รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ•ตอนที่ 30

การปลดแอกผ่านจินตนาการ

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
"หากเราก้าวพลาดเพียงจังหวะเดียว บทกวีที่เหลืออยู่ของอคินจะถูกเผาทำลายไปพร้อมกับเขาที่นั่น... คุณเข้าใจใช่ไหมว่าเรากำลังเดิมพันด้วยอะไร" รินรดาวางแผนที่ทำจากกระดาษสาเก่าคร่ำลงบนโต๊ะไม้โอ๊ก แสงจากตะเกียงน้ำมันเพียงดวงเดียวในห้องใต้ดินสั่นไหวตามจังหวะลมหายใจที่หนักหน่วงของเธอ นิ้วเรียวบางของหญิงสาวกดลงบนรอยหมึกที่วาดเป็นผังของ 'หอคอยศิลาจารึก' สถานที่คุมขังนักโทษทางการเมืองและผู้กุมความลับของอักษรโบราณ ผมเฝ้ามองแววตาของเธอ—ดวงตาที่เคยสงบนิ่งราวผืนน้ำในฤดูหนาว บัดนี้กลับมีประกายของเพลิงแค้นที่ถูกจุดติดด้วยความภักดี "ผมไม่เคยลืมครับรินรดา" ผมตอบพลางขยับนิ้วมือที่สั่นเทา ผมสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของกระดาษโบราณที่ตกค้างอยู่ในอากาศ กลิ่นนั้นพาให้ผมหวนนึกถึงอคิน ชายผู้ซึ่งบทกวีของเขาเคยทำให้ท้องฟ้าเปลี่ยนสี และบัดนี้เขากำลังถูกกักขังในสถานที่ที่ไร้ซึ่งแสงแห่งจินตนาการ "แต่การบุกเข้าไปโดยใช้เพียงความโกรธ คือทางลัดสู่ความตาย" "ฉันไม่ได้ใช้ความโกรธ" รินรดาเงยหน้าขึ้น จ้องลึกเข้ามาในดวงตาของผม "ฉันกำลังใช้ 'จินตนาการ' อคินเคยสอนฉันว่า อักษรไม่ได้มีไว้เพียงบันทึกความจริง แต่มันมีไว้เพื่อบิดเบือนความเป็นไปได้ หากเราอ่านรอยจารึกที่ผนังหอคอยนั้นเป็นจังหวะเพลงที่ถูกต้อง กลไกของประตูศิลาจะสับสนและเปิดออกเอง" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องใต้ดินชั่วครู่ สิ่งที่เธอพูดมันมากกว่าทฤษฎี มันคือการท้าทายกฎเกณฑ์ทางฟิสิกส์ด้วยพลังแห่งถ้อยคำ หากสิ่งที่เธอพูดเป็นจริง อคินไม่ได้ถูกขังด้วยกรงเหล็ก แต่เขาถูกขังด้วยคำสาปที่ปิดกั้นการร่ายบทกวีของเขาเอง "คุณจะเริ่มเมื่อไหร่" ผมถามพลางขยับตัวเข้าใกล้แผนที่ "ตอนนี้" เธอหยิบมีดพกออกมาแล้วกรีดไปที่ฝ่ามือตนเอง เลือดหยดลงบนผังที่วาดด้วยหมึกสีชาด "ความทรงจำของอคินถูกเขียนด้วยเลือดและหยาดน้ำค้าง เราต้องใช้สิ่งที่คล้ายคลึงกันปลุกมันขึ้นมา กวีใต้ร่มเงา... คุณพร้อมจะเป็นผู้อ่านบทกวีที่อาจทำให้เราไม่มีวันได้กลับมาอีกไหมครับ" ผมสูดหายใจลึก กลิ่นคาวเลือดผสมกับความเก่าแก่ของกระดาษช่างเป็นส่วนผสมที่น่าสะพรึงกลัวและเปี่ยมมนต์ขลัง ผมพยักหน้าให้เธออย่างหนักแน่น เราลอบเคลื่อนที่ผ่านกำแพงเมืองในยามที่ดวงจันทร์ถูกเมฆหมอกบดบัง ความเย็นยะเยือกของยามค่ำคืนแทรกซึมเข้าสู่กระดูก ทุกฝีก้าวที่เราเหยียบย่ำบนเศษใบไม้แห้งเปรียบเสมือนการอ่านทำนองเพลงที่ไร้เสียง