"ถ้าโปรเจกต์ระดับปริญญาโทของพวกคุณมีมาตรฐานแค่นี้ เกรงว่าปีหน้าห้อง Lab ฝั่งตะวันตกคงต้องเปลี่ยนป้ายชื่อเป็น 'ศูนย์วิจัยของเล่นเด็ก' แทนแล้วล่ะค่ะ"
น้ำเสียงเยียบเย็นแต่เจือความเย่อหยิ่งจงใจดังขึ้นกลางห้องประชุมส่วนกลางของภาควิชา แรงกระแทกจากการวางแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำลงบนโต๊ะกระจกใส ทำให้แก้วกาแฟเซรามิกสั่นไหวจนของเหลวสีเข้มกระฉอกออกมาเล็กน้อย
พิมพ์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความระอุที่กำลังตีตื้นขึ้นมาจากอก เลนส์แว่นกรอบใสสะท้อนภาพของผู้หญิงในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้ม ริน... อดีตมันสมองเบอร์หนึ่งของทีมวิจัยฝั่งธันวา ยืนกอดอกมองหน้าจอโปรเจกเตอร์ที่กำลังแสดงผลงานโค้ดระบบจำลองพฤติกรรมมนุษย์ของพวกเขาด้วยรอยยิ้มมุมปาก
"มันเป็นเพียงเวอร์ชันต้นแบบเพื่อทดสอบสถาปัตยกรรมโครงสร้างพื้นฐานค่ะคุณริน" พิมพ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด แม้ปลายนิ้วที่กำปากกาไอפาดไว้จะจิกเกร็งจนข้อกระดูกขึ้นสีขาว "ทางเราไม่ได้คาดหวังให้มันสมบูรณ์แบบตั้งแต่การรันลูปครั้งแรกเหมือนกับระบบที่ลอกเลียนแบบตรรกะเดิมๆ ของคนอื่นหรอกนะคะ"
รินหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหลมคมบาดหูราวกับเศษกระจกที่ถูกบดขยี้ "ลอกเลียนแบบงั้นเหรอคะ? พิมพ์... การที่คุณใช้เซนเซอร์จับภาพความรู้สึกแบบอาร์ตๆ มาผสมกับอัลกอริทึมสายวิศวกรรมครึ่งๆ กลางๆ แบบนี้ เขาไม่เรียกว่านวัตกรรมค่ะ เขาเรียกว่า 'ความมักง่ายทางความคิด' คุณธันวาคะ..." รินเบนสายตาคมกริบไปยังชายหนุ่มที่นั่งนิ่งเงียบอยู่มุมโต๊ะ "คุณปล่อยให้ความรู้สึกส่วนตัวมาครอบงำตรรกะทางวิศวกรรมตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ ถึงได้ยอมเอาโปรเจกต์สำคัญของภาควิชามาฝากไว้กับเด็กฝึกงานสายศิลป์ที่แม้แต่โค้ดพื้นฐานยังต้องอาศัยการคอมไพล์ผ่านปาฏิหาริย์"
ธันวายังคงนั่งไขว่ห้าง ใบหน้าคมคายเรียบเฉยราดรดด้วยความเย็นชา ดวงตาคู่คมหลังกรอบแว่นโลหะมองตรงไปที่รินอย่างไร้คลื่นอารมณ์ นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะสม่ำเสมอสามครั้ง—ซึ่งเป็นรหัสภายในที่พิมพ์รู้ดีว่าเขากำลังประเมินสถานการณ์ด้วยระบบตรรกะขั้นสูงสุด และเตรียมตัวจะสวนกลับด้วยข้อมูลดิบที่จะทำให้คู่สนทนาไปต่อไม่ถูก
"โค้ดของพิมพ์ผ่านการทดสอบค่าความคลาดเคลื่อนทางสถิติมาแล้วสิบเปอร์เซ็นต์ ซึ่งอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยระดับสาม" ธันวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังจนบรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบ "ส่วนระบบจำลองพฤติกรรมที่คุณรินภาคภูมิใจนักหนานั้น... ใช้ชุดข้อมูลฝึกฝนจากฐานข้อมูลเปิดเมื่อสามปีก่อน ซึ่งล้าสมัยเกินกว่าจะรับมือกับตัวแปรทางอารมณ์ของมนุษย์ในปัจจุบัน หากจะพูดถึงความมักง่าย ผมเกรงว่าคุณควรหันไปตรวจเช็ก Error Log ของโปรเจกต์ฝั่งคุณเสียก่อนจะมาวิจารณ์โครงสร้างของคนอื่น"
รินหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อโดนสวนด้วยชุดข้อมูลเชิงลึกที่เธอไม่ได้เตรียมใจจะรับมือ แต่รอยยิ้มเยาะก็กลับมาประดับบนใบหน้าอย่างรวดเร็ว เธอโน้มตัวลงใช้มือทั้งสองข้างค้ำโต๊ะ โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ธันวาเพื่อกดดัน
"มั่นใจจังนะคะ... แต่ระวังเถอะค่ะ ความมั่นใจที่ไม่มีพื้นฐานรองรับมันจะพังทลายลงในวันประเมินผลสัปดาห์หน้า และถึงตอนนั้น ฉันอยากจะเห็นนักวิศวกรผู้ไร้พ่ายอย่างคุณกับเด็กเส้นคนนี้แก้ตัวอย่างไรต่อหน้าคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ" รินยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ปรายตามองพิมพ์ด้วยหางตาก่อนจะสะบัดหน้าเดินนอกจากห้องไปอย่างผู้ชนะ
เสียงประตูกระจกปิดลงตามหลังแรงกระแทกจากอารมณ์ กานต์ที่ยืนกอดอกพิงผนึกห้องอยู่มุมห้องมานาน รีบเดินเข้ามาตบบ่าพิมพ์เบาๆ เพื่อปลอบประโลม
