สถาปนิกไร้เงา ปะทะ จิตแพทย์ไร้ใจ•ตอนที่ 2

หน้ากากสีเทา

ผลงานโดย คนมองเมือง
“เฮ้ย! ใครอยู่ข้างบนนั้นวะ!” เสียงตะโกนห้าวเป้งของคนงานก่อสร้างดังสะท้อนก้องโครงสร้างคอนกรีตดิบเปลือยของตึกร้างใจกลางย่านธุรกิจ มันคือเศษซากอารยธรรมทุนนิยมที่ถูกทิ้งให้รอวันรื้อถอน แต่ในความวิกาลนี้ โครงสร้างเหล็กและปูนเปลือยกลับทำหน้าที่เสมือนเครื่องขยายเสียงธรรมชาติ รวิศยืนนิ่งสนิทอยู่บนชั้นแปด ลมเย็นยะเยือกพัดผ่านช่องหน้าต่างที่ยังไม่มีกระจกเข้ามาปะทะร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขน เขายังคงถือแปล, พิมพ์เขียวเก่าคร่ำคร่าอยู่ในมือซ้าย ขณะที่สายตาคมกริบกวาดมองลงไปยังเบื้องล่างผ่านช่องลิฟท์ที่มืดมิด ไม่มีเสียงตอบรับจากคนงานด้านล่างอีก มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวผ่านซี่โครงตึกคล้ายเสียงถอนหายใจของคนตาย รวิศขยับแว่นสายตาเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวสัมผัสกับรอยแตกร้าวบนผนังคอนกรีตด้วยความคุ้นเคย เขารู้จักตึกนี้ดีกว่าใคร—มันคืออนุสรณ์สถานแห่งความผิดพลาดในอดีตที่เขาเคยพยายามลบมันออกจากความทรงจำ ทว่า กลิ่นน้ำหอมราคาแพงจางๆ ที่ลอยปะปนมากับกลิ่นอับชื้นของปูนซีเมนต์ ทำให้เขารู้ตัวว่าไม่ได้อยู่ลำพังบนชั้นแปดนี้ “สถาปนิกที่เก่งกาจมักจะซ่อนตัวอยู่ในมุมที่มองเห็นทุกอย่าง แต่ไม่มีใครมองเห็นเขา... น่าสนใจดีนี่ครับ คุณรวิศ” น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความเยียบเย็นดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง เสาคอนกรีตต้นใหญ่บังร่างของเจ้าของเสียงไว้ครึ่งหนึ่ง รวิศไม่หันกลับไปทันที เขายังคงมองทัศนียภาพของเมืองหลวงยามค่ำคืนผ่านโครงเหล็ก ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับผู้บุกรุกยามวิกาล แสงไฟจากสนามก่อสร้างด้านนอกสาดส่องเข้ามาเป็นเงาทาบทับร่างของหญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้ม เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบไว้เป็นระเบียบเผยให้เห็นลำคอระหงและดวงตาคมปลาบที่ซ่อนความท้าทายไว้เบื้องหลังกรอบแว่นสายตาบางเฉียบ พิมพ์มาดา—จิตแพทย์สาวผู้เข้ามามีบทบาทในฐานะที่ปรึกษาโครงการประเมินผลกระทบทางสังคม ยืนกอดอกมองเขาด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา “คุณเข้ามาในเขตก่อสร้างอันตรายยามวิกาลอย่างไร้หมวกนิรภัย... ผิดกฎความปลอดภัยข้อที่สิบสองนะครับ คุณหมอพิมพ์มาดา” รวิศเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ซึ่งความประหลาดใจ พิมพ์มาดาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ชิดขึ้นทีละน้อย ส้นรองเท้ากระทบพื้นคอนกรีตเกิดเสียงก้องกังวาน เธอไล่สายตามองรอยแยกบนผนังที่รวิศเพิ่งสัมผัสครู่ใหญ่ ก่อนจะเงยหน้าสบตากับเขาตรงๆ “ฉันคงต้องขอบคุณความปลอดภัยขั้นพื้นฐานของคุณ ที่ทำให้ฉันเดินขึ้นมาถึงชั้นแปดโดยไม่ตกลงไปตายเสียก่อน” เธอยิ้มมุมปาก “แต่ดูเหมือนว่า คนที่น่าเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยทางจิตใจ น่าจะเป็นคุณมากกว่านะ... สถาปนิกผู้สร้างตึกเพื่อกักขังวิญญาณตัวเอง” บทสนทนาหยุดชะงักลงเพียงเสี้ยววินาที ทว่ามวลอากาศรอบตัวกลับอัดแน่นไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยา ทั้งคู่ยืนประจันหน้ากันในระยะห่างที่ไม่ถึงสามก้าว ระยะห่างที่คนแปลกหน้าทั่วไปไม่ยอมให้เกิดขึ้น แต่สำหรับพวกเขามันคือพื้นที่ทดสอบความอดทนและชั้นเชิงทางความคิด รวิศหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาเกลียดการถูกอ่านใจ ยิ่งเป็นคนที่อ่านเกมขาดอย่างพิมพ์มาดายิ่งอันตรายต่อความสงบในจิตใจที่เขาพยายามสร้างขึ้นมานานนับปี “คุณมาทำอะไรที่นี่ ดึกดื่นแบบนี้โครงการยังไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าสำรวจ” รวิศเปลี่ยนเรื่อง ดึงบทสนทนากลับสู่ความเป็นมืออาชีพ “ฉันมาทำหน้าที่ของฉันครับ” พิมพ์มาดาตอบทันควัน น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบคมราวกับใบมีดที่ถูกลับมาอย่างดี “ในฐานะที่ปรึกษาโครงการประเมินผลกระทบทางสังคม ฉันมีหน้าที่ต้องเข้าใจ ‘รากเหง้า’ ของตึกหลังนี้ก่อนที่มันจะถูกทุบทำลายทิ้งเพื่อสร้างคอนโดมิเนียมหรูหราให้พวกนายทุน... และฉันก็รู้มาว่า สถาปนิกผู้ออกแบบโครงสร้างเดิม ปฏิเสธที่จะร่วมมือกับทีมวิศวกรชุดใหม่มาโดยตลอด จนกระทั่งคืนนี้” เธอหยุดเดินเมื่อเข้าใกล้รวิศในระยะที่เอื้อมมือถึง ดวงตาคู่นั้นกวาดสำรวจใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าของเขา ราวกับกำลังผ่าตัดเปิดสมองเพื่อตรวจดูความคิดทีละส่วน “คุณกลัวอะไรหรือครับ คุณรวิศ? กลัวว่าซากปรักหักพังนี้จะบอกความจริงอะไรบางอย่างที่คุณพยายามกลบฝังไว้ใต้พรมมาตลอดสิบปีงั้นหรือ?” คำถามนั้นไม่ใช่คำถามธรรมดา แต่มันคือการแทงสวนเข้าที่จุดเปราะบางที่สุดในใจของสถาปนิกหนุ่ม รวิศรู้สึกได้ถึงเลือดที่สูบฉีดแรงขึ้นบริเวณขมับ มือที่ถือแปลนพิมพ์เขียวเผลอกำแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ แต่ใบหน้าของเขายังคงนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อน “คุณเข้าใจผิดแล้ว คุณหมอ...” รวิศก้าวเข้าไปประชิดเธอหนึ่งก้าว จนพิมพ์มาดาต้องเงยหน้าขึ้นมองเขาเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นฝุ่นปูนสร้างบรรยากาศที่ประหลาดล้ำ “ตึกหลังนี้ไม่ได้กักขังวิญญาณใคร... มันเป็นแค่กลุ่มก้อนของเหล็กและปูนที่คำนวณสัดส่วนผิดพลาดไปจากความเป็นจริงก็เท่านั้นเอง