"ถ้าหล่อนยังกล้าเอาหน้าหนาๆ มาเหยียบเรือนนี้อีกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะเอาไม้กวาดทางมะพร้าวอาบทั่งเพลิงนี่แหละ หวดหลังหล่อนให้ลายจนไม่กล้าผุดกล้าเกิดในตำบลนี้ไปตลอดชีวิต!"
เสียงตวาดกร้าวของพิกุลดังลั่นเรือนไม้สักเก่าครึ้ม ขับไล่คุณนายทองม้วนที่กำลังถอยกรูดลงจากชานเรือนด้วยความตกใจจนหน้าถอดสี ป้าสะใภ้จอมโลภที่เคยมาขูดรีดเอาเงินและข้าวสารจากเธอกำลังกุมมือที่ถูกน้ำแกงร้อนๆ ลวกจนพองแดง นางส่งสายตาอาฆาตมาดร้าย พลางชี้หน้าด่ากราดด้วยความแค้นเคือง
"นังเด็กปากกล้า! แกกล้าดียังไงมาทำกับฉันแบบนี้! คอยดูเถอะ อีไกรภพกลับมาเมื่อไหร่ ฉันจะฟ้องมันให้มันหย่าขาดแล้วเตะแกออกจากบ้านหลังนี้ !"
"เชิญฟ้องตามสบายค่ะ!" พิกุลหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบฉายแววเย้ยหยัน "พี่ไกรภพจะเข้าข้างใคร ระหว่างเมียที่หาเงินเลี้ยงปากท้องกับป้าจอมสูบเลือดสูบเนื้ออย่างหล่อน... คิดเอาเองก็แล้วกัน!"
สิ้นเสียงปะทะคารม คุณนายทองม้วนก็จำต้องถลาหนีลงบันไดไปพร้อมกับไอ้เจิดลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่หน้าตาบวมปูดจากรอยฝ่ามือของพิกุลเมื่อครู่ บรรยากาศบนเรือนกลับมาเงียบสงบลงอีกครั้ง ทว่ากลิ่นอายความเดือดดาลยังคงคุกกรุ่น พิกุลสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะหันกลับมาสนใจเตาไฟในครัวที่ยังคงคุโชน
สำหรับเธอแล้ว การตบหน้าคนตระกูลนี้ไม่ใช่แค่การสะใจ แต่มันคือการประกาศศักดาว่า "พิกุลคนเก่าที่ยอมให้รังแกได้ตายไปแล้ว" ตอนนี้เธอคือนายหญิงผู้กุมมิติลับสมุนไพรและตำรับอาหารโบราณในมือ พื้นที่ตรงนี้คืออาณาจักรของเธอ และใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาเหยียบย่ำอีก
ขณะที่พิกุลกำลังงละมุนอยู่กับการตำน้ำพริกนรกสูตรโบราณในครกหิน เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าชานเรือน ฝีเท้าที่มั่นคงและเป็นจังหวะแบบนี้นอกจากสามีหนุ่มผู้เคร่งครัดของเธอแล้วย่อมไม่มีใครอื่น
พันตรีไกรภพก้าวเข้ามาในตัวเรือนด้วยชุดเครื่องแบบทหารที่เปรอะฝุ่นเล็กน้อยจากการเดินทางไกล ใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับภาพวาดของบุรุษหนุ่มผู้เคร่งขรึมและเปี่ยมด้วยวินัย สันจมูกโด่งเป็นคมและดวงตาคมปลาบกวาดมองรอบบริเวณ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างระหงของภรรยาที่กำลังง่วนอยู่หน้าเตาไฟ
เขากวาดสายตาคมกริบมองคราบความวุ่นวายที่หลงเหลืออยู่บนชานเรือนเล็กน้อย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย พิกุลหันมาสบตาเขาพอดี ดวงตากลมโตมีความไหวระริกครู่หนึ่งก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งสงบ
"คุณป้ามาที่นี่อีกแล้วหรือ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม น้ำเสียงเจือความเหนื่อยล้าจากการฝึกและราชการสนาม แต่ยังคงความอ่อนโยนเมื่อทอดมองมาที่ภรรยา
"ค่ะ มาทวงของและหาเรื่องฉันเหมือนเดิม" พิกุลตอบเสียงเรียบ นางวางสากลงบนขอบครกหิน เดินเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนสะอาดเข้าไปหาผู้เป็นสามี "แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันจัดการเรียบร้อยแล้ว พวกเขาคงไม่กล้ามาเหยียบที่นี่สักพักใหญ่ๆ"
