กลิ่นอายจางๆ ของไม้กฤษณาและคราบเขม่าดินปืนลอยอวลอยู่ภายในห้องรับรองลับ ชั้นใต้ดินของโรงรับจำนำเก่าแก่ปลายตรอกซอกซอยแห่งมณฑลทางเหนือ ลมหายใจที่ถูกผ่อนออกอย่างระมัดระวังของหลินเฟยหงสอดประสานกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้า นางไม่ได้เงยหน้าขึ้นทันที ปลายนิ้วเรียวดั่งลำเทียนยังคงบรรจงคัดแยกแผ่นโสมป่าอายุหลายร้อยปีด้วยความประณีต ชุดเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีหม่นตามยุคสมัยยุค 70 หาได้ลดทอนสง่าราศีอันเยือกเย็นและลึกล้ำที่แผ่ออกมาจากตัวนางไม่
"ดูเหมือนว่า... เราสองคนถูกผูกไว้บนเรือลำเดียวกันเสียแล้วกระมัง ท่านอ๋อง?"
เสียงหวานใสแต่ทว่าราบเรียบราวน้ำในบึงลึกเอ่ยขึ้น โดยดวงตายังคงจับจ้องอยู่กับรากโสมล้ำค่า หยางจ้านหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างกำยำภายใต้เสื้อโค้ททหารสีเขียวเข้ม เขาก้าวเข้ามาประชิดจนกลิ่นอายบุรุษเพศอันตรายโอบล้อมร่างบางไว้ทั้งหมด สายตาคมกริบดั่งพญาอินทรีวาดมองใบหน้างดงามที่ไม่มีความหวาดกลัวเจือปนแม้แต่น้อย
"เจ้ากล้าดียังไง เอาชีวิตคนทั้งตระกูลมาเดิมพันกับความเสี่ยงในการทลายตลาดมืดรอบนี้, หลินเฟยหง" เสียงทุ้มต่ำดุดันเอ่ยลอดไรฟัน แฝงไว้ด้วยความรู้สึกก้ำกึ่งระหว่างความกริ้วโกรธและความทึ่งระคนกัน
"ชีวิตคนตระกูลหลินในสายตาข้า หาใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องกราบไหว้บูชาไม่... หากแต่มันคือหมากตัวหนึ่งที่จะใช้ยันต์ข้อต่อรองกับอำนาจเบ็ดเสร็จของท่านต่างหากล่ะเพคะ ท่านอ๋อง" นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง แววตาคู่นั้นเฉียบคมดั่งคมดาบที่ซ่อนอยู่ในฝักผ้าแพร
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบได้ยินเสียงหัวใจเต้น หยางจ้านแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาชอบความอาจหาญนี้... สตรีตรงหน้าไม่เพียงแต่มีสติปัญญาเหนือล้ำ แต่ยังมีความเด็ดเดี่ยวที่หาได้ยากยิ่งในยุคสมัยที่บ้านเมืองกำลังผันผวนเช่นนี้
"ดี... ในเมื่อเจ้ากล้าเสนอแผนการขนส่งสมุนไพรลอตใหญ่ผ่านเส้นทางลำเลียงอาวุธของกองทัพ ข้าก็จะให้โอกาสเจ้าได้พิสูจน์ฝีมือ แต่จำไว้... หากพลาดพลั้งแม้แต่นิดเดียว หัวของเจ้าและข้าคงต้องไปประดับอยู่บนกำแพงเมืองหลวงเป็นแน่" หยางจ้านเอ่ยเสียงเยียบเย็น พลางยื่นมือหนาออกไปหยิบกล่องไม้จันทน์แกะสลักบรรจุโสมป่าขึ้นมาพิจารณา
"ความเสี่ยงสูง ผลตอบแทนย่อมสูงตามเป็นสัจธรรม ภาษีการค้าในตลาดมืดคืนนี้ ข้าขอรับประกันว่ามันจะหนาพอที่จะทำให้กองกำลังส่วนตัวของท่านอ๋องลืมตาอ้าปากได้โดยไม่ต้องใช้งบประมาณจากส่วนกลางเลยทีเดียว" นางแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและเล่ห์กลอันแยบยล
แผนการค้าแรกเริ่มในยุคเปลี่ยนผ่านนี้ มิใช่เพียงการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าเพื่อความอยู่รอด แต่มันคือการเดินหมากกระดานใหญ่เพื่อสั่นคลอนโครงสร้างอำนาจเก่าที่กำลังผุพัง หลินเฟยหงก้าวเดินนำบุรุษร่างสูงไปยังโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็ง บนโต๊ะนั้นกางแผนผังเส้นทางคมนาคมลับของกองทัพและจุดกระจายสินค้าเถื่อนทั่วทั้งภูมิภาค ปลายนิ้วเรียวชี้ไปยังจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่มีการตรวจตราเข้มงวดที่สุด
"การจะนำสมุนไพรหายากเหล่านี้ออกสู่ตลาดมืดโดยไม่ให้สายของพรรคพวกฝ่ายตรงข้ามระแคะระคาย เราต้องใช้กลยุทธ์ 'ซ่อนดาบไว้ในรอยยิ้ม' ข้าจะปลอมตัวเป็นภรรยาพ่อค้าวัตถุดิบการเกษตรจากทางใต้ ส่วนท่าน..." นางเงยหน้าขึ้นมองสบตาเขาอีกครั้ง "ต้องสวมบทบาทเป็นสามีผู้เย่อหยิ่งแต่ไร้พิษสง ผู้คุ้มกันสินค้าเกษตรธรรมดา"
หยางจ้านเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยกับบทบาทที่นางมอบให้ "ให้ข้า... บุตรชายอดีตนายพลผู้กุมอำนาจเหล็ก ต้องปลอมตัวเป็นพ่อค้ากระจอกงอกง่อยอย่างนั้นหรือ?"