จนกระทั่งเรามายืนอยู่เบื้องหน้าประตูหอคอยศิลาจารึกที่สูงตระหง่านราวกับจะทิ่มแทงท้องฟ้า รินรดาสัมผัสที่ผนังหิน นิ้วของเธอเต้นเร่าไปตามรอยหยักของอักษรโบราณ เธอเริ่มพึมพำถ้อยคำที่เบาหวิวราวกับเสียงกระซิบของแมลงปีกบาง แต่ทว่าทรงพลังจนกำแพงหินสั่นสะเทือน ผมหลับตาลง ใช้สัมผัสพิเศษรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ถ่ายทอดจากปลายนิ้วเธอผ่านศิลาเข้าสู่พื้นดิน 'จงตื่นขึ้น... กวีผู้ถูกลืม' ทันใดนั้น เสียงกลไกเฟืองเหล็กที่ขัดกันมานานนับร้อยปีก็เริ่มส่งเสียงกรีดร้อง ประตูกำลังเคลื่อนตัว... ทว่าไม่ใช่เพราะมนต์สะกดเพียงอย่างเดียว ผมสัมผัสได้ถึงกระแสความทรงจำที่พุ่งสวนออกมาจากภายในหอคอย มันเป็นความทรงจำที่ขมขื่นและเต็มไปด้วยรอยแผลของอคินที่ถูกกัดเซาะด้วยความโดดเดี่ยว "รินรดา ถอยออกมา!" ผมตะโกนเมื่อเห็นเงาสีดำสายหนึ่งพุ่งทะลุผ่านกำแพงออกมาจากหอคอย มันไม่ใช่ผู้คุม แต่เป็นร่างจำลองของอคินที่เกิดจากจิตใต้สำนึกที่บิดเบี้ยว ร่างนั้นถือปากกาขนนกที่กลายเป็นมีดสั้น แววตาของเขาเลื่อนลอยและว่างเปล่า เขาไม่ได้จดจำรินรดาได้อีกต่อไป เขาจำได้เพียงคำสั่งที่จะทำลายทุกสิ่งที่พยายามจะ 'ปลดแอก' เขาออกจากความว่างเปล่า "อคิน... นี่ฉันเอง" รินรดาพยายามเข้าใกล้ แต่เขากลับตวัดมีดสั้นเข้าใส่ แสงสีเงินวาดผ่านอากาศเป็นเส้นสายของบทกวีที่ตัดขาดทุกสรรพสิ่ง "คนผู้นี้ไม่ใช่คนที่คุณเคยรู้จักอีกต่อไปแล้วรินรดา" ผมดึงแขนเธอไว้ ก่อนจะชักมีดสั้นที่สลักคำกวีโบราณของตระกูลออกมา "จิตวิญญาณของเขาถูกเขียนทับด้วยคำสั่งของพวกมันจนสิ้นความเป็นคนเสียแล้ว" เราทั้งคู่ยืนประจันหน้ากับเงาของอคินที่กำลังจะร่ายบทกวีพิฆาตใส่เรา ความหวังที่เคยมีเริ่มร่วงโรยราวกับกลีบดอกไม้ที่ถูกเผาด้วยเปลวเพลิง ทว่าในจังหวะที่เงาดำนั้นเงื้อมือขึ้นสูงเพื่อจะจบชีวิตเรา รอยยิ้มประหลาดก็ปรากฏบนใบหน้าของอคินร่างจำลอง "พวกเจ้ามาเพื่อปลดแอก... หรือมาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของบทกวีบทใหม่ในคุกแห่งนี้กันแน่" เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของอคิน แต่มันเป็นเสียงของใครบางคนที่ยืนอยู่เบื้องหลังเงาดำนั้น... ชายในชุดคลุมสีเงิน ผู้ที่กุมชะตากรรมของจารึกทั้งหมดเอาไว้ในมือ เขาเดินก้าวออกมาจากเงามืดของหอคอยด้วยก้าวย่างที่มั่นคง และในมือของเขาไม่ได้ถืออาวุธใดเลย นอกจากสมุดบันทึกที่ผมตามหามาตลอดทั้งชีวิต ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านหยาดน้ำค้างอันแสนเปราะบางและดำดิ่งไปกับบทกวีที่ไม่มีวันจบสิ้นนี้นะครับ บทกวีใต้ร่มเงา
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%