื่อเห็นคิ้วเรียวของพิมพ์ขมวดเข้าหากันด้วยความหมั่นไส้กับสรรพนามที่เผลอหลุดปาก "ผมหมายถึงว่า คนเราย่อมมีอดีตที่ไม่อยากให้ใครรู้ทั้งนั้นแหละครับ... เอ๊ย ค่ะ!" เสียงหัวเราะเบาๆ หลุดออกมาจากลำคอของพิมพ์ บรรยากาศตึงเครียดภายในห้องแล็บคลายตัวลงอย่างน่าประหลาด ท่าทีเก้ๆ กังๆ ของพ่อหนุ่มวิศวกรผู้เย็นชาเวลาพยายามแก้คำพูดให้ถูกระเบียบนั้น มีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้ ทันใดนั้น เสียงท้องร้องโครกครากก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศโรแมนติกชั่วขณะ พิมพ์ก้มมองหน้าท้องตัวเองโดยอัตโนมัติ ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีเรื่อด้วยความเขินอาย เธอไม่ได้ทานอะไรเลยตั้งแต่เที่ยงวัน เพราะมัวแต่หัวหมุนกับการแกะรอยโค้ดอันตรายตัวนั้น ธันวาเหลือบมองนาฬิกาบนมุมจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งตอนนี้เข็มยาวชี้บอกเวลาตีสองสิบห้าพอดิบพอดี เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขยับไหล่เพื่อคลายความเมื่อยล้าจากการนั่งหน้าจอเป็นเวลานาน ก่อนจะหยิบถุงกระดาษสีน้ำตาลที่วางอยู่มุมโต๊ะออกมา "ผมเดาว่าคุณน่าจะหิว..." ธันวายื่นถุงกระดาษนั้นให้เธอ ภายในบรรจุกล่องข้าวพลาสติกใสที่ยังอุ่นอยู่ พร้อมกับแก้วกาแฟกระดาษและแซนวิชแฮมชีส "ร้านสะดวกซื้อหน้าคณะปิดไปแล้ว แต่ผมสั่งบริการเดลิเวอรีไว้ก่อนที่ระบบจะเริ่มรวน... มันอาจจะไม่ใช่อาหารหรูหราอะไร แต่น่าจะพอประทังชีวิตในยามวิกาลแบบนี้ได้" พิมพ์รับถุงกระดาษมาถือไว้ ความอบอุ่นจากกล่องอาหารส่งผ่านฝ่ามือเข้าสู่ร่างกาย เธอมองหน้าชายหนุ่มด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งแปลกใจ ซาบซึ้ง และอบอุ่นหัวใจอย่างประหลาด "คุณสั่งเผื่อฉันด้วยหรือคะ? นึกว่าคุณสนใจแต่ตัวเลขและโค้ดคอมพิวเตอร์เสียอีก" "วิศวกรที่ดีต้องรู้จักคำนวณทรัพยากรบุคคลด้วยครับ... เอ๊ย ค่ะ!" ธันวาถอนหายใจเบาๆ กับความปากพล่อยของตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งพิงพนักเก้าอี้ "ถ้าพาร์ทเนอร์ของผมเป็นลมล้มพับไปเสียก่อน โปรเจกต์นี้ก็คงไม่รอดเหมือนกัน นั่งลงทานด้วยกันสิครับ... ค่ะ" พวกเขานั่งลงทานอาหารมื้อดึกท่ามกลางวงจรไฟฟ้าและแสงไฟนีออนสลัว พิมพ์เปิดกล่องข้าวออกมาพบกับข้าวผัดกระเทียมร้อนๆ กลิ่นหอมกรุ่นช่วยปลุกความหิวโหยให้ทำงานอย่างเต็มที่ ทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรกันมากนักในตอนแรก มีเพียงเสียงช้อนกระทบกับกล่องพลาสติกและเสียงพัดลมเซิร์ฟเวอร์ที่เป็นฉากหลัง รสชาติของอาหารธรรมดาๆ ในคืนที่กดดันเช่นนี้ กลับอร่อยกว่าที่ควรจะเป็นหลายเท่า พิมพ์แอบชำเลืองมองธันวาเป็นระยะ ชายหนุ่มกำลังกัดแซนวิชในมืออย่างเงียบๆ สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่หน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงกราฟิกการไหลเวียนของข้อมูล แม้จะเป็นช่วงเวลาพักผ่อน แต่สมองของเขาก็ยังคงทำงานตลอดเวลา "นี่ค่ะ..." พิมพ์ยื่นแก้วชาเขียวอุ่นๆ ที่เธอเพิ่งแกะหลอดให้เขา ธันวารับมาถือไว้ นิ้วมือของเขาสัมผัสโดนปลายนิ้วของเธอแผ่วเบา