รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ•ตอนที่ 4

การพบกันที่ไร้ถ้อยคำ

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
"ปล่อยมือเสียเถอะริน... การตายในจินตนาการไม่ได้ทำให้เราหลุดพ้นจากความเป็นจริง" อคินเค้นเสียงผ่านไรฟัน เขาพยายามขืนแขนที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยฝ่ามือเย็นเฉียบของหญิงสาว แรงบีบนั้นหนักหน่วง ราวกับเธอไม่ได้กำลังจับแขนคน แต่กำลังยึดเหนี่ยวเศษเสี้ยวสุดท้ายของโลกที่กำลังล่มสลาย หอจดหมายเหตุโบราณที่รายล้อมไปด้วยม้วนกระดาษสีเหลืองกรอบและกลิ่นอายของหมึกแห้งกรังดูจะแคบลงถนัดตาเมื่อประโยคเมื่อครู่ของรินรดายังคงก้องสะท้อน รินรดาไม่ยอมปล่อย ดวงตาเรียวสวยภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงกลมนั้นฉายแวววาวโรจน์ราวกับเศษแก้วที่กระทบแสงเทียน เธอไม่ได้มองหน้าเขา แต่มองทะลุไปถึงเบื้องหลังความรู้สึกที่อคินพยายามปกปิด "ความตายในเส้นเวลาอื่น... คือการมีชีวิตอยู่ของเศษเสี้ยวบทกวีที่ถูกสาป" เธอเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่ทว่าสั่นเครือ "อคิน นายอ่านบันทึกเล่มนั้นแล้ว นายรู้ดีกว่าใครว่าอักษรไม่ได้มีไว้เพื่อบันทึกเหตุการณ์ แต่มันมีไว้เพื่อกักขังวิญญาณ... และเราสองคนกำลังจะถูกขังรวมไปกับมัน" อคินหยุดชะงัก ลมหายใจสะดุด ความเย็นเยียบแล่นผ่านสันหลังเมื่อเขาเห็นรอยหมึกสีดำสนิทค่อยๆ ซึมออกมาจากปลายนิ้วของรินรดาที่แตะแขนเขา มันไม่ใช่รอยหมึกธรรมดา แต่มันคือตัวอักษรโบราณที่ขยับเขยื้อนราวกับมีชีวิต พวกมันกำลังกัดกินผิวหนังของเธอและกำลังจะลามมาถึงตัวเขา เขาสะบัดแขนออกอย่างแรงจนรินรดาเซไปปะทะกับชั้นหนังสือไม้โอ๊คเก่าคร่ำ เสียงกระดาษร่วงหล่นดังสนั่นราวกับเสียงกระดูกแตกหักในความเงียบงัน "เธอรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไร?" อคินตะคอก ความสับสนและหวาดกลัวตีรวนอยู่ในอก "เรามาที่นี่เพื่อหยุดยั้งไม่ให้ตระกูลฉันต้องเป็นตัวตลกของประวัติศาสตร์กวี ไม่ใช่มาเป็นเครื่องสังเวยให้แก่หอจดหมายเหตุที่จ้องจะกลืนกินเรา!" รินรดาทรุดลงนั่งกับพื้น ทว่าไม่ได้แสดงความเจ็บปวด เธอเพียงก้มหน้ามองรอยหมึกที่ขยายตัวช้าๆ บนข้อมือตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอคินด้วยสายตาที่สงบอย่างน่าประหลาด ความสงบที่อคินเกลียดชังที่สุด เพราะมันหมายความว่าเธอได้ตัดสินใจเลือกสิ่งที่เขายังไม่พร้อมจะเผชิญ "นายแบกรับความผิดบาปของตระกูลไว้จนหลังงออคิน" เธอพูดพลางยันตัวลุกขึ้น มือข้างหนึ่งลูบไล้ไปตามสันหนังสือที่เรียงราย "แต่ในเส้นเวลาที่ฉันเฝ้ามองมาตลอดหลายร้อยปี... ไม่มีใครในตระกูลนายที่เคยทำลายบทกวีนั้นลงได้จริงๆ ทุกคนเพียงแค่ 'ย้าย' มันไปสู่ความทรงจำของคนอื่น" "เธอกำลังจะบอกอะไร?" "ฉันกำลังจะบอกว่า..." รินรดาเดินเข้ามาหาเขา