ไกรภพถอนหายใจเบาๆ เขาถอดหมวกทหารออกวางไว้บนโต๊ะไม้ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ภรรยา กลิ่นอายบุรุษเพศผสมกับกลิ่นแดดและฝุ่นควันจางๆ ลอยเข้าแตะจมูก พิกุลเงยหน้ามองสามีหนุ่มผู้ซื่อตรงและรักเดียวใจเดียวคนนี้ แม้ภายนอกเขาจะดูดุดันน่าเกรงขามต่อหน้าลูกน้อง ทว่ายามอยู่กับนาง ไกรภพมักจะอ่อนระทวยและยอมตามใจทุกอย่างเสมอ
"คุณเหนื่อยไหมคะ?" พิกุลเอ่ยถาม น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่กลับกลายเป็นความอ่อนโยนโดยธรรมชาติ นางเอื้อมมือไปหยิบผ้าชุบน้ำอุ่นมาซับเหงื่อตามกรอบหน้าคมให้กับสามี
ไกรภพชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมปลาบฉายแววไหวระริก เขาจับมือเรียวที่กำลังซับเหงื่อให้ตนไว้แน่น ฝ่ามือหนากร้านและอบอุ่นกุมมือของนางราวกับกลัวว่ามันจะเลือนหายไป "ผมไม่เหนื่อยเลย... แต่เป็นห่วงคุณมากกว่า อยู่บ้านคนเดียวต้องมาคอยรับมือกับคนพวกนั้น"
"ฉันไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะคะ พี่ก็รู้ว่าฉันเอาตัวรอดได้" พิกุลอมยิ้มบางๆ พลางดึงมือกลับเพื่อไม่ให้เลยเถิดไปมากกว่านี้ "อีกอย่าง วันนี้ฉันเตรียมสำรับพิเศษไว้ต้อนรับคุณกลับบ้านด้วย รับรองว่าคุณไม่เคยทานที่ไหนมาก่อนแน่ๆ"
กลิ่นหอมฉุนของเครื่องเทศและพริกแห้งคั่วโขลกละเอียดลอยอบอวลไปทั่วห้องครัว กระตุ้นประสาทสัมผัสของนายทหารหนุ่มที่เดินทางมาทั้งวันจนท้องร้องโครกคราด ไกรภพสูดกลิ่นหอมนั้นเข้าไปลึกๆ ดวงตาคมกริบเป็นประกายวาววับขึ้นมาทันที
"กลิ่นอะไรช่างฉุนจัดจ้านนัก..." ไกรภพพึมพำ เดินตามภรรยาเข้าไปในครัว ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือสำรับอาหารไทยโบราณที่จัดแต่งอย่างประณีต ขสวยงาม ปลาทูทอดเนื้อฟูสีเหลืองทองกรอบนอกนุ่มใน ผักสดนานาชนิดทั้งแตงกวา มะเขือเปราะ และยอดกระถินอ่อนวางเคียงกันอย่างเป็นระเบียบ ทว่าสิ่งที่สะดุดตาก and สะดุดจมูกที่สุดคือถ้วยกระเบื้องเคลือบที่บรรจุ "น้ำพริกนรก" สีแดงเข้มจัดจ้าน โรยด้วยกุ้งแห้งป่นและหอมเจียวกรอบๆ ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายจนต้องกลืนน้ำลายเอื้อม
"นี่คือ 'ข้าวผัดคลุกน้ำพริกนรก' ค่ะ" พิกุลเอ่ยแนะนำด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ นางตักข้าวสวยร้อนๆ เม็ดเรียงสวยลงในกระทะที่มีน้ำพริกนรกผัดคลุกเคล้ากับมันกุ้งและเนื้อปลาย่างจนหอมกรุ่น เมล็ดข้าวทุกเม็ดเคลือบด้วยสีแดงฉานของพริกแกงและน้ำมันพริกอย่างทั่วถึง เสียงฉ่าเบาๆ จากกระทะยังคงเรียกความอยากอาหารได้เป็นอย่างดี
ไกรภพยืนนิ่งอึ้ง เขาไม่เคยเห็นอาหารจานไหนที่มีหน้าตาดุดันและเผ็ดร้อนถึงใจขนาดนี้มาก่อนในชีวิตยามอยู่ในค่ายทหาร อาหารส่วนใหญ่มีรสชาติกลางๆ เพื่อให้พลทหารทานง่าย แต่วันนี้... กลิ่นอายความเผ็ดร้อนตรงหน้ากลับท้าทายสัญชาตญาณดิบของบุรุษเพศอย่างยิ่งยวด
"นั่งลงสิคะ หรือว่ากลัวความเผ็ดของฝีมือฉันเสียแล้ว?" พิกุลเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาท้าทายแกแกมหยอกล้อปรากฏชัด
ไกรภพแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตรงข้ามภรรยา ดวงตาคมกริบมองจานข้าวผัดสีแดงเข้มสลับกับใบหน้าสวยคมของภรรยา "คนอย่างไกรภพ ไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น... โดยเฉพาะฝีมือของเมียตัวเอง"
เขาสั่งใจตักข้าวผัดคลุกน้ำพริกนรกคำโตเข้าปากทันที
วินาทีแรกที่ข้าวรสจัดจ้านสัมผัสกับปลายลิ้น ความเผ็ดร้อนสายฟ้าแลบก็พุ่งกระฉูดขึ้นสู่โพรงจมูกทันที รสชาติเผ็ด เค็ม หวานกลมกล่อม และความหอมของเครื่องสมุนไพรเผาไฟผสมผสานกันอย่างลงตัวจนแทบระเบิดในปาก ความเผ็ดร้อนนั้นรุนแรงจนทำให้หน้าผากของนายทหารหนุ่มผู้แข็งแกร่งมีเหงื่อกาฬซึมออกมาทันที ทว่ามันกลับอร่อยจนหยุดไม่อยู่ รสชาติที่จัดจ้านสะใจนี้ปลุกเร้าความมีชีวิตชีวาให้ไหลเวียนไปทั่วร่างอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ไกรภพเบิกกว้างเล็กน้อยด้วยความตะลึงงัน เขาไม่เคยคิดเลยว่าน้ำพริกบ้านๆ จะสร้างความสะใจและอร่อยล้ำลึกได้ถึงเพียงนี้
"อร่อยไหมคะ?" พิกุลเอียงคอถาม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนมุมปากเรียว นางรินน้ำอุ่นส่งให้เขาแก้วหนึ่ง
ไกรภพวางช้อนลงช้าๆ ดวงตาคมปลาบมองภรรยาด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ทั้งลุ่มหลง ทั้งทึ่ง และคลั่งไคล้จนแทบโงหัวไม่ขึ้น เขายื่นมือหนาออกไปกุมมือสั่นระริกของนางไว้แน่น น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาด้วยความจริงจัง
"เผ็ดจนแสบไปถึงทรวงอก... แต่ __อร่อย__ จนผมไม่อาจละสายตาจากคุณได้เลย พิกุล..."
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานชื่นและรสชาติเผ็ดร้อนของอาหารมื้อค่ำ เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นจากด้านนอกเรือนก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง ขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวของทั้งสองคนทันที!
"เปิดประตูเะดี๋ยวนี้! นังพิกุล! แกกล้าดียังไงถึงแจ้งทางการมาจับสามีฉัน!" เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความคลุ้มคลั่งของคุณนายทองม้วนดังแทรกเข้ามา พร้อมกับเสียงทุบประตูไม้เสียงดังสนั่นหวั่นไหว
ไกรภพชะงัก ขมวดคิ้วมุ่นทันที ดวงตาคมกริบหันไปมองหน้าภรรยาด้วยความประหลาดใจ ขณะที่พิกุลกลับยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ นางค่อยๆ ดึงมือออกจากฝ่ามือสามี ลุกขึ้นยืนช้าๆ อย่างมั่นคง
"ดูท่าทาง... อาหารมื้อนี้ของเราคงต้องมีแขกไม่ได้รับเชิญมาร่วมวงด้วยเสียแล้วล่ะค่ะ พี่ไกรภพ"
--------------------------------------------------------------
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลิ้มรสความเผ็ดร้อนสะใจนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สำรับรสแค้นของแม่ครัวหัวป่าก์กับนายทหารหน้าหยก•ตอนที่ 3
ข้าวผัดคลุกน้ำพริกนรก
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สำรับรสแค้นของแม่ครัวหัวป่าก์กับนายทหารหน้าหยก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!