"ท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ ย่อมต้องรู้จักยืดหยุ่นตามสถานการณ์ การซ่อนตัวในที่แจ้งคือวิธีที่ปลอดภัยที่สุด สมุนไพรเหล่านี้มีมูลค่ามหาศาล หากใช้กำลังคุ้มกันเปิดเผยย่อมดึงดูดสายตานกแร้งในราชสำนัก แต่ถ้าหากมันถูกซ่อนอยู่ภายใต้กองกระสอบพืชผลทางการเกษตรที่เน่าเสียได้ง่าย ใครเล่าจะคาดคิดว่าข้างในนั้นคือสมุนไพรทิพย์ที่สามารถชุบชีวิตคนใกล้ตายได้?"
คำพูดของนางเฉียบขาดและมองการณ์ไกล หยางจ้านนิ่งงันไปชั่วขณะ ความรู้สึกชื่นชมก่อตัวขึ้นในอกอย่างเงียบเชียบ สตรีผู้นี้มิได้มีเพียงความรู้เรื่องตำรายา แต่รอบรู้ถึงกลยุทธ์การสงครามและการค้าขายระดับมหภาคอย่างน่าเหลือเชื่อ
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นที่บริเวณบันไดทางขึ้นชั้นใต้ดิน ตามมาด้วยเสียงเคาะรหัสลับสามครั้งติดกัน สีหน้าของหยางจ้านเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที เขาส่งสัญญาณมือให้หลินเฟยหงถอยไปอยู่ในมุมมืด ก่อนจะชักพกปืนสั้นขึ้นมาเตรียมพร้อม ทหารองครักษ์คนสนิทพุ่งพรวดเข้ามาด้วยใบซีดเผือด
"ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ กองกำลังตรวจค้นพิเศษของส่วนกลางนำโดยสหายเก่าของท่าน จู่ๆ ก็บุกเข้าปิดล้อมโรงรับจำนำแห่งนี้ โดยอ้างว่าได้รับเบาะแสเรื่องการลักลอบค้าสินค้าต้องห้าม!"
บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงสู่ความกดดันสูงสุด ท่ามกลางความตึงเครียดที่แทบขาดใจ หลินเฟยหงกลับไม่แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบถ้วยชาอุ่นๆ ขึ้นมาจรดริมฝีปากอย่างใจเย็น ดวงตาคู่สวยพินิจมองหยางจ้านด้วยประกายระยิบระยับราวกับล่วงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าอยู่แล้ว
หยางจ้านหันมามองนาง สายตาสองคู่ประสานกันท่ามกลางวิกฤตที่กำลังคืบคลานเข้ามาประชิดประตูห้อง
นิ้วเรียวของหลินเฟยหงค่อยๆ วางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้ เสียงกระทบเบาๆ ดังก้องกังวานในความเงียบ ก่อนที่นางจะโน้มตัวกระซิบชิดริมหูของท่านอ๋องด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าเฉียบขาดดั่งประกาศิต
"ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญผู้นี้ จะมาช่วยเปิดทางให้แผนการค้าแรกของเราเริ่มต้นเร็วกว่ากำหนดเสียแล้วกระมัง?"
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินกับการพลิกเกมธุรกิจครั้งนี้นะครับ
กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมอำนาจเหล็ก•ตอนที่ 5
การค้าแรกเริ่ม
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมอำนาจเหล็ก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!