"คุณโกหกผม... ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ รณภพ"
เสียงของอลินราบเรียบ ทว่าสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ เธอยืนอยู่ท่ามกลางกองเอกสารสีเหลืองกรอบที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นห้องทำงานของทนายหนุ่ม แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะขับเน้นให้ใบหน้าของเธอซีดเผือด แววตาที่เคยฉายความเชื่อมั่นบัดนี้ร้าวรานราวกับแก้วที่เพิ่งถูกค้อนทุบจนแตกร้าว
รณภพยืนนิ่งอยู่หน้าหน้าต่างบานสูงที่ปิดสนิท เขากอดอกแน่น นิ้วมือจิกเข้าที่ต้นแขนจนขึ้นรอยแดง เขาสูดลมหายใจลึก พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่ปั่นป่วนอยู่ภายใน ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวด้วยแววตาที่อ่านยาก
"ความจริงบางอย่าง... ถ้ามันเป็นยาพิษ คุณก็ไม่จำเป็นต้องได้รับรู้มันตั้งแต่วันแรกหรอกนะอลิน" เขาตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่หนักแน่น แฝงไว้ด้วยความเสียดายบางอย่างที่ไม่อาจย้อนคืน
"ยาพิษ?" อลินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยคลอด้วยหยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ "หรือเป็นเพราะคุณกลัวว่าถ้าผมรู้เรื่องที่ดินผืนนั้น... เรื่องที่ครอบครัวคุณเป็นคนเซ็นชื่อยึดสมบัติของพ่อแม่ผมไป... แล้วคุณจะไม่มีหน้ามายืนอยู่ตรงนี้ในฐานะ 'คนรัก' ของผมอีกต่อไป"
คำว่า 'คนรัก' ถูกเธอเน้นย้ำด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน มันไม่ใช่ความโกรธที่ระเบิดออกมา แต่มันคือความผิดหวังที่กัดกินลึกลงไปถึงกระดูกสันหลัง ความเงียบงันในห้องทำงานกดทับจนอากาศดูจะเบาบางลง รณภพก้าวเดินช้าๆ เข้ามาใกล้ ทว่าเขากลับหยุดฝีเท้าลงตรงหน้าเธอเพียงไม่กี่คืบ ไม่กล้าแม้แต่จะแตะต้องไหล่ที่กำลังสั่นเทา
"ผมไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง" รณภพพูดเสียงแหบพร่า ดวงตาของเขาจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "ในวันนั้น พ่อของผมไม่มีทางเลือก ถ้าเขาไม่ยึดที่ดินผืนนั้นเพื่อเป็นประกัน คุณจะไม่มีโอกาสได้มีชีวิตรอดจนมาถึงวันนี้ด้วยซ้ำ อลิน... ในตอนนั้นคุณยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจว่า 'ความอยู่รอด' มันแลกมาด้วยราคาที่สูงลิ่วแค่ไหน"
"เพราะงั้นสินะ" อลินขัดขึ้น แววตาของเธอเปลี่ยนจากความเสียใจเป็นความเย็นชาที่น่ากลัว "คุณถึงต้องคอยจับตาดูผม คอยปั่นหัวผมด้วยความทรงจำปลอมๆ เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะไม่ขุดคุ้ยหาความจริงจากอดีต... คุณไม่ได้เป็นทนายให้ผมเพื่อปกป้องมรดก แต่คุณเป็นโซ่ตรวนที่ผูกมัดผมไว้กับความหลอกลวงของคุณ"
รณภพหลับตาลงแน่น กรามของเขาขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน นี่คือสิ่งที่เขาหวาดกลัวมาตลอด... วันที่กำแพงแห่งความเชื่อใจจะพังทลายลงด้วยความจริงที่เขาพยายามฝังกลบ