จังหวะการก้าวเท้าของเธอมั่นคงราวกับนักเต้นรำที่ก้าวเข้าสู่สมรภูมิ "ที่นี่ไม่ใช่หอจดหมายเหตุ แต่มันคือ 'กระจกเงา' อคิน ทุกบทกวีที่นายอ่าน ทุกตัวอักษรที่นายสัมผัส มันคือก้อนหินที่นายหย่อนลงในบ่อน้ำที่ไร้ก้นบึ้ง" อคินมองฝ่ามือตนเอง นิ้วของเขาเริ่มสั่นเทา เขาหลับตาลงพยายามรวบรวมสมาธิเพื่อจะอ่าน 'บันทึก' ที่ซ่อนอยู่ในมวลอากาศรอบตัว แต่สิ่งที่เขาพบกลับไม่ใช่บทกวีอันวิจิตร แต่มันคือเสียงกรีดร้องที่ไม่มีวันจบสิ้น "หยุดเถอะริน..." อคินกระซิบ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นกระทบพื้นหินที่เย็นเฉียบ "ฉันไม่อยากเป็นกวีผู้สาบสูญอีกต่อไปแล้ว" รินรดาหยุดยืนตรงหน้าเขา ระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือน้อยจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ เธอเอื้อมมือขึ้นมาแตะที่ข้างแก้มของเขา สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับขนนก แต่กลับทิ้งรอยหมึกสีดำไว้เป็นทางยาวบนใบหน้าของอคิน "สายเกินไปแล้วอคิน" เธอกระซิบชิดริมฝีปาก "เพราะบทกวีบทสุดท้ายที่นายเพิ่งแต่งขึ้นในหัวเมื่อครู่นี้... มันเพิ่งได้รับอนุญาตให้เป็นอมตะในหอจดหมายเหตุแห่งนี้เรียบร้อยแล้ว" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดมิดเบื้องหลังกำแพงหนังสือ ไม่ใช่เสียงคนเพียงคนเดียว แต่เป็นเสียงของกองทัพที่กำลังย่างกรายเข้ามา รินรดาเบิกตากว้าง สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความเศร้าโศกเป็นความหวาดหวั่นที่ฉายชัดที่สุดเท่าที่อคินเคยเห็น "พวกเขากลับมาแล้ว..." รินรดาสะบัดมือคว้าข้อมืออคินแน่น "พวกผู้คุมกาลเวลาที่นายเคยทำลายบันทึกของพวกเขาไปเมื่อสิบปีก่อน" ยังไม่ทันที่อคินจะโต้ตอบ ร่างของชายในชุดคลุมสีเทาหม่นสามคนก็ปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่า ใบหน้าของพวกเขาเรียบสนิทไร้ซึ่งดวงตา ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของอคินหยุดเต้นไปชั่วขณะคือ มือของชายผู้เป็นหัวหน้า... มือที่กำลังถือม้วนกระดาษเปื้อนเลือดซึ่งอคินจำได้แม่นยำว่าเป็น 'บันทึกบทกวีประจำตระกูล' ที่เขาคิดว่าได้เผาทิ้งไปหมดสิ้นแล้วตั้งแต่เด็ก! ด้วยบทกวีเล่มนั้นเองที่ตอนนี้กำลังขยับหยดหมึกไหลลงมาเป็นรูปร่างของดาบเหล็กคมกริบ แล้วหัวหน้าผู้คุมก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวเขา พร้อมกับคำถามที่ทำให้อคินต้องชะงักงัน "บทกวีที่ฆ่าคนตายได้... เจ้าพร้อมจะอ่านมันให้เราฟังอีกครั้งหรือยัง... ท่านกวีผู้ทรยศ?" --- ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหยาดน้ำค้างไปกับผมครับ - บทกวีใต้ร่มเงา
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%