กาลเวลาพับทบ: หั่นคมมีดด้วยปลายพู่กันชา•ตอนที่ 2

ถ้วยชาแรกหลังความตาย

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
"ข้ามิได้เป็นผู้ซื้อ... แต่ข้าคือผู้ที่จะเผาเรือนโรงของพวกท่านให้ราบคาบต่างหากเล่า" เสียงหัวเราะทุ้มต่ำระคนความเย้ยหยันดังขึ้นก้องเรือนรับรองตระกูลลี่ ไป๋ชิงเหอ เจ้าของใบหน้าเรียบเนียนดุจหยกสลักและรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ ค่อยๆ ก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามาอย่างถือดี ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะพัดกระดาษในมือเบาๆ เป็นจังหวะ ราวกับกำลังนับถอยหลังเวลาตายของตระกูลค้าชาอันดับหนึ่งแห่งมณฑลเจียงหนานแห่งนี้ ลี่จินเฉินไม่ได้ขยับกายแม้แต่น้อย เขายังคงนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์หอม แววตาคู่คมกริบมองทอดผ่านควันจางๆ ที่ลอยขึ้นมาจากเตาดินเผา เบื้องหน้าของเขาคือกระทะเหล็กโบราณที่ผ่านการใช้งานมาหลายชั่วคน ผิวกระทะขึ้นเงาดำสนิทจากการเคลือบด้วยน้ำมันชาธรรมชาติมานานนับปี "เชิญนั่งก่อนสิคะ คุณชายไป๋..." น้ำเสียงของจินเฉินราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก หรือแม้แต่ความโกรธเกรี้ยว ทว่ากลับสร้างความหนาวเยือกสันหลังให้แก่ผู้มาเยือนได้อย่างประหลาด ไป๋ชิงเหอหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนมุมปากแข็งค้างไปครู่หนึ่งเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น ดวงตาที่ในชาติก่อนเคยเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและยอมจำนน แต่วันนี้... มันกลับลึกล้ำราวกับหุบเหวไร้ก้นบึ้งที่พร้อมจะกลืนกินคนทั้งเป็น "ดูท่าทางคุณชายลี่จะใจเย็นเสียจริงนะใบชา 'มังกรหลับ' ล็อตที่ท่านเพิ่งคั่วเมื่อครู่ ถูกข้ากว้านซื้อสิทธิ์ขาดจากพ่อค้าคนกลางในตลาดมืดไปหมดสิ้นแล้ว ต่อให้ท่านมีฝีมือล้ำเลิศเพียงใด แต่หากไร้ซึ่งวัตถุดิบป้อนโรงงาน... เกรงว่าอีกสามวันข้างหน้า สัญญาการส่งออกใบชาหลวงคงต้องตกเป็นของตระกูลไป๋อย่างแน่นอน" ไป๋ชิงเหอเอ่ยเยาะ พลางหย่อนกายลงนั่งฝั่งตรงข้ามอย่างถือดี จินเฉินไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแต่ใช้คีบไม้ไผ่คีบใบชาสีเขียวสดกลุ่มหนึ่งลงสู่กระทะเหล็กที่ร้อนระอุ เสียง *ซ่า* ดังขึ้นเบื้องล่าง พร้อมกับกลิ่นหอมละมุนดุจดอกกล้วยไม้ป่าที่ผ-สมผสานกับกลิ่นไอน้ำฝนแรกฤดูโชยฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง กลิ่นนั้นบริสุทธิ์และทรงพลังเสียจนไป๋ชิงเหอที่กำลังจะเอ่ยปากพูดต่อ ถึงกับต้องสูดลมหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว นี่ไม่ใช่กลิ่นของ 'มังกรหลับ' ล็อตเดิมที่เขาเพิ่งซื้อขาดไป! "คุณชายไป๋รู้หรือไม่คะว่า... เหตุใดชาชั้นดีจึงต้องผ่านการคั่วด้วยมือหาใช่เครื่องจักรกล?" จินเฉินเอ่ยขึ้นเบาๆ มือขวาคือก세ต์ไม้ไผ่ที่พลิกใบชาในกระทะด้วยความเร็วและองศาที่แม่นยำราวกับจับวาง ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความพลิ้วไหวและสง่างาม ดุจบทกวีที่กำลังบรรเลงบนผืนผ้าใบแห่งกาลเวลา "เพราะเครื่องจักรไร้ซึ่งจิตวิญญาณ... มันไม่รู้ว่ายามใดที่ใบชาสะท้อนความโศกเศร้า และยามใดที่มันกระหายอิสรภาพ" บรรยากาศภายในห้องกดดันจนแทบหายใจไม่ออก พ่อบ้านลุงเฉินที่ยืนอยู่มุมห้องถึงกับลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดหวั่น แม้เขาจะรับใช้ตระกูลลี่มาเนิ่นนาน แต่ไม่เคยเห็นคุณชายใหญ่ในย่ามนี้มาก่อน ความสุขุมที่อาบไล้ด้วยรัศมีแห่งอำนาจมืดทำให้คนแก่รู้สึกราวกับกำลังยืนอยู่เบื้องหน้าเจ้าสำนักผู้ยิ่งใหญ่ มิใช่คุณชายตระกูลพ่อค้าธรรมดา "น่าขันสิ้นดี ชาก็คือชา จะมีจิตวิญญาณอันใดกัน" ไป๋ชิงเหอแค่นหัวเราะกลบเกลื่อนความหวั่นไหวในอก พยายามดึงสติกลับมา "ต่อให้ท่านจะคั่วจนหอมฟุ้งเพียงใด แต่ถ้าไม่มีใบชาดิบชั้นยอดจากหุบเขาเมฆา... ท่านก็เป็นได้แค่เพียงสุนัขจนตรอกที่รอวันถูกขับไล่ออกจากสมาคมการค้า!" "ใครบอกท่านกันคะว่าข้าไม่มีใบชาดิบ?" จินเฉินหยุดมือที่กำลังพลิกใบชา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของไป๋ชิงเหอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทันใดนั้น