เกิดกระแสความรู้สึกแปลกประหลาดวิ่งพล่านไปทั่วผิวสัมผัสราวกับมีประแสไฟฟ้าแรงดันต่ำวิ่งผ่าน ทั้งคู่ชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาประสานกันโดยไม่ได้ตั้งใจ ความเงียบที่เต็มไปด้วยความหมายแฝงแผ่ขยายออกไปชั่วขณะ ก่อนที่ธันวาจะกระแอมเบาๆ แล้วเบือนสายตาไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่ขึ้นสีจางๆ ที่มุมหู "ขอบคุณครับ... ค่ะ" "คุณนี่นะ ปรับตัวเรื่องคำพูดไม่ค่อยเก่งเลยนะคะ" พิมพ์เอ่ยแซwด้วยรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้า ความกลัวและความเครียดก่อนหน้านี้เลือนหายไปจนเกือบหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกสบายใจยามได้อยู่ใกล้คนตรงหน้า "ผมถนัดภาษาเครื่องมากกว่าภาษามนุษย์ครับ" ธันวาตอบเสียงเรียบ แต่แววตากลับระบายด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่อบอุ่นที่สุดเท่าที่พิมพ์เคยเห็นมา "แต่กับบางคน... ผมคิดว่าผมคงต้องพยายามเรียนรู้ภาษาของเธอให้มากขึ้น" คำพูดนั้นทำให้หัวใจของพิมพ์เต้นรัวยิ่งกว่าตอนที่เผชิญหน้ากับไวรัสคอมพิวเตอร์เสียอีก เธอกำลังจะอ้าปากเอื้อนเอยคำพูดบางอย่างเพื่อตอบกลับ ทว่า... *ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!* เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตดังลั่นห้องแล็บ แสงไฟนีออนสีขาวนวลเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกะพริบถี่รัว หน้าจอโฮโลแกรมทุกจอทั่วห้องดับวูบลงพร้อมกันในเสี้ยววินาทีเดียว ก่อนที่หน้าจอหลักตรงกลางจะปรากฏข้อความตัวอักษรสีเขียวเข้มวิ่งขึ้นมาทีละบรรทัดอย่างช้าๆ ด้วยฝีมือของใครบางคนที่กำลังควบคุมระบบจากภายนอก *“ยินดีต้อนรับสู่กับดัก, ธันวา และ พิมพ์. ไฟล์ทั้งหมดถูกถ่ายโอนไปยังเซิร์ฟเวอร์ภายนอกเรียบร้อยแล้ว และตอนนี้... ประตูห้องแล็บทั้งหมดถูกล็อกด้วยรหัสผ่านชีวมิติ คุณทั้งสองคนจะถูกขังไว้ที่นี่ จนกว่ารุ่งสางจะมาเยือน”* ธันวาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ สีหน้าแววตาเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดถึงขีดสุด เขารีบพุ่งตัวไปที่แผงควบคุมหลักเพื่อพยายามปลดล็อกประตู แต่ทว่าทุกคำสั่งถูกปฏิเสธด้วยหน้าจอสีแดงแจ๋ที่มีสัญลักษณ์รูปกะโหลกกระพริบเยาะเย้ย ในความมืดสลัวที่มีเพียงแสงสีแดงวابวับ พิมพ์ก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างเขา ดวงตากลมโตมองไปยังประตูทางออกที่ปิดตาย ก่อนจะหันมาสบตากับชายหนุ่มที่อยู่ข้างกายอย่างไม่เกรงกลัวต่อสถานการณ์ตรงหน้า "ดูเหมือนว่า... เราไม่ได้แค่ทานมื้อดึกด้วยกันเฉยๆ แล้วล่ะค่ะ ธันวา" พิมพ์กระซิบเสียงลอดไรฟัน รอยยิ้มท้าทายปรากฏขึ้นที่มุมปาก "เรากำลังจะเล่นเกมไล่ล่าที่สนุกกว่าเดิมเสียแล้ว" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและติดพันไปกับวงจรหัวใจของพิมพ์และธันวานะคะ!
สารจากนักเขียน (ลูกกวาดสีรุ้ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักสะดุดใจของนายวิศวกรสายโค้ด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%