"ผมรักคุณ" รณภพพูดประโยคเดิมที่เคยเอ่ยบอกเธอหลายครั้ง แต่ในวันนี้ น้ำเสียงนั้นกลับดูแห้งผากและปราศจากพลัง "ความรักของผมมันอาจจะสกปรก มันอาจจะเต็มไปด้วยบาปของคนรุ่นก่อน แต่ผมไม่เคยโกหกคุณเรื่องที่ผมรู้สึกกับคุณจริงๆ"
อลินเงยหน้าขึ้นมองเขา สายตาที่เขามองเห็นไม่ใช่ความรักอีกต่อไป แต่มันคือความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว ยิ่งกว่าความโกรธเกลียดเสียอีก เธอหยิบแฟ้มเอกสารที่หน้าปกเป็นรูปตราประทับเก่าแก่ขึ้นมา แล้วโยนลงบนโต๊ะไม้ตัวใหญ่ เสียงดัง 'ปัง' สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งห้อง
"ถ้าความรักของคุณคือการรักษาคำโกหกให้คงอยู่ตลอดไป... งั้นเราก็คงไม่ต้องมีอะไรต้องคุยกันอีกแล้ว"
เธอก้าวถอยหลัง หันหลังให้เขาแล้วเตรียมจะเดินออกจากห้อง แต่แล้วมือของรณภพก็คว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันหนักแน่นและเต็มไปด้วยความวิงวอน เขาโน้มตัวลงมาใกล้ข้างหูเธอ กลิ่นน้ำหอมไม้จันทน์ที่เขาใช้เป็นประจำ—กลิ่นที่เคยทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย—บัดนี้กลับกลายเป็นกลิ่นที่น่าสะอิดสะเอียนสำหรับเธอ
"คุณออกไปจากที่นี่ตอนนี้ไม่ได้" เสียงของรณภพเปลี่ยนเป็นจริงจังและเย็นเยียบกว่าเดิม "เพราะถ้าคุณก้าวออกไปจากห้องนี้โดยไม่มีผม... คนที่จะตามล่าคุณไม่ใช่แค่ความทรงจำในอดีต แต่มันคือคนที่ฆ่าพ่อแม่ของคุณจริงๆ เมื่อยี่สิบปีก่อน"
อลินชะงักฝีเท้า หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก เธอหันกลับมามองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม แต่รณภพกลับดึงเอกสารฉบับสุดท้ายออกมาจากลิ้นชักลับ มันเป็นภาพถ่ายใบเก่าที่สีซีดจาง เห็นเงาร่างของชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่เบื้องหลังพ่อของเธอในวันที่เซ็นสัญญาโอนที่ดิน... ชายที่เธอมองปราดเดียวก็จำได้แม่นยำ
มันคือใบหน้าของบุคคลที่เธอเพิ่งเห็นในข่าวเช้าวันนี้ ในฐานะแขกผู้มีเกียรติคนสำคัญที่กำลังจะเข้ามาลงทุนในโครงการใหญ่ของจังหวัด
ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้องเมื่อโทรศัพท์มือถือของอลินสั่นรัวขึ้นมาบนหน้าจอ ชื่อผู้โทรเข้าที่ปรากฏทำให้มือของเธอเย็นเฉียบ... มันเป็นเบอร์ที่ไม่มีชื่อบันทึก แต่เธอกลับคุ้นเคยกับเสียงริงโทนเพลงคลาสสิกนี้ดี มันคือเพลงเดียวกับที่เธอได้ยินในความฝันยามค่ำคืนที่เธอมักจะสะดุ้งตื่นด้วยความหวาดกลัว
รณภพปล่อยมือจากข้อมือเธอ เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตึงเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"รับสายสิครับอลิน" เขาพึมพำขณะมองโทรศัพท์ที่สั่นอยู่ในมือเธอ "แล้วคุณจะรู้ว่า... สงครามที่แท้จริงมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นหลังจากนี้"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางและไขปริศนาความจริงที่แสนเจ็บปวดไปพร้อมกับผมและตัวละครเหล่านี้อย่างต่อเนื่องนะครับครับ
เงามายาในรอยจำ•ตอนที่ 35
ช่องว่างระหว่างเรา
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาในรอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!