"ยัยนี่กินอะไรเป็นอาหารเช้า ถึงได้พิษสงรอบตัวขนาดนี้เนี่ย" กานต์บ่นอุบอาง "ปากบอกว่ามาดูงาน แต่เจตนาชัดเจนว่าตั้งใจจะเข้ามาบั่นทอนกำลังใจพวกเราชัดๆ"
พิมพ์ถอนหายใจยาวเหยียด ปล่อยให้อากาศร้อนผ่าวที่อัดอั้นในอกระเหยออกไป เธอก้มมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงรันโค้ดค้างไว้ บรรทัดคำสั่งสีเขียวสลับแดงกะพริบถี่ๆ ราวกับลมหายใจที่รวยรินของโปรเจกต์ที่พวกเขาทุ่มเทแรงกายแรงใจมาแรมเดือน ความกดดันจากคำพูดของรินไม่ใช่เรื่องเล็ก โดยเฉพาะเมื่อมันไปแตะจุดเปราะบางเรื่องความสามารถที่เธอมักจะกังวลอยู่เสมอว่าตนเองเป็น 'ตัวถ่วง' ของธันวา
"พิมพ์คะ..." เสียงทุ้มต่ำดึงเธอกลับมาจากภวังค์ ธันวาขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้จนไหล่ของเขาสัมผัสกับไหล่ของเธอ อุณหภูมิอุ่นๆ จากตัวเขาช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บในใจเธอได้ชะงัก "อย่าไปใส่ใจกับชุดข้อมูลขยะพวกนั้นครับ โค้ดของเรามีข้อบกพร่องจริง แต่เรากำลังแก้ไขมัน"
"แต่ที่เธอดูกถูกพิมพ์... มันก็จริงส่วนหนึ่งนะคะธันวา" พิมพ์หันไปสบตาเขา แววตาสั่นไหวด้วยความไม่มั่น
> "บางที... พิมพ์อาจจะไม่เหมาะกับโลกของพวกคุณจริงๆ"
ธันวานิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นด้วยประกายบางอย่างที่พิมพ์ไม่เคยเห็นมาก่อน มือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่นสัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงถ่ายทอดความรู้สึกผ่านผิวสัมผัสอย่างชัดเจน
"อย่าพูดแบบนั้นอีกครับพิมพ์" เสียงของเขาจริงจังและดุดันขึ้นเล็กน้อย "โลกของวิศวกรอาจจะมีแค่ศูนย์กับหนึ่ง มีเหตุและผล มีตรรกะที่ตายตัว... แต่โลกของผมมันไร้สีสันและแห้งแล้งมาตลอด จนกระทั่งคุณเข้ามาใส่ 'ความรู้สึก' ลงไปในระบบ"
เขากดหน้าจอแท็บเล็ตให้แสดงผลภาพกราฟิกการทำงานของอัลกอริทึมที่ผสานระหว่างตรรกะและศิลปะเข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นผลงานที่พิมพ์เป็นคนออกแบบโครงสร้างสีหน้าและอารมณ์
"มองสิครับ... นี่ไม่ใช่โค้ดของคนมักง่าย แต่นี่คือสิ่งที่ระบบของผมขาดหายมาตลอด" ธันวากระซิบชิดริมหู น้ำเสียงอ่อนลงจนหัวใจของพิมพ์เต้นรำไม่เป็นจังหวะ "เราจะพิสูจน์ให้รินเห็นว่า การผสานกันระหว่างตรรกะของคุณค่าและสุนทรียะทางอารมณ์ มันทรงพลังกว่าอัลกอริทึมไร้หัวใจของเธอแค่ไหน"
บรรยากาศในห้องประชุมที่เคยตึงเครียดกลับอบอวลไปด้วยความหวานลึกที่ยากจะอธิบาย พิมพ์เม้มริมฝีปากแน่นพยายามซ่อนรอยยิ้มที่กำลังระบายบนใบหน้า ทว่าก่อนที่พวกเขาจะได้พูดอะไรต่อ เสียงแจ้งเตือนเตือนระบบการส่งมอบโค้ดส่วนกลางก็ดังขึ้นก้องห้อง
*Ting!*
หน้าจอหลักของเซิร์ฟเวอร์กระพริบแสงสีแดงวาบ พร้อมกับข้อความป๊อปอัพขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้นกลางจอโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า—
**[ SYSTEM ALERT: ข้อมูลโปรเจกต์หลักถูกเข้าถึงจากภายนอก ]**
**[ WARNING: พบการลบไฟล์ฐานข้อมูลสำรอง (Backup Files) ทั้งหมดโดยบัญชีผู้ดูแลระบบระดับสูง ]**
**[ SOURCE IP: 192.168.1.105 - ห้องทำงานส่วนตัวของศาสตราจารย์หัวหน้าภาควิชา ]**
ธันวาผุดลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเหลือบมองหน้าจอแสดงผล ขณะที่พิมพ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อตระหนักว่า... ไฟล์งานทั้งหมดของพวกเขากำลังถูกลบหายไปต่อหน้าต่อตาอย่างถาวร!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและเดินทางฝ่าฟันอุปสรรคไปกับความสัมพันธ์ของพวกเขานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
อัลกอริทึมรักสะดุดใจของนายวิศวกรสายโค้ด•ตอนที่ 15
แรงกดดันจากคู่แข่ง
ผลงานโดย ลูกกวาดสีรุ้ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลูกกวาดสีรุ้ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักสะดุดใจของนายวิศวกรสายโค้ด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!