รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ•ตอนที่ 1

บทนำ: หยดหมึกในความมืด

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
“อย่าแตะต้องมัน อคิน... กวีที่ตายไปแล้ว ไม่ควรถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาด้วยลมหายใจที่เปื้อนบาปของเจ้า” เสียงกระซิบของรินรดาแหบพร่าและสั่นไหว มันไม่ได้ดังมาจากริมฝีปากของหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า แต่ดูเหมือนจะแทรกซึมออกมาจากกำแพงหินที่ชื้นแฉะของหอสมุดใต้ดินแห่งนี้ อคินชะงักมือที่กำลังสั่นเทาอยู่กลางอากาศ ปลายเล็บของเขาสัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากม้วนคัมภีร์หนังเก่าคร่ำที่วางอยู่บนแท่นศิลาใจกลางห้อง หอสมุดแห่งนี้ไม่มีแสงสว่างจากธรรมชาติ มีเพียงเปลวเทียนที่เต้นเร่าราวกับกำลังหวาดกลัวต่อความเงียบงัน อคินสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณผสมกับกลิ่นโลหะจางๆ คล้ายกลิ่นเลือดที่แห้งกรังทำเอาเขาวิงเวียน เขาไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับอักษรจารึก แต่เขาสัมผัสได้ถึง 'จังหวะชีพจร' ที่เต้นตุบอยู่ใต้ผิวสัมผัสของม้วนคัมภีร์นั้น “ข้าไม่ได้มาเพื่อปลุกใครรินรดา” อคินตอบ น้ำเสียงของเขาเรียบสนิทราวกับผิวน้ำที่ไร้กระแสลม แม้ในใจจะพายุคลั่ง “ข้ามาเพื่อหาคำตอบ... คำตอบที่บรรพบุรุษของข้าทำหายไปในกองเพลิงแห่งความทะเยอทะยานเมื่อร้อยปีก่อน” รินรดาก้าวเข้ามาใกล้ แสงเทียนขับเน้นใบหน้าของเธอให้ดูเคร่งขรึม ดวงตาสีถ่านของเธอมองจ้องไปที่ม้วนคัมภีร์นั้นด้วยความหวาดหวั่นที่ปิดไม่มิด “เจ้าเรียกมันว่าคำตอบ แต่ข้ากลับมองเห็นเพียงหายนะ อักษรที่ขยับได้นั่น... มันมีชีวิต อคิน มันกินความทรงจำของคนที่อ่านเป็นอาหาร และเจ้า... เจ้าก็มีรอยแผลเป็นในใจมากเกินกว่าจะให้มันกัดกินได้อีก” อคินไม่ตอบ เขาไม่ได้หันไปมองหญิงสาว มือของเขาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด คัมภีร์หนังวัวที่ผูกด้วยสายรัดสีซีดเริ่มสั่นไหวเบาๆ ราวกับก้อนเนื้อที่มีหัวใจ อักขระสีทองที่ถูกจารึกไว้บนนั้นไม่ได้อยู่นิ่ง แต่มันกำลังเลื้อยคลานไปมาราวกับฝูงมดสีเพลิง *‘เจ็บปวด... สวยงาม... ค้นหา... สูญสิ้น...’* เสียงกระซิบไร้ที่มาดังก้องอยู่ในมโนภาพของเขา มันไม่ใช่เสียงพูด แต่มันคือสัมผัสทางจิตวิญญาณ อคินรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่คุ้นเคย—ความรู้สึกผิดที่เขาแบกไว้ราวกับก้อนหินหนักอึ้งนับตั้งแต่คืนที่เขาทำลายบทกวีชิ้นสำคัญของตระกูลจนมอดไหม้ไปกับเปลวไฟแห่งความโง่เขลา “ถ้าข้าไม่ทำ” อคินเอ่ยเบาๆ ขณะปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับผิวหนังคัมภีร์ที่ร้อนผ่าวราวกับมีไออุ่นของคนเป็นไหลเวียนอยู่ข้างใน “ความผิดบาปนั้นก็จะตามหลอกหลอนข้าไปจนวันตาย ข้าเลือกที่จะเผชิญหน้ากับมัน ดีกว่าตายไปพร้อมกับความไม่รู้” เมื่อปลายนิ้วสัมผัสลงบนหนังคัมภีร์ ผืนหนังนั้นก็สะดุ้งเฮือก มันไม่ได้เพียงแค่สั่นไหว แต่มันขยายตัวออกคล้ายกับดอกไม้ที่กำลังแย้มกลีบในยามราตรี อักขระสีทองที่เคยดิ่งนิ่งกลับระเบิดแสงจ้าออกมา แสงนั้นไม่ได้สว่างโชติช่วง แต่เป็นแสงนวลที่เย็นเยือกดุจหยาดน้ำค้างยามดึกดื่น มันฉายภาพความทรงจำที่แตกสลายขึ้นบนอากาศรอบตัวเขาและรินรดา ภาพของกวีเฒ่าผู้หนึ่งที่กำลังกรีดเลือดตัวเองลงบนผืนกระดาษ ภาพของห้องสมุดที่พังทลาย และเสียงกรีดร้องที่ถูกกักขังไว้ในตัวอักษรเหล่านั้น อคินเบิกตากว้าง ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาในสมองเหมือนถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง แต่เขากลับไม่ดึงมือออก “หยุดเถอะอคิน! เจ้าจะตายเอา!” รินรดาคว้าแขนเขาไว้หวังจะกระชากออก แต่กลับถูกแรงดีดมหาศาลจากคัมภีร์ผลักจนกระเด็นไปกระแทกกับชั้นหนังสือโบราณข้างหลัง อคินไม่อาจหยุดได้ ความทรงจำเหล่านั้นไหลทะลักเข้ามาในหัวเขาเหมือนเขื่อนแตก เขาเห็นรอยจารึกที่ซ่อนอยู่ใต้รอยหมึก เห็นความลับที่บรรพบุรุษของเขาพยายามปิดตายมานานนับร้อยปี และสิ่งที่สำคัญที่สุด... เขาเห็น 'ชื่อของเขาเอง' ถูกจารึกไว้ในบรรทัดสุดท้ายของคัมภีร์นั้นด้วยหมึกสีเลือดที่ยังคงเปียกชื้นราวกับเพิ่งถูกเขียนขึ้นเมื่อครู่นี้ จู่ๆ คัมภีร์ก็ม้วนตัวกลับอย่างรวดเร็วราวกับงูพิษที่ฉกกัดเหยื่อ มันรัดนิ้วมือของอคินไว้แน่น ความเจ็บปวดแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่กัดลึกเข้าไปถึงกระดูก ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดมิดเบื้องบน ตามด้วยเสียงโลหะกระทบพื้นหินที่ฟังดูคุ้นหูอย่างน่าประหลาด รินรดาที่พยายามพยุงตัวขึ้นมาถึงกับหน้าถอดสีเมื่อมองไปที่ปากทางเข้า “พวกเขามาเร็วกว่าที่คิด” รินรดากระซิบ สั่นไปทั้งตัว “อคิน... ปล่อยมันเดี๋ยวนี้ หากคนของสภาเห็นเจ้าถือครองสิ่งนี้ เจ้าไม่มีทางรอดไปจากหอสมุดแห่งนี้ได้แน่” อคินไม่ได้หันไปมอง เขาทำเพียงจ้องมองหยาดน้ำค้างใสสะอาดที่ค่อยๆ ผุดขึ้นบนหน้ากระดาษม้วนคัมภีร์นั้น ก่อนที่มันจะหยดลงบนฝ่ามือของเขา หยดน้ำนั้นแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานทันทีที่สัมผัสผิวหนัง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังขึ้นข้างหูเขาอย่างชัดเจน “ข้าบอกแล้วไง...” เสียงของคนแปลกหน้าที่เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าห้องสมุดดังกังวานขึ้น “ว่าความลับที่ตายไปแล้ว ไม่ควรถูกขุดคุ้ยขึ้นมาโดยคนที่ยังไม่พร้อมจะชดใช้ค่าตอบแทน” อคินหันไปมองเจ้าของเสียง และดวงตาของเขาก็เบิกกว้างเมื่อพบว่าชายที่ยืนถือดาบอาบยาพิษอยู่ตรงหน้า คือคนเดียวกับกวีเฒ่าในนิมิตที่เขากำลังเห็นเมื่อครู่นี้... ชายผู้ที่ควรจะตายไปเมื่อร้อยปีก่อน. --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงลึกของกวีผู้สาบสูญไปพร้อมกับผมครับ - บทกวีใต้ร่มเงา
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%