กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดชั้นดีลอยวนอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้า ทว่าบรรยากาศรอบตัวในยามนี้กลับไม่ได้ผ่อนคลายอย่างที่กลิ่นอายของมันควรจะเป็น ความเงียบงันระหว่างคนสองคนหนาแน่นเสียจนแทบจะใช้มือเปล่าคว้าจับมันขึ้นมาได้
รินทร์ยืนกอดอกพิงขอบกระจกใสบานยักษ์ เบื้องล่างคือทัศนียภาพของเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับราวกับดวงดาวบนพื้นดิน แต่ดวงตากลมโตคู่สวยกลับไม่ได้มองวิวทิวทัศน์เหล่านั้นเลย เขากำลังจ้องมองผู้ชายร่างสูงที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ สีหน้าของครามในตอนนี้เรียบเฉยจนน่าหมั่นไส้ แต่นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่เด็กหนุ่มอ่านออกทะลุปรุโปร่ง
"มองอะไรนักหนาครับ คุณรินทร์" ครามเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยดังขึ้นอย่างจงใจ
"เปล่า... แค่กำลังคิดว่า คนที่เพิ่งไล่ตะردคู่ควงเก่าออกไปจากตึกด้วยสภาพหน้าเสียเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ตอนนี้ทำไมถึงทำหน้าตาเฉยเมยได้ขนาดนี้" รินทร์ลอยหน้าลอยตาตอบ น้ำเสียงเจือความเย้าแหย่ที่อีกฝ่ายเกลียดนักเกลียดหนา "ธันวาคงช็อกไปเลยมั้งครับที่โดนคุณปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยแบบนั้น"
ครามถอนหายใจเบาๆ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวเด็กหนุ่มทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าทรงพลังจนรินทร์เผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
"ผมไม่มีเวลาไปสนใจคนที่ไม่สำคัญหรอกครับ..." ครามหยุดยืนห่างจากรินทร์เพียงแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมบุรุษผสมผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัวโชยเข้าจมูกจนพาลให้หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะ "ในเมื่อตอนนี้... คนที่ยืนอยู่ตรงนี้ สำคัญกว่าเป็นร้อยเท่า"
รินทร์เสมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคมกราบที่มองตรงมา หัวใจในอกเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "ปากหวานนะครับช่วงนี้ ไปกินน้ำตาลปี๊บร้านไหนมาล่ะถึงได้พูดจาเลี่ยนขนาดนี้"
"ผมพูดความจริง" ครามยื่นมือหนาออกไปไล้กรอบหน้าเรียวของเด็กหนุ่มอย่างแผ่วเบา ปลายนิ้วอุ่นจัดลากผ่านแก้มใสที่ขึ้นสีแดงเรื่อโดยไม่ต้องพยายามแต่งแต้ม รินทร์สะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ถอยหนี ดวงตากลมโตช้อนขึ้นสบตากับคนพี่อย่างไม่ยอมแพ้ แม้ว่าแพขนตาจะสั่นระริกด้วยความตื่นเต้นก็ตาม
"ถ้าพูดความจริง... แล้วทำไมก่อนหน้านี้ถึงทำเป็นปากแข็งนักล่ะครับ" รินทร์กัดริมฝีปากล่างเบาๆ เป็นนิสัยเวลาประหม่า "ปล่อยให้ผมต้องคอยตามเช็ดตามล้างกับปัญหาของคุณอยู่ได้ตั้งนาน"
"ก็เพราะกลัว..." ครามยอมรับเสียงแผ่ว ดวงตาคมกริบที่เคยแข็งกร้าวมาตลอดชีวิต บัดนี้กลับสะท้อนความอ่อนโยนและความหวาดกลัวลึกๆ ที่มีเพียงรินทร์เท่านั้นจะได้เห็น "เด็กแสบอย่างคุณ ทั้งดื้อ ทั้งพยศ ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร... ถ้าผมเผลอใจรักคุณเข้าจริงๆ แล้วคุณเกิดอยากบินหนีผมไปล่ะครับ? คนอย่างครามจะเอาอะไรมารั้งคุณไว้"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของมาเฟียผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน ทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง รินทร์นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นมาในอกจนขอบตาร้อนผ่าว เขาไม่คิดว่าผู้ชายที่หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีคนนี้ จะมีความรู้สึกที่ไม่มั่นคงในเรื่องของหัวใจเหมือนกัน
รินทร์ยกมือขึ้นแตะอกแกร่งของอีกฝ่ายสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วไม่แพ้กัน ดวงตาคู่สวยมองตรงเข้าไปในดวงตาของครามด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นมานาน
"คนโง่..." รินทร์พึมพำเสียงเบา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ถ้าผมอยากจะไป... ผมคงไม่ยอมเอาตัวเองเข้ามาพัวพันกับเรื่องบ้าๆ ของคุณตั้งแต่แรกหรอกครับ คุณคราม"
ครามชะงักไปนิด ก่อนที่นัยน์ตาคมจะทอประกายความยินดีระ28วาวขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด มือหนารั้งเอวบางเข้ามาประชิดตัวจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน แรงดึงดูดมหาศาลทำให้โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เหลือเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่ใกล้กัน
"งั้นหมายความว่า..." ครามกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มพร่าสั่นระริกด้วยความตื่นเต้น "คุณยอมรับแล้วสินะครับว่า..."
