รสชาติของความตายมิได้ขมขื่นดังเช่นตำรายาโบราณ หากแต่มีกลิ่นอายอับชื้นของโคลนตม กลิ่นคาวเลือดจางๆ และความเหนียวเหนหนืดของหยาดเหงื่อที่แห้งกรังแนบติดแผ่นหลัง
หลินฟางเซียนพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมีเพียงความแสบร้อนราวกับมีเศษแก้วบาดลำคอ นางลืมตาขึ้นช้าๆ ทัศนียภาพอันเลือนรางค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเป็นเพดานไม้เก่าคร่ำคร่าที่มีหยากไย่เกาะกุมตามมุมมืด แสงสลัวสีเทาหม่นที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้แกะสลักลวดลายทรุดโทรม บ่งบอกว่าที่นี่มิใช่ห้องแล็บปลอดเชื้ออันทันสมัยในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด และแน่นอนว่ามิใช่ยมโลกอันเป็นปลายทางที่นางควรจะไปถึงหลังจากการทดลองตัวยาต้านไวรัสครั้งสุดท้ายเกิดความผิดพลาดจนระเบิดขึ้น
ความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นพล่านไปทั่วร่าง ราวกับกระดูกทุกท่อนถูกถอดออกแล้วประกอบใหม่ด้วยความลวกๆ แต่นั่นยังไม่น่าตื่นตระหนกเท่ากับความจริงที่ว่า... ลำคอของนางตีบตัน
นางพยายามจะเปล่งเสียงเรียกหาความช่วยเหลือ กลีบปากแห้งผากอ้าออก พยายามส่งเสียงขานรับ แต่สิ่งที่หลุดรอดออกมามีเพียงลมหายใจแผ่วเบาและความว่างเปล่า ไร้ซึ่งสุ้มเสียงใดๆ แม้แต่เสียงกระซิบ
สตรีผู้เคยใช้วาจาเฉียบคมดั่งคมมีดผ่าตัด บัดนี้กลับกลายเป็นคนใบ้โดยสมบูรณ์
"ฟื้นแล้วกระนั้นหรือ..."
สุ้มเสียงแหบแห้งเย็นเยียบราวกับสายลมหนาวพัดผ่านป่าช้าดังขึ้นที่มุมห้อง หลินฟางเซียนสะดุ้งสุดตัว นัยน์ตาคู่คมกริบกวาดมองไปยังที่มาของเสียงทันที ความทรงจำแปลกปลอมนับร้อยหลั่งไหลเข้ามาในหัวสมองราวกับเขื่อนแตก ชื่อของร่างนี้... หลินฟางเซียน คุณหนูรองตระกูลหลิน ผู้ถูกขับไล่ให้มาอยู่อย่างโดดเดี่ยวในเรือนร้างท้ายจวน เนื่องจากถูกปรักปรำว่าวางยาพิษฮูหยินเอก และของกำนัลส่งท้ายจากความเมตตาของตระกูล ก็คือถ้วยยาพิษสลายเสียงที่กรอกลงคอเมื่อสามวันก่อน
เบื้องหน้าของนางคือหญิงรับใช้ชราหน้าตาอัปลักษณ์ นางสวมชุดผ้าหยาบสีมอซอ ในมือถือถาดไม้ผุๆ ที่มีชามกระเบื้องบิ่นวางอยู่ ภายในบรรจุของเหลวสีดำสนิทส่งกลิ่นเหม็นฉุนกุนชาติตลบอบอวล
"คุณหนูรอง... อย่าได้มองข้าด้วยสายตาเช่นนั้นเลยนะเจ้าคะ" หญิงรับใช้ชราหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบแห้งเสียดสีกันจนน่าขนลุก "บ่าวเพียงแต่นำยาบำรุงมาให้ท่านดื่มตามคำสั่งของฮูหยินใหญ่ หากท่านดื่มมันจนหมด ชีวิตอันไร้ค่านี้อาจจะอยู่รอดไปได้อีกสักวันสองวัน"
หลินฟางเซียนหรี่ตาลง ประกายตาดุดันวาบผ่านนัยน์ตาคู่สวยชั่วพริบตา นางมิใช่สตรีอ่อนแอในอดีตที่ยอมจำนนต่อชะตากรรม ภายใต้กรอบของแพทย์หญิงผู้เคยผ่านการแย่งชิงความเป็นความตายมานับไม่ถ้วน สมองของนางเริ่มคำนวณสถานการณ์อย่างรวดเร็วและเยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง
พิษที่อยู่ในร่างกำลังกัดกินเส้นเสียง แต่มันยังไม่สามารถทำลายสติปัญญาของนางได้
ตระกูลจาง... จางฮองเฮา และฮูหยินใหญ่แห่งจวนตระกูลหลิน พวกมันต้องการกำจัดตระกูลหลินสายรองเพื่อฮุบสมบัติ และใช้ร่างนี้เป็นแพะรับบาปในคดีลอบปลิดชีวินสนมเอกในวังหลวง
ช่างเป็นการเดินหมากที่อำมหิตและรัดกุมเสียจริง
