ทัณฑ์คืนชีพ: อดีตภรรยาขยี้หัวใจอดีตสามี•ตอนที่ 9

กลิ่นอายความพ่ายแพ้

ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
เสียงปรบมือในห้องประชุมใหญ่ของโรงแรมหรูใจกลางมหานครดังขึ้นราวกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจของใครบางคน... รินรดาก้าวออกมาจากโพเดียมด้วยท่าทีสง่างาม ชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทขับเน้นเรือนร่างระหงให้ดูทรงอำนาจและเยือกเย็น แววตาภายใต้กรอบแว่นกันแดดแฟชั่นซ่อนความสะใจไว้อย่างมิดชิด เธอปรายตามองไปยังชายหนุ่มที่นั่งอยู่แถวหน้าสุด—ศิลา อดีตสามีผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี บัดนี้ เขากำลังนั่งตัวแข็งทื่อ ใบหน้าคมคายซีดเผือดราวกับไร้ซึ่งเลือดหล่อเลี้ยง นัยน์ตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง บัดนี้เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกและไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง โครงการอสังหาริมทรัพย์มูลค่าหลายหมื่นล้านที่ตระกูลของศิลาทุ่มเททรัพยากรและเวลามาเกือบปี หลุดลอยไปอยู่ในกำมือของ 'บริษัทของเธอ' อย่างหมดรูป "ยินดีด้วยนะคะคุณรินรดา ข้อเสนอของคุณเฉียบขาดจนคณะกรรมการปฏิเสธไม่ลงจริงๆ" เสียงทุ้มต่ำของตัวแทนคณะกรรมการเอ่ยชม พร้อมกับรอยยิ้มที่เป็นมิตร ทว่าสำหรับศิลาแล้ว มันคือเสียงกรีดแทะเนื้อหนังให้หลุดล่อนทีละน้อย "ขอบคุณค่ะ ทางเรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาโครงการนี้ให้พลิกโฉมวงการ และแน่นอนว่า... เราจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำเสียงนั้นทรงพลังและก้องกังวลไปทั่วห้องประชุม สายตาของเธอปะทะเข้ากับสายตารุ่มร้อนและเจ็บปวดของศิลาพอดิบพอดี รินรดายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันงดงามและสะใจจนทำให้หัวใจของศิลาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขาพ่ายแพ้... พ่ายแพ้ให้กับผู้หญิงคนที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งให้ออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย พ่ายแพ้ให้กับหยาดน้ำตาและคราบเลือดในอดีตที่เธอกลืนกินมันเข้าไปเพื่อสร้างเกราะป้องกันตัวเองขึ้นมาใหม่ แข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้า และเย็นชาตอกย้ำความไร้ค่าของเขาในวันนี้ ศิลากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ฝ่ามือหนากำเข้าหากันจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความอัปยศอดสูที่กำลังกัดกินวิญญาณ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวฉับๆ ออกจากห้องประชุมทันทีโดยไม่สนสายตาใคร เพราะเขารู้ดีว่าหากอยู่ต่อนานกว่านี้ เขาอาจจะควบคุมสติไม่อยู่ รินรดามองตามแผ่นหลังกว้างที่เคยดูค้ำฟ้าแต่บัดนี้กลับโค้งงอลงเล็กน้อยด้วยความพ่ายแพ้ เธอยกมือขึ้นจัดปกเสื้อสูทของตนเองอย่างใจเย็น ก่อนจะเดินเลี่ยงออกมาทางระเบียงด้านนอกเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ ทว่า... ความเงียบสงบของระเบียงกลับถูกรบกวนด้วยเงาร่างสูงใหญ่ที่คุ้นเคย แรงกระชากที่ข้อแขนไม่เบานักทำให้รินรดาต้องหันขวับ เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากต่อว่า ศิลาก็รวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูก แผ่นหลังของเธอแนบชิดกับผนังกระจกเย็นเฉียบ ขณะที่ร่างหนาบดFบเข้ามาปิดกั้นทางหนีทีไล่ทั้งหมด "คุณเสียสติไปแล้วหรือไงคะคุณศิลา!" รินรดาตวาดเสียงต่ำ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธกรุ่น เธอพยายามดันอกแกร่งออกห่าง แต่เขากลับยิ่งกักขังเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก "ใช่... ผมมันเสียสติไปแล้วจริงๆ ตั้งแต่วันที่คุณเดินออกไปจากชีวิตผม รินรดา!" ศิลาคำรามลอดไรฟัน เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย ดวงตาคู่คมแดงก่ำเต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวลึกที่เขาไม่คิดว่าจะได้สัมผัสอีก "คุณทำแบบนี้ทำไม... แย่งทุกอย่างไปจากผม ยังไม่สะใจพออีกใช่ไหม!" "สะใจเหรอคะ?" รินรดาย้อนถาม เสียงหัวเราะในลำคอของเธอบาดลึกหัวใจคนฟังยิ่งกว่ามีดโกน เธอมองหน้าเขาด้วยแววตาสมเพชเวทนา "คุณคิดว่าฉันทำทั้งหมดนี่เพราะความแค้นเหรอคะ? เปล่าเลย... ฉันแค่ทำธุรกิจ ฉันแค่ทวงคืนสิ่งที่ควรจะเป็นของฉันในวันที่คุณเคยเหยียบย่ำมันต่างหาก อย่าสำคัญตัวผิดนักเลยค่ะว่าคุณยังมีค่าพอให้ฉันต้องลงทุนแก้แค้นด้วยความอาฆาตมาดร้าย" คำพูดนั้นราวกับลูกศรอาบยาพิษที่ปักเข้ากลางใจศิลาอย่างจัง ความโกรธระคนความโหยหาพลุ่งพล่านอยู่ในอก เขาไม่สนคำปฏิเสธใดๆ อีกต่อไป ความอดทนที่พังทลายทำให้สัญชาตญาณดิบเถื่อนเข้าครอบงำ ศิลาโน้มใบหน้าลงมาประกบเรียวปากหยักเข้ากับริมฝีปากอิ่มของเธอทันทีอย่างเอาแต่ใจ รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธ้ารีบเม้มปากแน่นและพยายามสะบัดหน้าหนี แต่มีหรือที่แรงผู้หญิงจะสู้แรงของชายหนุ่มผู้กำลังคลุ้มคลั่งด้วยพิษรักและพิษแค้นได้ ศิลาใช้มือข้างหนึ่งตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือหัวด้วยมือเดียว ส่วนมืออีกข้างประคองท้ายทอยบังคับให้เธอน้อมรับสัมผัสอันเร่าร้อนและดุดัน รสจูบในคราแรกเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว บังคับขู่เข็ญ และเรียกร้อง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเว้าวอนและโหยหาอย่างลึกซึ้ง ลิ้นร้อนแทรกซึมเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปาก นุ่มนวลแต่เร่าร้อนจนร่างบางสั่นสะท้าน ความรู้สึกคุ้นเคยจากอดีตไหลทะลักเข้ามาปะทะหัวใจจนรินรดาเผลอครางแผ่วในลำคอด้วยความวาบหวามที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอด ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดกันและกันทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ ศิลาผละริมฝีปากออกนิดเพื่อให้เธอได้สูดอากาศ ทว่าสายตาที่เขามองเธอนั้นเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่แผดเผา "คุณเกลียดผมได้นะรินรดา... แต่คุณไม่มีวันลบสัมผัสของผมออกจากความทรงจำได้หรอก" เสียงกระซิบพร่าเลือนชิดริมฝีปากของเธอดังขึ้น พร้อมกับมือหนาที่เริ่มลูบไล้ต่ำลงมาตามโค้งเว้าของเอวคอด กิริยาร้อนแรงที่เปี่ยมด้วยเสน่หาทำให้รอดพ้นจากความเยือกเย็นที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาแทบไม่ไหว ในวินาทีที่รินรดากำลังจะเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสอันคุ้นเคยและอันตรายนั้น เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นใกล้กับมุมระเบียง พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นหูของบุคคลที่สามที่เอמהเรียกชื่อเธอ "คุณรินรดาครับ อยู่แถวนี้หรือเปล่า... เอ๊ะ!" ดนัย คู่แข่งทางธุรกิจและชายหนุ่มผู้กุมความลับบางอย่างไว้ ก้าวเลี้ยวเข้ามาที่ระเบียงและหยุดชะงักกึกเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า รอยเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายของดนัยทันที ขณะที่ศิลาผละออกจากรินรดาด้วยความหัวเสีย แต่ก่อนที่ศิลาจะได้เอ่ยปากไล่ ดนัยก็ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาหมุนวนในมือ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้บรรยากาศหนาวเยือกขึ้นมาทันที "ขอโทษด้วยนะครับที่ขัดจังหวะ แต่พอดีผมมี 'ข่าวดี' อีกเรื่องที่คิดว่าคุณศิลาคงอยากจะรู้... เกี่ยวกับเด็กชายตัวน้อยที่หน้าตาถอดแบบคุณเป๊ะคนนั้นน่ะครับ" รินรดาหน้าถอดสีทันที หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อได้ยินประโยคของดนัย ขณะที่ศิลาหันขวับกลับมามองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามค่ะ - เพลิงกุหลาบดำ
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์คืนชีพ: อดีตภรรยาขยี้หัวใจอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%