รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ•ตอนที่ 23

ความโกรธแค้นของกวี

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
"นั่นหรือคือสิ่งที่เจ้าเรียกมันว่า ‘ศิลปะ’ อคิน? การเอาเลือดของคนบริสุทธิ์มาเขียนลงบนกระดาษสาเพียงเพื่อสนองความทะเยอทะยานของตัวเอง นี่หรือคือวิถีของกวีที่เจ้าพร่ำบอกว่ามีจิตวิญญาณสะอาดบริสุทธิ์!" เสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนแผ่นหลังของอคิน เขาไม่ได้หันไปมองเธอ มือที่สั่นเทาของเขากำปากกาขนนกจนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด บนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยรอยหมึกกระเซ็น บันทึกประจำตระกูลที่ควรจะเป็นสิ่งล้ำค่ากลับกลายเป็นหลักฐานความพ่ายแพ้ของเขา อคินสูดลมหายใจลึก กลิ่นอายของกระดาษเก่าและกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหมึกที่รินรดาชอบใช้มันคลุ้งอยู่ในห้อง บีบคั้นหัวใจจนเขาแทบหายใจไม่ออก เขานิ่งเงียบไปนานเกินกว่าจะเรียกได้ว่าเป็นความสงบ มันคือความแตกสลายที่กำลังก่อตัวเป็นพายุ "ความศรัทธามันไม่มีราคาหรอกรินรดา" เขาเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าและต่ำลึกจนแทบจะกลืนหายไปกับความมืด "ถ้าข้าไม่ยอมรับมัน... ถ้าข้าไม่ยอมทำให้ตัวอักษรเหล่านี้มีชีวิตด้วยความเจ็บปวด สิ่งที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ก็จะเป็นเพียงซากกระดาษที่ไร้ค่าในหอจดหมายเหตุของเจ้าเท่านั้น" "เจ้าไม่ได้ทำให้มันมีชีวิต เจ้ากำลังสังหารมัน!" รินรดาก้าวเข้ามาใกล้ แสงเทียนที่วูบไหวสะท้อนแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและร่องรอยน้ำตา "อคินมองดูมือตัวเองสิ เจ้ากวีผู้มีสัมผัสพิเศษ... สัมผัสที่เจ้าใช้กระชากวิญญาณคนอื่นมาเป็นเชื้อเพลิงในบทกวีของตัวเอง เจ้าไม่ต่างอะไรกับจอมมารที่เจ้าเคยสาบานว่าจะทำลายมัน!" อคินแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความขมขื่น เขาหันกลับมามองเธอ ดวงตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่ซ่อนเร้นมานาน ความโกรธแค้นที่เขามีต่อโชคชะตา ต่อตระกูล และต่อตัวเขาเองที่อ่อนแอเกินกว่าจะต้านทานแรงดึงดูดของถ้อยคำที่สาปแช่ง "เจ้าคิดว่าข้าเลือกได้งั้นหรือ?" เขาตะคอก สองมือปัดข้าวของบนโต๊ะกระจัดกระจาย สมุดบันทึกเล่มหนาตกสู่พื้น เสียงดังกังวานในความเงียบ "อำนาจของตระกูลเราไม่ใช่พรสวรรค์ มันคือโซ่ตรวน! ทุกบทกวีที่ข้าเขียน ทุกถ้อยคำที่ข้าอ่านผ่านความทรงจำเหล่านั้น มันไม่ใช่ของข้า แต่มันคือเสียงกรีดร้องของคนที่ตายไปแล้วที่สั่งให้ข้าต้องทำ! เจ้าอยู่ในหอจดหมายเหตุ เจ้าเป็นเพียงผู้รักษาหนังสือ แต่ข้า... ข้าคือผู้ต้องรับโทษทัณฑ์ของถ้อยคำเหล่านั้น!" เขาทรุดลงกับเก้าอี้ไม้เก่า ความรู้สึกว่างเปล่าประดังเข้ามาแทนที่ความโกรธเกรี้ยว ความศรัทธาในตัวเองที่เคยเป็นแสงสว่างเดียวในชีวิตบัดนี้กลับมืดมิดสนิท อคินรู้สึกเหมือนคนพายเรือกลางมหาสมุทรที่ไม่มีดาวนำทาง