ประตูเรือนรับรองก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ลุงเฉินก้าวออกไปรับหีบไม้สนเก่าแก่หีบหนึ่งจากมือของคนงาน ก่อนจะนำมาวางลงบนโต๊ะตรงหน้า เมื่อฝากล่องถูกเปิดออก ไอเย็นยะเยือกพร้อมกับกลิ่นหอมหวานล้ำลึกที่แปลกประหลาดก็พวยพุ่งออกมา มันคือกลิ่นของ 'ชาหิมะพันปี' พันธุ์หายากที่สูญพันธุ์ไปจากบันทึกการค้าของเจียงหนานมานานกว่าสามสัปราชย์! ใบหน้าของไป๋ชิงเหอถอดสีในพริบตา ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถลน "เป็นไปไม่ได้! ชาชนิดนี้สูญสูญพันธุ์ไปตั้งแต่ไฟไหม้หุบเขาทางเหนือเมื่อสิบปีก่อนแล้ว! ท่าน... ท่านไปเอาของสิ่งนี้มาจากที่ใดกัน!" "ความลับทางธุรกิจอย่างไรล่ะคะ..." จินเฉินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงไว้ด้วยประกายคมกริบดุจใบมีดโกนที่แนบชิดลำคอ "และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น... คนที่ขายใบชา 'มังกรหลับ' ให้ท่านในตลาดมืดเมื่อครู่ มิใช่พ่อค้าเร่ไร้ชื่อเสียงที่ไหนหรอกค่ะ..." เขายื่นใบรายการสั่งซื้อแผ่นหนึ่งข้ามโต๊ะไปให้ไป๋ชิงเหอช้าๆ ตัวอักษรลายมือที่ปรากฏอยู่บนกระดาษแผ่นนั้นทำให้ร่างของคุณชายตระกูลไป๋แข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ นั่นคือลายเซ็นของ 'จ้าวหลง' บุตรชายคนโตของอัครเสนาบดีจ้าว ผู้เป็นพันธมิตรลับของตระกูลไป๋ และเป็นคนสนิทที่กุมความลับทั้งหมดของพวกเขา! "ท่าน... ท่านร่วมมือกับคนของตระกูลจ้าวตั้งแต่เมื่อใดกัน..." ไป๋ชิงเหอผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้โดยอัตโนมัติ เม็ดเหงื่อกาฬผุดซึมเต็มกรอบหน้า แววตาที่เคยหยิ่งผยองบัดนี้สั่นระริกด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด จินเฉินค่อยๆ รินน้ำร้อนลงในกาชาดินเผาช้าๆ ควันสีขาวลอยอวลขึ้นมาบังใบหน้าครึ่งซีก รอยยิ้มลึกลับระบายอยู่บนเรียวปาก ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยคำพิพากษาอันใด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่ลานเรือนด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจกลัวของบ่าวไพร่ "คุณชายใหญ่แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! กองกำลังรักษาดินแดน... นำโดยใต้เท้าจ้าวด้วยตนเอง กำลังบุกเข้ามาล้อมเรือนชาของเราไว้หมดแล้ว!" รอยยิ้มบนใบหน้าของไป๋ชิงเหอพลันกลับมาเหี้ยมเกรียมขึ้นอีกครั้ง เขาหัวเราะร่วนออกมาเสียงดังลั่น "ฮ่าๆๆๆ! จินเฉิน! ดูท่าทางสวรรค์จะไม่ได้เข้าข้างเจ้ากระมัง! อัครเสนาบดีจ้าวมาเยือนถึงที่นี่ด้วยตนเอง พร้อมข้อหาลักลอบค้าใบชาต้องห้าม... คราวนี้ ต่อให้เจ้ามีปีกก็บินไม่พ้นความตายแน่!" จินเฉินยังคงนั่งจิบชาถ้วยแรกหลังความตายอย่างใจเย็น กลิ่นหอมกรุ่นของใบชาอบอวลติดปลายลิ้น รสชาติขมปร่าในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความหวานล้ำลึกที่แผ่ซ่านไปทั่วช่องปาก เขาวางถ้วยชาลงบนโต๊ะช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับไป๋ชิงเหอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา "ท่านแน่ใจหรือคะ... ว่าคนที่ถูกล้อม... คือเรือนชาของตระกูลลี่?" สิ้นเสียงคำถามนั้น ประตูเรือนรับรองก็ถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบด้วยพลังภายในอันกล้าแกร่ง ร่างของทหารองครักษ์ชุดเกราะดำสนิทก้าวพรวดพราดเข้ามา พร้อมกับกระบี่เปลือยฝักที่สะท้อนแสงไฟวับวาว และผู้ที่ก้าวตามเข้ามาเบื้องหลังหาใช่ใต้เท้าจ้าวผู้โลภมากไม่... หากแต่เป็นราชองครักษ์คนสนิทขององค์รัชทายาท พร้อมด้วยราชโองการลับสีทองอร่ามที่สะท้อนเงาความตายอยู่บนใบหน้าของไป๋ชิงเหอ! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลากลับมาทวงแค้นและดื่มด่ำกลิ่นอายชาล้ำค่าไปพร้อมกับจินเฉินนะคะ!
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กาลเวลาพับทบ: หั่นคมมีดด้วยปลายพู่กันชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%