แม่ครัวสายสตรองกับกองทัพผักหลังบ้าน•ตอนที่ 1

มรดกคือที่ดินรกร้าง

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
เสียงกระแทกของถ้วยชาเคลือบกระเบื้องหยาบๆ บนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสะท้อนก้องห้องโถงตระกูลหลิน ราวกับจะประกาศิตการขับไล่ไสส่งให้ขาดสะบั้นจากตระกูล "หลินฟาง เจ้าจงจำใส่กะโหลกไว้! ในเมื่อพวกเจ้าแต่งงานกันโดยไม่เห็นหัวผู้ใหญ่ การแบ่งสมบัติครั้งนี้ก็ถือว่าสิ้นสุดกันแล้ว สัญญาแยกบ้านฉบับนี้ระบุชัดเจนว่า ที่ดินเชิงเขาหลังหมู่บ้านสิบไร่นั้น คือส่วนแบ่งทั้งหมดที่เจ้าจะได้รับจากตระกูลหลิน อย่าได้คิดกลับมาเหยียบที่นี่เพื่อขอข้าวแม้แต่เมล็ดเดียวอีก!" น้ำเสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ของผู้นำตระกูลหลินดังขึ้น ท่ามกลางสายตานับสิบที่มองมาด้วยความสมเพชเวทนาและสะใจระคนกัน บรรดาญาติสนิทมิตรสหายต่างกระซิบกระซาบ หัวร่อต่อกระซิก ราวกับกำลังชมละครสัตว์โรงใหญ่ ที่ดินเชิงเขาหลังหมู่บ้านสิบไร่... ใครๆ ในคอมมูนต่างก็รู้ดีว่ามันคือ "ดินแดนต้องสาป" ดินลูกรังปนทรายแห้งแล้งที่แม้แต่หญ้าคา  ยังแทบไม่ยอมงอกงาม ซ้ำยังมีก้อนหินระเกะระกะจนไถพรวนไม่ได้ ครอบครัวไหนถูกเนรเทศไปที่นั่น ไม่เคยมีใครอยู่รอดเกินสามเดือนโดยไม่ล้มป่วยหรืออดอยากจนต้องหนีเตลิดไปที่อื่น หลินฟางเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตคู่คมกริบกวาดมองผู้คนในห้องโถงทีละคนอย่างใจเย็น รอยยิ้มเยาะหยันบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัว นางไม่ใช่หญิงสาวอ่อนต่อโลกจากยุคเจ็ดสิบปลายๆ ที่จะมายืนร้องไห้ฟูมฟายวอนขอความเมตตาจากคนไร้หัวใจเหล่านี้ วิญญาณที่อยู่ในร่างนี้คือเชฟมือหนึ่งจากโลกยุคปัจจุบัน ผู้ผ่านการแข่งขันทำอาหารระดับอินเตอร์มาอย่างโชกโชน และผ่านมรสุมชีวิตมานับครั้งไม่ถ้วน "ท่านลุงพูดจบแล้วใช่ไหมครับ... เอ๊ย พูดจบแล้วใช่ไหมคะ เอ๊ย ไม่ใช่สิ" หลินฟางแกล้งทำเป็นสะดุดคำพูดเล็กน้อยเพื่อเรียกเสียงหัวسบจากคนรอบข้าง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง "ข้าหมายถึง... พูดจบแล้วสินะคะ? อ๊ะ... ครับ! พูดจบแล้วใช่ไหมครับท่านลุง" หญิงสาวแกล้งทำเป็นสับสนคำสรรพนามเพื่อเยาะหยันความแก่กะโหลกของคนตรงหน้า ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นอย่างองอาจ "ตกลงตามนี้ครับ สัญญาแยกบ้านฉบับนี้ ข้า หลินฟาง ขอลงลายมือชื่อด้วยความเต็มใจ และตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ข้ากับตระกูลหลินถือว่าตัดขาดกันเด็ดขาด ทางใครทางมัน ข้าตายข้างถนนก็ไม่ต้องมาเก็บศพ ส่วนพวกท่าน... หากวันหน้าอับจนหนทางจนต้องมาขอทานหน้าบ้านข้า อย่าหาว่าข้าไม่เตือนก็แล้วกัน!" "นังเด็กปากดี!" ผู้เป็นอาสะใภ้ทุบโต๊ะลุกขึ้นชี้หน้าด่าทอ "ไสหัวไปให้พ้นหน้าข้าเดี๋ยวนี้! เอาขยะพวกนี้ออกไปให้หมดด้วย!" หลินฟางแค่นเสียง "หึ" ในลำคอ นางกวาดตามองห่อผ้าเก่าๆ สองห่อที่บรรจุเสื้อผ้าปะชุนและหม้อดินร้าวๆ หนึ่งใบ ซึ่งเป็น "มรดก" ทั้งหมดที่ตระกูลหลินเมตตาประทานให้ นางไม่รอให้ใครมาไล่ซ้ำสอง มือเรียวบางคว้าห่อผ้าทั้งสองขึ้นมาสะพายไหล่ ใบหน้าสวยหวานไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงประกายความมุ่งมั่นที่วาบผ่านนัยน์ตาคู่สวย ร่างเพรียวบางหันหลังก้าวเดินออกจากห้องโถงใหญ่ท่ามกลางเสียงนินทาไล่หลังและเสียงหัวeเยาะเย้ย แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่า ภายในจิตใต้สำลังของหญิงสาว กำลังมีหน้าจอแสงสีฟ้าใสจางๆ ปรากฏขึ้นพร้อมเสียงแจ้งเตือนก้องกังวานในหัว [ติ๊ง! ตรวจพบการตัดขาดจากครอบครัวเดิมสำเร็จ... เงื่อนไขการปลดล็อกระบบ 'มิติลับสวรรค์' สมบูรณ์ 100%] [เปิดใช้งาน: โกดังเกษตรกรรมอัจฉริยะ (เร่งเวลาเติบโต x100) และคลังเสบียงสวรรค์] [ของขวัญต้อนรับสมาชิกใหม่: เมล็ดพันธุ์ผักวิญญาณระดับพรีเมียม และน้ำพุชีวันศักดิ์สิทธิ์] หัวใจของหลินฟางเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น ที่ดินรกร้างสิบไร่อย่างนั้นหรือ? สำหรับคนอื่นมันคือนรกบนดิน แต่วันนี้... สำหรับนางที่มีมิติลับและวิชาความรู้ระดับเชฟ มันคืออาณาจักรทองคำที่จะพลิกชีวิตต่างหาก! นางก้าวพ้นประตูรั้วตระกูลหลินออกมา ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามบ่ายที่สาดส่องลงมาทาบทับร่างระหง ที่ริมถนนดินลูกรังเบื้องหน้า ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารเก่าๆ แต่สะอาดสะอ้านกำลังยืนรออยู่ แผ่นหลังกว้างนั้นดูมั่นคงราวน้ำ ภูเขา แม้ใบหน้าคมเข้มจะเรียบเฉยเย็นชาจนคนในหมู่บ้านไม่กล้าเข้าใกล้ แต่ทันทีที่ดวงตาคู่นั้นมองเห็นร่างของหลินฟาง ความอ่อนโยนและห่วงใยก็เอ่อล้นทะลักออกมาจนปิดไม่มิด จ้าวเหวินรีบก้าวเข้ามาหารatรวดเร็ว มือหนายื่นออกไปรับห่อผ้าบนไหล่ของนางมาถือไว้เองอย่างทะนุถนอม ราวกับมันเป็นสิ่งของล้ำค่าที่สุดในโลก "เหนื่อยไหม... พวกมันทำอะไรเจ้าหรือเปล่า?" น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความกังวลเอ่ยถามเบาๆ ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจภรรยาตั้งแต่หัวจรดเท้าเพื่อหาบาดแผล หลินฟางเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มผู้เป็นสามี มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดตั้งแต่ทะลุมิติมา นางยื่นมือไปจับมือหยาบกร้านของเขาไว้แน่น "พวกมันจะทำอะไรคนอย่างข้าได้เล่าคะ... เอ๊ย ได้ที่ไหนกันล่ะครับพี่จ้าวเหวิน" หลินฟางหัวesระริกเมื่อเห็นสามีทำหน้ามึนงงกับสรรพนามที่นางเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา "พวกเราได้ที่ดินมาแล้วล่ะ สิบไร่เต็มๆ เลยนะ... ไปกันเถอะครับ ไปสร้างอาณาจักรของเรากัน!" จ้าวเหวินมองรอยยิ้มเจิดจ้าของภรรยา หัวใจที่ด้านชามานานนับปีพลอบอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด เขาพยักหน้าช้าๆ แววตามุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว "อืม กลับบ้านของเรากัน ต่อให้ที่ดินตรงนั้นจะเป็นหินผา พี่ก็จะใช้สองมือนี้พลิกมันให้กลายเป็นแปลงนาทองคำให้ได้ เจ้าจะไม่ต้องลำบากอีกเด็ดขาด" สองสามีภรรยาเดินเคียงคู่กันไปตามทางเดินแคบๆ มุ่งหน้าสู่เชิงเขาหลังหมู่บ้าน ที่ซึ่งความยากลำบากรออยู่เบื้องหน้า แต่ทว่า... ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า ภายใต้เงื้อมเงาของความมืดบริเวณชายป่าเชิงเขานั้น มีเงาร่างปริศนากำลังยืนแอบมองตามหลังพวกเขาทั้งสองด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ซ่อนไว้ภายใต้ปีกหมวก... และเมื่อทั้งสองก้าวมาถึงกระท่อมร้างท้ายหมู่บ้านที่ผุพังจนแทบไม่มีหลังคา หลินฟางก็ต้องชะงักฝีเท้าลง เมื่อกลิ่นหอมแปลกประหลาดบางอย่าง ลอยโชติมาตามสายลมยามเย็น เป็นกลิ่นหอมละมุนของเครื่องเทศชั้นดีที่ผสมผสานกับเนื้อย่างร้อนๆ ทั้งๆ ที่รอบด้านไม่มีบ้านเรือนผู้คนอยู่เลยแม้แต่หลังเดียว! [ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "ใบชาหอมหมื่นลี้" ในตอนแรกนี้นะครับ]
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ครัวสายสตรองกับกองทัพผักหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%