"ถ้าพวกท่านก้าวเข้ามาเหยียบเขตบ้านของฉันอีกแค่ก้าวเดียว อย่าหาว่าฉันไม่เตือนเรื่องใบมีดสับหมูเล่มนี้ก็แล้วกันครับ"
เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งบนยอดเขาหิมะดังขึ้น พร้อมกับคมมีดปื้นใหญ่ที่ฟันฉับลงบนเขียงไม้เนื้อหนาจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เศษไม้กระเด็น
หลินฟางยืนนิ่งสงบ ใบหน้ารูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองผู้บุกรุกทั้งสามคนที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่หน้าประตูรั้วไม้ไผ่
ช่วงเวลาที่จ้าวเหวินสามีหนุ่มผู้เป็นเสาหลักต้องเดินทางไปปฏิบัติภารกิจยังค่ายทหารต่างเมืองนานนับสัปดาห์ มักเป็นช่วงเวลาที่ฝูง "แร้งกา" ในคราบญาติสนิทมิตรสหายมักจะบินวนเวียนเข้ามาหาเหยื่อเสมอ
และเป้าหมายในวันนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน ป้าสะใภ้ใหญ่ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความหน้าหนาไร้ยางอาย พร้อมด้วยลูกชายหัวแก้วหัวแหวนและหลานชายตัวแสบ ที่เดินดุ่มๆ เข้ามาในเขตบ้านหวังจะขนผักกาดขาวและพริกแดงในแปลงเกษตรลับของเธอไปหน้าตาเฉย โดยอ้างคำว่า "ญาติกันแบ่งกันกิน"
"หลินฟาง! นังเด็กนี่... แกกล้าดียังไงมาถือมีดขู่ผู้หลักผู้ใหญ่หะ!" ป้าสะใภ้ใหญ่กรีดเสียงแหลมสูง ใบหน้ายับย่นตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว มือเหี่ยวย่นชี้หน้าหญิงสาวสั่นระริก "สามีแกไม่อยู่ คิดว่าไม่มีใครสั่งสอนแกแล้วใช่ไหม บ้านหลังนี้ผัวแกสร้างก็จริง แต่ตระกูลจ้าวของเราก็มีสิทธิ์ในฐานะญาติผู้ใหญ่เหมือนกัน ผักพวกนี้ปลูกบนดินของหมู่บ้าน ทำไมพวกฉันจะมาเก็บไปไม่ได้!"
หลินฟางแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ กลิ่นอายความใจเย็นและสุขุมแบบฉบับหญิงสาวผู้ผ่านโลกมามากฉายชัดในแววตา เธอยกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นบนเสื้อผ้าอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะก้าวเท้าช้าๆ เข้าหาประตูรั้ว
"ดินตรงนี้ฉันทำสัญญาเช่าถูกต้องตามกฎหมาย และหยาดเหงื่อแรงงานที่รดลงไปทุกหยดก็มาจากน้ำพักน้ำแรงของฉันกับพี่จ้าว ไม่ใช่พวกท่านที่วันๆ เอาแต่นั่งนินทาชาวบ้านไปวันๆ" หลินฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนทุกคำพูด "ถ้าอยากได้ผักนัก ทำไมไม่ไปถากถางดินหลังบ้านของตัวเองล่ะครับ หรือว่า... สันดานชอบกินของฟรีมันฝังรากลึกจนขุดไม่ขึ้นเสียแล้ว"
"แก!... นังปากดี!" ลูกชายของป้าสะใภ้ใหญ่ทนไม่ไหว เงื้อมือทำท่าจะพุ่งเข้ามาหมายจะสั่งสอนสะใภ้หน้าใหม่ให้รู้สำนึก
ทว่า หลินฟางไม่มีทางยืนรอให้ใครมารังแกอยู่ฝ่ายเดียว มือเรียวบางสะบัดออกไปเบาๆ พร้อมกับผงสมุนไพรฤทธิ์ระคายเคืองที่เธอแอบซ่อนไว้ในอุ้งมือ ถูกโปรยออกไปตามกระแสลมทันที
*ฟึบ!*
ละอองสีขาวจางๆ ลอยเข้าใส่หน้าของคนทั้งสามอย่างแม่นยำ ไม่ถึงสามวินาทีต่อมา เสียงร้องโอดครวญก็ดังระเบมขึ้น ป้าสะใภ้ใหญ่และลูกชายต่างพากันยกมือขึ้นขยี้ตาและจมูกด้วยความแสบร้อน น้ำหูน้ำตาไหลพรากราวกับเด็กๆ ความฮึกเหิมเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นเหลือเพียงความตื่นตระหนก
"โอ๊ย! แสบตา! ตาฉันจะบอดแล้ว! นังสารเลว แกใช้อะไรสาดใส่พวกฉัน!" ป้าสะใภ้ใหญ่ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นโคลน ส่งเสียงโวยวายลั่นด้วยความเจ็บปวด
"ก็แค่สมุนไพรไล่แมลงสาบแถวนี้แหละครับ เห็นพวกท่านทำตัวเหมือนแมลงที่ชอบมาตอมของชาวบ้าน เลยคิดว่าน่าจะเหมาะกับพวกท่านดี" หลินฟางวางมีดลงบนโต๊ะไม้ด้วยท่าทางสบายๆ เธอมองผลงานของตนเองด้วยแววตาพึงพอใจ "จำไว้ว่าถ้ายังกล้ามาเหยียบที่นี่อีก คราวหน้าจะไม่ใช่แค่ผงแสบตาแน่ๆ ไสหัวไปให้พ้น!"