ไม่มีอะไรลึกซึ้งอย่างที่คุณพยายามจะวิเคราะห์หรอกครับ” “งั้นเหรอคะ...” พิมพ์มาดาใช้คำว่า ‘คะ’ เป็นครั้งแรกเพื่อจงใจทดสอบปฏิกิริยา หรือบางทีเธออาจจะแค่หลุดปาก แต่นั่นก็ทำให้คิ้วของรวิศกระตุกเล็กน้อย “ถ้ามันเป็นแค่ความผิดพลาดทางคณิตศาสตร์ธรรมดา ทำไมคุณถึงยังเดินกลับมาที่นี่ในคืนที่ฝนทำท่าจะตก และไม่มีคนงานคนไหนกล้าเดินขึ้นมาเกินชั้นห้าล่ะคะ?” เธอยื่นมือเรียวบางออกไปแตะเบาๆ บนกระดาษพิมพ์เขียวในมือของเขา ปลายนิ้วของเธอเฉียดผ่านนิ้วมือของรวิศเพียงนิดเดียว แต่กระแสไฟแปลกประหลาดกลับแล่นปราดไปทั่วร่างของเขาทั้งคู่ เป็นความเยือกเย็นที่ร้อนรุ่มในคราเดียวกัน “คนงานข้างล่างพูดกันหนาหูว่า พวกเขาได้ยินเสียงกระซิบ... เสียงเด็กผู้หญิงร้องเรียกชื่อสถาปนิกจากโถงบันไดหนีไฟชั้นเจ็ด” พิมพ์มานากระซิบแผ่วเบา น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นจริงจังจนน่าขนลุก “และฉันก็มั่นใจว่า... คุณเองก็ได้ยินมันเช่นกัน” รวิศนิ่งเงัดไป ดวงตาคมกราบมองหน้าจิตแพทย์สาวนิ่งนาน เขาไม่ได้ปฏิเสธทันทีเหมือนทุกครั้ง นั่นทำให้พิมพ์มาดารู้ว่าเธอกำลังเดินมาถูกทาง ก่อนที่ใครจะได้เอื้อnวาจาเชือดเฉือนใดๆ เพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นจากบันไดหนีไฟด้านหลังเสาคอนกรีต เสียงนั้นก้าวเข้ามาทีละก้าว... สองก้าว... และหยุดลงที่หน้าประตูทางเข้าชั้นแปดพอดิบพอดี ทั้งรวิศและพิมพ์มาดาหันขวับไปมองพร้อมกันโดยสัญชาตญาณ ความมืดมิดในโถงบันไดปกคลุมจนมองไม่เห็นตัวคน ทว่าแสงไฟฉุกเฉินสีส้มกะพริบติดๆ ดับๆ เผยให้เห็นเงาตะคุ่มของใครบางคนกำลังยืนขวางทางออกเดียวของพวกเขาไว้ และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... บนพื้นคอนกรีตหน้าประตูนั้น มีแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าตกอยู่ พร้อมกับรอยหยดของน้ำสีแดงสดที่ยังคงไหลซึมลงตามร่องปูนอย่างช้าๆ รวิศก้าวเข้าไปบังหน้าพิมพ์มาดาโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการป้องกันตัวตื่นขึ้นเต็มพิกัด เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเงาดำนั้นขยับเคลื่อนไหว “ใครวะ...” รวิศตะโกนถามเสียงต่ำ เงาร่างนั้นค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืด เผยให้เห็นรอยยิ้มบิดเบี้ยวที่มุมปากของชายแปลกหน้าในชุดช่างก่อสร้างเปื้อนคราบเลือด พร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือที่เปิดกว้าง... และภาพถ่ายใบหน้าของรวิศในวัยเด็กที่ถูกกากบาทด้วยสีแดงฉานทุกแผ่น! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดนี้ร่วมกันครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงา ปะทะ จิตแพทย์ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%