“คุณกำลังมองหาอะไรกันแน่ รวิศ... โครงสร้างที่พังทลาย หรือความจริงที่พังไปแล้ว?”
น้ำเสียงของพิมพ์มาดาราบเรียบ แฝงความเยาะหยันเล็กน้อยในลำคอ เธอขยับแว่นสายตากรอบบางท่ามกลางความมืดมิดของโถงอาคารร้างที่มีเพียงแสงจากไฟฉายคาดหัวของรวิศวาดผ่านไปมา เสียงรองเท้าส้นสูงของเธอกระทบพื้นปูนเปลือยดังกังวานเป็นจังหวะที่น่ารำคาญใจสำหรับสถาปนิกที่ต้องการความเงียบสงัด
รวิศไม่ได้หันกลับไปมอง เขาหยุดยืนอยู่หน้าเสาคอนกรีตต้นใหญ่ที่ถูกเจาะทะลวงจนเห็นเหล็กเส้นข้างใน นิ้วมือของเขาสัมผัสไปตามรอยแตกร้าวด้วยความถนุถนอมราวกับกำลังอ่านอักษรเบรลล์ที่ซ่อนความลับของตึกนี้ไว้
“ผมไม่ได้มองหาความจริงหรอกครับพิมพ์มาดา... ความจริงน่ะมันตายไปตั้งแต่วันที่ตึกนี้หยุดก่อสร้างแล้ว สิ่งที่ผมกำลังหาคือ ‘รอยนิ้วมือ’ ของคนออกแบบ” รวิศเอ่ยตอบโดยไม่ละสายตาจากคานเหล็ก “คนคนนั้นจงใจวางโครงสร้างให้เกิดอาการล้าของวัสดุ (Material Fatigue) ในจุดที่มองไม่เห็น มันไม่ใช่ความผิดพลาด แต่มันคือ ‘การฆาตกรรมทางวิศวกรรม’”
พิมพ์มาดาเดินเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของเธอปะทะกับกลิ่นปูนเก่าและฝุ่นละอองในอากาศ “การฆาตกรรมต้องมีแรงจูงใจ สถาปนิกที่ฉลาดพอจะสร้างรอยร้าวแบบนี้ได้ ย่อมต้องรู้ดีว่าวันหนึ่งมันจะถล่มลงมาทับหัวตัวเอง... หรือว่าเขาต้องการให้มันถล่มตั้งแต่วันแรก?”
รวิศชะงัก นิ้วของเขาสัมผัสเข้ากับบางอย่างที่ฝังอยู่ในปูน มันคือเศษโลหะชิ้นเล็กๆ ที่ถูกฉาบปิดทับไว้อย่างแนบเนียน เขาใช้คัตเตอร์พกพาค่อยๆ ขูดเศษปูนออกอย่างใจเย็น แสงไฟจากไฟฉายสะท้อนวับกับวัตถุนั้น
เขาส่งผลลัพธ์ให้พิมพ์มาดาดูด้วยสายตาที่เย็นเยียบ
มันคือเหรียญตราโลหะรูป ‘วงเวียนสถาปนิก’ ที่หักครึ่ง ตรงตามสัญลักษณ์ที่เขาพบในไฟล์ลับของบริษัทคู่แข่งไม่มีผิดเพี้ยน
“ตลกดีนะ” พิมพ์มาดากระซิบ น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อย ความสนอกสนใจในฐานะนักจิตวิทยาถูกแทนที่ด้วยความระแวดระวัง “นี่ไม่ใช่แค่การทำลายชื่อเสียงคู่แข่ง แต่มันคือการทิ้งลายเซ็นไว้ในที่เกิดเหตุ... คนที่ทำแบบนี้ไม่ได้ต้องการแค่ชนะการประมูล แต่มันต้องการประกาศสงครามกับ ‘อุดมการณ์’ ของคุณโดยเฉพาะ”
รวิศดึงเศษเหรียญนั้นออกมาแล้วพินิจด้วยความเงียบเชียบ “คนที่มั่นใจขนาดทิ้งหลักฐานไว้แบบนี้ มีเพียงสองประเภทครับ คือคนโง่ที่หลงระเริงในอำนาจ กับคนที่กุมความลับบางอย่างที่ใหญ่กว่านั้นจนคิดว่าไม่มีใครกล้าแตะต้อง”
“แล้วคุณล่ะ รวิศ?” พิมพ์มาดาโน้มตัวเข้ามาใกล้จนเห็นเงาสะท้อนในดวงตาของเขา “คุณคือประเภทไหน? คนที่กำลังปกป้องจริยธรรม หรือคนที่กำลังหลอกตัวเองว่าการรื้อฟื้นเรื่องนี้จะทำให้อดีตที่พังทลายของครอบครัวคุณกลับมาดีขึ้น?”
รวิศนิ่งไปชั่วครู่ ลมหายใจของเขาหนักหน่วงขึ้น เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่กลับส่องไฟไปที่ผนังด้านหลังเสาต้นนั้น แสงไฟเผยให้เห็นภาพร่าง (Blueprint) ที่ถูกวาดด้วยถ่านไว้บนผนังปูนดิบๆ มันไม่ใช่แบบแปลนทั่วไป แต่มันคือโครงสร้างของโครงการพันล้านที่เขากำลังรับผิดชอบอยู่ตอนนี้!
ทุกเส้นสายถูกลากผ่านจุดอ่อนของโครงสร้างเดิม เหมือนแผนที่การวางระเบิดที่รอเวลาปะทุ
“พวกเขาไม่ได้แค่จะเอาชนะโครงการนี้” รวิศกัดฟันแน่น “พวกเขาต้องการให้ตึกที่ผมจะสร้าง กลายเป็นสุสานของคนนับพันเหมือนที่นี่”
ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ จากรองเท้าบูทหลายคู่ก็ดังขึ้นจากชั้นบนของอาคาร เสียงเหล็กกระทบกันบ่งบอกว่ามีคนจำนวนหนึ่งกำลังลงมาหาพวกเขา และเสียงวิทยุสื่อสารที่แทรกเข้ามาในความเงียบกลับไม่ใช่เสียงของรปภ. แต่มันคือเสียงหัวเราะทุ้มต่ำของชายที่รวิศคุ้นเคยดี
“สถาปนิกไร้เงา... คุณเดินเข้ามาในกับดักที่ออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะแล้วนะครับ”
เสียงนั้นดังมาจากความมืดด้านหลังเสา รวิศคว้าแขนพิมพ์มาดาไว้แน่นแล้วดึงหลบเข้าหลังกำแพง พิมพ์มาดาสบตาเขาสั้นๆ ก่อนจะหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันไม่ใช่เครื่องมือแพทย์ แต่มันคือปืนพกสั้นที่เงียบเชียบจนน่าตกใจ
ทั้งคู่สบตากันด้วยความเข้าใจโดยไม่ต้องพูดอะไร ความเป็นศัตรูในใจถูกพักไว้ชั่วคราว เหลือเพียงสัญชาตญาณของการเอาตัวรอดจาก ‘คนเบื้องหลัง’ ที่เพิ่งก้าวออกมาจากเงามืดพร้อมกับอาวุธในมือที่ชี้ตรงมายังพวกเขา!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความมืดมิดไปพร้อมกับ "คนมองเมือง" นะครับ
สถาปนิกไร้เงา ปะทะ จิตแพทย์ไร้ใจ•ตอนที่ 4
ความจริงในอาคารร้าง
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงา ปะทะ จิตแพทย์ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!