"ผมไม่ได้พูดนะ..." รินทร์ยังคงแกล้งเชิดหน้าขึ้น แม้ใบหน้าจะแดงก่ำลามไปถึงใบหู "คุณพูดเองต่างหากเล่า"
"ปากแข็งไม่เปลี่ยนเลยนะครับ" ครามหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เป็นเสียงหัวเราะที่อบอุ่นและมีเสน่ห์ที่สุดเท่าที่รินทร์เคยได้ยินมา "แต่ไม่เป็นไร... ต่อให้คุณไม่พูด ออกมาจากปากตัวเอง ผมก็จะใช้การกระทำนี่แหละเป็นคำตอบแทน"
สิ้นคำพูดนั้น ครามก็โน้มใบหน้าลงมาประกบเรียวปากลงบนกลีบปากนุ่มของเด็กหนุ่มทันที ไม่มีช่องให้ปฏิเสธ ไม่มีจังหวะให้หลบหนี สัมผัสแรกนุ่มนวลและลึกซึ้ง ก่อนจะค่อยๆ เพิ่มความเร่าร้อนและเรียกร้องมากขึ้นตามแรงอารมณ์ที่อัดอั้นมานาน รินทร์เผลอครางแผ่วในลำคอ มือเรียวขยุ้มเสื้อเชิ้ตสีดำของอีกฝ่ายแน่นเพื่อยึดเหนี่ยว ร่างกายร้อนรุ่มขึ้นทีละน้อยท่ามกลางบรรยากาศแสนหวานที่โอบล้อมทั้งคู่เอาไว้ในค่ำคืนนี้
นี่คือวินาทีที่หัวใจสองดวงเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างแท้จริง ไม่มีช่องว่าง ไม่มีกำแพงแห่งความหวาดระแวงอีกต่อไป มีเพียงความรู้สึกที่โหยหากันและกันมาเนิ่นนาน
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากกำลังจะผละออกจากกันอย่างอ้อยอิ่ง เพื่อรับเอาออกซิเจนเข้าปอด เสียงสัญญาณเตือนภัยดิจิทัลจากหน้าประตูกระจกนิรภัยของห้องทำงานก็ดังขึ้น "ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!" ตามด้วยเสียงระบบปลดล็อกอัตโนมัติที่ดังชัดเจนในความเงียบ
ครามขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขายังไม่ยอมผละออกทันทีจนกระทั่งประตูห้องเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นร่างของลูกน้องคนสนิทที่ยืนหน้าซีดเผือด หอบหายใจโยนเอกสารในมือลงบนโต๊ะด้วยความตื่นตระหนก
"นายครับ! แย่แล้วครับ... ทางโกดังใหญ่ฝั่งท่าเรือโดนลอบโจมตี กลุ่มคนของธันวาพาคนบุกเข้าไปเผาสินค้าล็อตใหญ่ของเราเสียหายหมดแล้วครับ!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง สนับสนุน และส่งกำลังใจให้ครามกับรินทร์กันมาโดยตลอดนะครับ ดาร์กไนท์
คุณหนูครับ... อย่าดื้อกับผม•ตอนที่ 29
วินาทีที่หัวใจตรงกัน
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... อย่าดื้อกับผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!