ร่างทั้งสามลนลานพยุงกันลุกขึ้นวิ่งหนีออกไปจากบริเวณบ้านอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งเสียงด่าทออาฆาตมาดร้ายไว้เบื้องหลัง แต่หลินฟางหาได้ใส่ใจไม่
ความสงบกลับคืนสู่บ้านไร่หลังน้อยอีกครั้ง หญิงสาวถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก แม้จะจัดการปัญหาเฉพาะหน้าไปได้ แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ตราบใดที่สามียังไม่อยู่ พวกคนโลภเหล่านี้ย่อมหาทางกลับมาอีกแน่
หลินฟางหันหลังกลับเข้าสู่ห้องครัว พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เยียวยาจิตใจเธอได้เสมอ กลิ่นหอมจางๆ ของใบชาที่เธอบ่มไว้บนชั้นไม้ลอยอบอวลผสมผสานกับกลิ่นดินหลังฝนตก สร้างความรื่นรมย์ให้แก่ประสาทสัมผัส วันนี้เธอเหนื่อยล้ามามาก สมควรแก่เวลาที่จะต้องปลอบ
ขวัญกำลังใจให้ตัวเองด้วยอาหารชั้นเลิศสักมื้อ
เมื่อก้าวเข้าสู่มิติลับในโกดังเก็บของเบื้องหลัง ภาพตรงหน้าคือความอุดมสมบูรณ์ที่ไร้ขีดจำกัด ต้นผักกาดหอมเขียวขจี พริกแดงสดอวบอิ่ม และสมุนไพรหายากนานาชนิดเติบโตอย่างรวดเร็วภายใต้แสงเรืองรองนุ่มนวล หลินฟางเลือกเด็ดหน่อไม้อ่อนๆ และเนื้อหมูสามชั้นคุณภาพเยี่ยมจากช่องเก็บความเย็นพิเศษ ออกมาเตรียมทำเมนูเด็ดที่เธอคิดไว้
บรรยากาศยามเย็นเริ่มคืบคลานเข้ามา ความเงียบสงบของหมู่บ้านชนบทถูกแทนที่ด้วยเสียงลมพัดผ่านยอดไม้
หลินฟางลงมือจัดการวัตถุดิบด้วยความคล่องแคล่ว เสียงคมมีดกระทบเขียงดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอราวกับบทเพลง บรรจงหั่นหมูสามชั้นเป็นชิ้นพอดีคำ นำไปเคี่ยวในหม้อดินเผาใบเก่าร่วมกับน้ำตาลทรายแดง ซีอิ๊วขาวชั้นดี และรากผักชีที่ทุบจนแตก กลิ่นหอมหวานของคาราเมลที่ละลายเคลือบชิ้นเนื้อเริ่มฟุ้งกระจายผสมผสานกับกลิ่นหอมของเครื่องเทศจีน
ตามด้วยการใส่หน่อไม้อ่อนกรุบกรอบลงไปเคี่ยวเคียงคู่กัน เพื่อให้น้ำซุปซึมซาบเข้าไปในเนื้อหมูและหน่อไม้จนฉ่ำววล
ไม่นานนัก กลิ่นหอมเย้ายวนใจของ "หมูสามชั้นตุ๋นหน่อไม้" จานเด็ดก็ลอยฟุ้งข้ามรั้วบ้าน กระจายตัวไปตามสายลมยามเย็นโชยไปทั่วทั้งละแวกบ้าน จนทำให้เพื่อนบ้านที่เดินผ่านไปมาถึงกับต้องสูดจมูกฟุดฟิดและกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหิวโหย
หลินฟางตักอาหารสีสันน่ารับประทานใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาด ควันร้อนกรุ่นลอยขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมที่ชวนให้ท้องร้อง เธอนั่งลงที่โต๊ะไม้ตัวเล็ก เตรียมจะลิ้มรสชาติความอร่อยเพื่อคลายความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวัน
ทว่า ในวินาทีที่เธอกำลังจะคีบชิ้นหมูเข้าปากนั้นเอง...
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นอย่างสุภาพแต่หนักแน่นสามครั้ง เป็นจังหวะจะโคนที่ไม่ใช่พวกป้าสะใภ้ใหญ่อย่างแน่นอน
หลินฟางชะงักมือที่ถือตะเกียบ ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ใครกันที่จะมาหาเธอในยามวิกาลเช่นนี้ ทั้งที่ชาวบ้านต่างพากันปิดบ้านนอนกันหมดแล้ว เธอวางตะเกียบลงช้าๆ เดินไปที่ประตูหน้าบ้านด้วยความระแวดระวัง มือข้างหนึ่งเตรียมพร้อมคว้าไม้กระบองข้างฝาเผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
เมื่อเปิดประตูแง้มออก แสงจันทร์สาดส่องกระทบเข้ากับใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าจากากรเดินทางไกล ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่คุ้นเคยยืนนิ่งสงบ ดวงตาคมกริบที่เคยเย็นชาบัดนี้ทอประกายอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความโหยหาเมื่อมองมาที่เธอ
"พี่จ้าว...?" หลินฟางเบิกตากว้างด้วยความตกใจและคาดไม่ถึง
จ้าวเหวินส่งยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ก่อนจะก้าวประชิดตัวแล้วดึงร่างบางเข้าไปสวมกอดไว้แน่น ฝังใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น กระซิบเสียงทุ้มต่ำข้างใบหูด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย
"พี่กลับมาแล้ว... และได้กลิ่นอาหารของภรรยา ลอยมาไกลจนถึงปากทางเข้าหมู่บ้านเลยนะฟางฟาง"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างความอบอุ่นนี้มาโดยตลอดนะครับ - ใบชาหอมหมื่นลี้
แม่ครัวสายสตรองกับกองทัพผักหลังบ้าน•ตอนที่ 29
หลินฟางสู้เพียงลำพัง
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ครัวสายสตรองกับกองทัพผักหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!