กลิ่นอายของสนิมเหล็กและละอองมานาที่ถูกเผาไหม้จนแห้งผาก ลอยอวลอยู่ในห้องนิรภัยใต้หอคอยกลางมานานกว่าสดตายนับร้อยปี
เรนขยับแว่นตากรอบเงินบนสันจมูกเล็กน้อย สายตาคมกริบภายใต้เลนส์ใสกำลังจดจ้องรอยร้าวสีแดงฉานที่กำลังแผ่ขยายราวกับเส้นเลือดฝอยบนผิวคัมภีร์ผนึกเวทโบราณ เสียง *'ฮัม—'* ต่ำๆ ที่สะท้อนออกมาจากแก่นกลางของวัตถุตรงหน้า ไม่ได้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่เขาแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับกระตุ้นให้กลไกความคิดในสมองของเขาทำงานอย่างเป็นระบบและรวดเร็วยิ่งขึ้น
“มันไม่ใช่การเสื่อมสลายของผนึกเวทตามธรรมชาติหรอกครับ... คุณเซร่า”
เรนเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของเขาเจือด้วยความมั่นใจบางเบาที่มักทำให้ผู้ฟังต้องหันมามอง เซร่าซึ่งยืนกอดอกพิงชั้นวางตำราเวทมนตร์โบราณอยู่ไม่ไกล ปรายตามองเด็กหนุ่มด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจระคนทึ่ง เส้นผมสีเงินยวงสะท้อนกับแสงเรืองรองจากรอยร้าวบนคัมภีร์ ขับเน้นให้ใบหน้าคมคายนั้นดูราวกับภาพวาดชั้นครู
“เจ้ามั่นใจได้อย่างไร เรน? รอยร้าวนั่นกำลังจะปลดปล่อยพลังงานระดับจักรพรรดิที่ถูกผนึกไว้เมื่อยุคโบราณกาลเชียวนะ คนทั่วไปคงวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนไปแล้ว ไม่ใช่มายืนวิเคราะห์โครงสร้างมานาด้วยสีหน้าสงบเช่นนี้” เซร่าเอ่ยกลั้วหัวเราะ น้ำเสียงของเธอยังคงความเย่อหยิ่งและสง่างามตามแบบฉบับทายาทตระกูลขุนนางเก่าแก่ ทว่าดวงตาสสีไพลินกลับเป็นประกายระยิบระยับยามที่จ้องมองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มผู้มักถูกคนอื่นมองข้าม
“ความกลัวมักเกิดจากความไม่รู้ครับ... และผมเกลียดความไม่รู้ยิ่งกว่าสิ่งใด”
เรนก้าวเท้าเข้าไปใกล้คัมภีร์อีกครึ่งก้าว ฝ่ามือเรียวยื่นออกไปห่างจากผิววัตถุกว่าสิบเซนติเมตร ในโลกเวทมนตร์แห่งนี้ ผู้คนต่างยกย่องผู้ที่มีปริมาณมานาหนาแน่นและพรสวรรค์ในการร่ายเวทบทใหญ่ แต่สำหรับเรน ผู้มีวงจรเวทที่ถูกตราหน้าว่า ‘ล้มเหลว’ และไม่สามารถขับเคลื่อนคาถาใดๆ ให้สำเร็จได้ตั้งแต่เด็ก เขากลับมองเห็นโครงสร้างที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า—นั่นคือ ‘เศษเสี้ยวมานา’ ที่กระจัดกระจายและถูกหลงลืม
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนใสๆ ที่มีเพียงเรนเท่านั้นที่ได้ยิน ดังขึ้นในห้วงความคิดของเขา
[ระบบคัดกรองเวทระดับจักรพรรดิ: ตรวจพบวัตถุเป้าหมาย ‘คัมภีร์บรรพกาล’]
[สถานะ: พลังงานเวทภายในกำลังรั่วไหลและล้มเหลวในการควบคุม]
[ข้อเสนอระบบ: เปิดใช้งานฟังก์ชัน ‘รีไซเคิลเศษเสี้ยวเวทมนตร์’ เพื่อดูดซับพลังงานที่สูญเปล่าเข้าสู่แก่นกลางตัวตน]
[คำเตือน: ความเสี่ยงในการระเบิดของวงจรเวทคือ 99.99%]
เรนมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มจางๆ ที่มีเพียงเขาที่เข้าใจความหมาย ความเสี่ยงเกือบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างนั้นหรือ? สำหรับคนที่ไม่มีอะไรจะเสียอย่างเขา ตัวเลขนี้ไม่ได้น่ากลัวเลยแม้แต่น้อย มันคือโอกาสเดียวที่จะพิสูจน์ว่าความพยายามที่ถูกมองข้ามมาตลอดหลายปี ไม่ใช่เรื่องไร้สาระ
“เรน... เจ้ากำลังจะทำอะไร?” เซร่าขยับตัวเข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นปลายนิ้วของเรนค่อยๆ แตะสัมผัสลงบนผิวของคัมภีร์ที่กำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง บรรยากาศรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยว แรงดันมหาศาลกดทับจนอากาศในห้องนิรภัยหนักอึ้ง