บทกวีที่เขารักมาตลอดชีวิตกลายเป็นสัตว์ร้ายที่กินกัดกินจิตวิญญาณเขาช้าๆ รินรดาไม่ได้โต้ตอบ เธอเดินเข้ามาใกล้แล้ววางมือลงบนไหล่ที่สั่นเทาของเขา สัมผัสที่แผ่วเบานั้นกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกแผดเผา "ถ้ามันคือโซ่ตรวน ทำไมเจ้าไม่ยอมหักมันทิ้งเสียล่ะ?" รินรดากระซิบ น้ำเสียงของเธอกลับมาอ่อนโยน ทว่าหนักแน่นจนน่ากลัว "จงทิ้งปากกานั่นเสีย จงเลิกเขียน แล้วเจ้าจะเป็นเพียงคนธรรมดา... คนที่ข้าสามารถรักได้โดยไม่ต้องกลัวว่าในวันหนึ่งเจ้าจะกลายเป็นปีศาจ" อคินเงยหน้าขึ้นมองเธอ นัยน์ตาของเขาสั่นระริก คำว่า ‘รัก’ กระแทกเข้ากลางใจจนเขาแทบหยุดหายใจ แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงกระซิบที่แว่วมาจากมุมมืดของห้อง—เสียงที่ไม่ได้มาจากมนุษย์ แต่มาจากหยาดน้ำค้างที่ค้างอยู่บนกระดาษอาคมบนพื้น—ก็ดังแทรกขึ้นมา *‘หากเจ้าหยุด... เลือดที่จารึกไว้จะย้อนกลับมาหาเจ้า’* อคินผงะถอยหลัง เขาผลักรินรดาออกห่างโดยไม่ตั้งใจ สายตาของเขาเบนไปที่มุมห้อง ความมืดมิดที่นั่นเริ่มขยับเขยื้อน ราวกับมีเงาร่างของกวีผู้ล่วงลับที่เขาสังหารด้วยถ้อยคำกำลังก้าวออกมา "รินรดา... ออกไป" เขาเสียงสั่น "อคิน? เจ้าเป็นอะไรไป!" "ข้าบอกให้ออกไป! เจ้าไม่เข้าใจหรือไงว่าข้าไม่ได้เป็นเจ้าของร่างนี้อีกต่อไปแล้ว!" อคินคว้าปากกาขึ้นมาอีกครั้ง มือของเขาสั่นจนหยดหมึกสีดำสนิทหยดลงบนพื้นหินราวกับเลือดที่ไม่มีวันแห้งเหือด ในวินาทีนั้น ประตูห้องทำงานที่ปิดสนิทอยู่ก็ถูกกระชากเปิดออกโดยแรงลมที่ไม่ควรมีอยู่จริง ร่างในชุดคลุมสีเทาเก่าคร่ำคร่าก้าวเข้ามาโดยไร้สุ้มเสียง ใบหน้าของเขาถูกบดบังด้วยฮู้ดทว่าไอความเย็นที่แผ่ออกมาทำให้รินรดาทรุดเข่าลงกับพื้น อคินเบิกตากว้างเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมือของผู้มาเยือน... มันไม่ใช่ศาสตราอาวุธ แต่เป็นบันทึกเล่มที่สาบสูญที่เขาเคยทิ้งไปเมื่อหลายปีก่อน "เจ้าคิดว่าเจ้าลบล้างบาปได้ด้วยการทิ้งมันไปอย่างนั้นหรือ อคิน?" ผู้มาเยือนเอ่ยขึ้น เสียงนั้นเป็นเสียงของอคินเอง... เสียงของเขาเมื่อสิบปีก่อนตอนที่ยังไร้เดียงสา "ถึงเวลาที่เจ้าต้องอ่านความทรงจำของตัวเองเสียที... ว่าทำไมเจ้าถึงกลายเป็นกวีที่ต้องสังหารผู้บริสุทธิ์เพื่อรักษาอำนาจของตระกูลไว้" รินรดากรีดร้องออกมาเมื่อเห็นเงาสีดำในห้องพุ่งเข้าหาอคิน อคินตระหนักได้ในเสี้ยววินาทีนั้นว่าศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดไม่ใช่ใครอื่น แต่คืออดีตที่เขาจงใจลบเลือนด้วยความศรัทธาที่จอมปลอม ความจริงกำลังจะถูกเปิดเผยในบทต่อไปที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่อาจหลีกหนีได้อีกต่อไป ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามการเดินทางของอคินผ่านความมืดมิดและแสงสว่างในตอนที่ 23 นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ บทกวีใต้ร่มเงา
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%