หญิงรับใช้ชราก้าวเข้ามาใกล้ เตียงนอนไม้เก่าส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่ารำคาญ นางยื่นชามยาพิษสีดำมาตรงหน้า ใบหน้าเหี่ยวย่นฉาบรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "ดื่มเสียเถิดเจ้าค่ะ ดื่มเข้าไปแล้วทุกอย่างจะจบลง ท่านจะได้ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับการเป็นใบ้ไร้ค่าเช่นนี้อีกต่อไป"
หลินฟางเซียนไม่ขยับเขยื้อน ร่างบางพิงกายกับหัวเตียง ใบหน้างดงามที่แม้จะซีดเซียวไร้เลือดฝาด แต่กลับฉายแววเย่อหยิ่งทระนงจนหญิงรับใช้ชราถึงกับชะงัก นิ้วเรียวยาวที่ผอมแห้งจนเห็นข้อกระดูกค่อยๆ ยกขึ้น ปัดป้องชามยาในมืออีกฝ่ายออกไปอย่างไม่แยแส
*เพล้ง!*
ชามกระเบื้องร่วงกระทบพื้นแตกกระจาย ของเหลวสีดำส่งกลิ่นฉุนกระเซ็นเปรอะเปื้อนชายกระโปรง หญิงรับใช้ชรากรีดร้องด้วยความตกใจ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว "นังใบ้ไร้ค่า กล้าดียังไงถึง..."
ก่อนที่หญิงรับใช้ชราจะได้เอ่ยคำใดต่อ หลินฟางเซียนก็พุ่งตัวเข้าใส่ด้วยความเร็วที่เหนือความคาดหมาย แม้ร่างกายจะอ่อนแอ แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำให้นางใช้มือเรียวคว้าเศษกระเบื้องแหลมคมที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาอย่างเด็ดเดี่ยว ปลายแหลมคมจ่อเข้าที่จุดชีพจรใต้กกหูของหญิงรับใช้ชราอย่างแม่นยำรากับจับวาง
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องพักร้างทันที มีเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบา
หญิงรับใช้ชราตัวแข็งทื่อ นัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว นางไม่คาดคิดเลยว่าคุณหนูรองผู้เงียบงันและอ่อนแอราวกับผักปลาผู้นี้ จะมีแววตาที่น่ากลัวราวกับปีศาจจากขุมนรกเช่นนี้
หลินฟางเซียนไม่เอ่ยสักคำ นางเพียงแค่มองหน้าบ่าวรับใช้ผู้นั้นด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก—รอยยิ้มที่เย็นเยียบและงดงามจนน่าสะพรึงกลัว เป็นรอยยิ้มประกาศสงครามที่ไร้ซึ่งสุ้มเสียง แต่กลับกึกก้องอยู่ในโสตประสาทของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังขึ้นที่บริเวณหน้าเรือนร้าง ราวกับมีแขกผู้ไม่ได้รับเชิญกลุ่มใหญ่กำลังมุ่งตรงมายังห้องนี้อย่างเร่งรีบ
ประตูไม้ผุกร่อนถูกถีบกระเด็นหลุดจากบานพับด้วยพลังอันรุนแรง ฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
ร่างสูงสง่าในชุดคลุมปักลายมังกรห้าเล็บสีดำสนิทก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายอำมหิตกดดันแผ่ซ่านไปทั่วอาณาบริเวณ นัยน์ตาคมก్రిบดั่งพญาอินทรีมองกวาดมายังเตียงนอน ก่อนจะหยุดอยู่ที่ร่างของหลินฟางเซียนที่ถือเศษกระเบื้องจ่อคอหอยบ่าวรับใช้
ฉีจิ้นอ๋อง... แม่ทัพผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งของแผ่นดิน เสด็จมาเยือนเรือนร้างแห่งนี้ด้วยพระองค์เองในยามวิกาล
พระองค์ทอดพระเนตรภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมพระโอษฐ์ ก่อนจะตรัสด้วยพระสุ้มเสียงทรงอำนาจที่สะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ
"น่าสนใจยิ่งนัก... ไหนใครทูลเปิ่นหวางว่า ชายาตกอับผู้นี้กลายเป็นสตรีใบ้ใกล้ตายไปเสียแล้ว?"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนอดีตไปกับผมในบทแรกนี้นะครับ
รอยจารึกเงาสะท้อนใจทรราช•ตอนที่ 1
ฟื้นคืนชีพในร่างสตรีใบ้
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกเงาสะท้อนใจทรราช นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!