“ผมแค่อยากจะลอง... เก็บกวาดเศษขยะที่ไม่มีใครต้องการดูสักครั้งครับ”
ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส คลื่นกระแทกสีแดงฉานก็ระเบิดออกราวกับคลื่นใต้น้ำ เซร่าอุทานออกมาเบาๆ พร้อมกับยกแขนขึ้นบังแรงลมมานาที่กรรโชกอย่างบ้าคลั่ง ตำราโบราณรอบด้านปลิวว่อน ทว่าตรงใจกลางของพายุพลังงานนั้น เรนกลับยืนหยัดนิ่งสนิท ราวกับต้นไม้ใหญ่ที่มีรากแก้วหยกลึกลงไปในผืนดิน
ความเจ็บปวดราถุกไฟแผดเผาแล่นพล่านไปตามเส้นเลือดทุกเส้นในร่างกาย แต่นั่นไม่ใช่ความเสียหาย มันคือความรู้สึกของการ ‘เติมเต็ม’
ในอดีต มานาที่รั่วไหลเหล่านี้จะถูกมองว่าเป็นพิษและทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า แต่ด้วยระบบคัดกรองเวทระดับจักรพรรดิในจิตสำนึกของเรน พลังงานดิบอันเกรี้ยวกราดนับล้านหน่วยกำลังถูกกลั่นกรอง แยกส่วน และรีไซเคิลใหม่อย่างเป็นระบบ เปลี่ยนจาก ‘ความล้มเหลว’ ให้กลายเป็น ‘วัตถุดิบ’ อันบริสุทธิ์ที่ไหลเวียนเข้าสู่แก่นวงจรเวทที่เคยเหือดแห้งของเขา
*โครม!*
เสียงคำรามต่ำจากห้วงมิติสะท้อนก้องในโสตประสาท พลังงานสีแดงเข้มค่อยๆ เปลี่ยนสภาพเป็นละอองแสงสีครามบริสุทธิ์ ไหลซึมผ่านผิวหนังของเรนราวกับสายฝนแรกในฤดูแล้ง ดวงตาของเด็กหนุ่มเปล่งประกายแสงสีทองจางๆ แวบหนึ่ง ก่อนที่ความโกลาหลทั้งหมดจะสงบลงอย่างฉับพลัน
ห้องนิรภัยกลับคืนสู่ความเงียบงัน คัมภีร์โบราณที่เคยสั่นระรัวบัดนี้แน่นิ่งสนิท ราวกับลูกสัตว์ที่ยอมจำนนต่อผู้เป็นนาย
เซร่าลดแขนลง ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะยามที่มองสำรวจเด็กหนุ่มตรงหน้า เรนยังคงยืนอยู่ที่เดิม แว่นตากรอบเงินไม่มีแม้แต่รอยเปื้อน ทว่าบรรยากาศรอบตัวเขากลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—มันคือความนิ่งสงบที่ลึกล้ำและทรงพลัง จนทำให้ผู้ฝึกเวทระดับสูงยังต้องรู้สึกหวาดหวั่น
“เจ้า... ดูดซับมันเข้าไปทั้งหมดงั้นหรือ?” เซร่าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย ความสมบูรณ์แบบที่เธอเคยภาคภูมิใจมาตลอดชีวิต กลับดูไร้ความหมายไปถนัดตาเมื่อเทียบกับสิ่งที่เรนเพิ่งกระทำลงไปเมื่อครู่
เรนหันกลับมามองเธอนิดหน่อย รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและไหวพริบอันแพรวพราว “เป็นแค่การรีไซเคิลของเสียเล็กๆ น้อยๆ ครับ... และดูเหมือนว่า ระบบของผม จะเพิ่งประเมินผลเสร็จพอดี”
ก่อนที่เซร่าจะทันได้เอ่ยถามสิ่งใด เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นอีกครั้งในหัวของเรน พร้อมกับตัวอักษรสีทองอร่ามที่สว่างวาบขึ้นในห้วงความคิด
[ภารกิจลับสำเร็จ: กลืนกินเศษเสี้ยวมานาแห่งจักรพรรดิ]
[ระดับรางวัล: SSS]
[สถานะตัวละครอัปเกรด: ปลดล็อก ‘เนตรวิเคราะห์ตรรกะแท้จริง’ และตรวจพบการตอบสนองจากบุคคลปริศนาที่กำลังเฝ้ามองพวกคุณจากประตูมิติเบื้องล่าง...]
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "ไมโลกับภูตน้อย" นะครับ
สูตรลับฉบับตัวประกอบ กับระบบคัดกรองเวทระดับจักรพรรดิ•ตอนที่ 2
รีไซเคิลเศษเสี้ยวเวทมนตร์
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับตัวประกอบ กับระบบคัดกรองเวทระดับจักรพรรดิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
