โลหิตสีดำคล้ำหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบพื้นหินศิลาเย็นเยียบ ก่อเกิดเสียงก้องกังวานในความเงียบงันดั่งเสียงระฆังแห่งความตาย
"หลี่เทียนเฉิน... เจ้าจงใจดื่มยาพิษสลายลมปราณถ้วยนี้เสีย หรือจะให้ข้าเป็นผู้บังคับกรอกมันลงคอด้วยตัวเอง?"
น้ำเสียงแหบพร่าเปี่ยมด้วยจิตสังหารแฝงเร้นดังขึ้นจากเบื้องบน ภายในห้องโถงลับตระกูลหลี่ที่อับชื้น กลิ่นอายกดดันระดับ ‘ขอบเขตหลอมรวมลมปราณ’ ขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งกดทับลงมาจนโครงกระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่นเอี๊ยด
ผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าคือ ‘หลี่กวง’ ผู้อาวุโสรองผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งของตระกูล แววตาของมันเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียมและรอยยิ้มเยาะเย้ยหยัน มันมองร่างของศิษย์สายในหนุ่มที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่างราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่ง
ในอดีต... หลี่เทียนเฉินผู้นี้คืออัจฉริยะอันดับหนึ่งในรอบร้อยปีของตระกูล ครอบครองกระดูกมังกรแท้และวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ ทว่าตั้งแต่มารดาผู้ให้กำเนิดล้มป่วยและล่วงลับ สมบัติวิเศษประจำกายถูกยึดครอง เขาก็กลายเป็นเพียง "ศิษย์สวะ" ที่ไร้ค่าในสายตาคนตระกูลหลี่ และในค่ำคืนนี้ พวกมันเลือกที่จะกำจัดเขาให้สิ้นซาก เพื่อปิดปากความจริงเกี่ยวกับการตายปริศนาของผู้นำตระกูลคนก่อน
บนพื้นหิน หลี่เทียนเฉินมิได้เปล่งเสียงคร่ำครวญ ร่างกายของเขาสั่นสะท้านไม่ใช่เพราะความกลัว ทว่าเส้นชีพจรลมปราณทั่วร่างถูกพิษร้ายกัดกร่อนจนผุกร่อน ราวกับมีหนอนนับหมื่นตัวกำลังไต่อยู่ใต้ผิวหนัง
*หึ... หึหึหึ...*
เสียงหัวเราะแผ่วเบาหลุดออกมาจากลำคอของหลี่เทียนเฉิน มันแหบแห้งและเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ทว่ากลับทรงพลังอย่างประหลาดจนหลี่กวงต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ
"เจ้าขำอันใด? ใกล้ตายอยู่รอมรอม ยังมีแก่ใจหัวเราะอีกหรือ?" หลี่กวงก้าวเข้าไปใกล้ ง้างฝ่ามือเคลือบปราณสีครามเตรียมซัดเข้าที่กลางหน้าผากเพื่อปลิดชีพ
ทว่า... ในวินาทีนั้นเอง ที่ดวงตาซึ่งเคยหม่นหมองของหลี่เทียนเฉินเงยขึ้นสบประสาน
ดวงตานั้น... มิใช่ดวงตาของเด็กหนุ่มวัยสิบแปดปีผู้สิ้นหวังอีกต่อไป! มันลุ่มลึก ดำมืด และกว้างใหญ่ไพศาลดั่งห้วงจักรวาลที่ผ่านกาลเวลามานับร้อยล้านปี เป็นสายตาที่เคยมองดูดวงดาวนับหมื่นดับสลาย และเคยเหยียบย่ำทวีปทั้งเก้าไว้ใต้ฝ่าเท้า!
*ตึง!*
จิตวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งระเบิดออกมาจากร่างที่ใกล้ตายของหลี่เทียนเฉินอย่างไร้สุ้มเสียง แรงกดดันระดับ "มหาเทพ" ที่หลับใหลอยู่ห้วงลึกแห่งจิตวิญญาณแผ่ขยายออกไปชั่วพริบตา ทำให้หลี่กวงที่อยู่ในขอบเขตหลอมรวมลมปราณถึงกับผงะถอยหลังไปสามก้าวโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าซีดเผือกด้วยความตื่นตระหนกอย่างไร้สาเหตุ
*(นี่มัน... เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดเด็กนี่จึงมีกลิ่นอายที่ทำให้ข้าหายใจไม่ออกเช่นนี้?)* หลี่กวงคิดในใจอย่างหวาดผวา
ในห้วงจิตสำนึกของหลี่เทียนเฉิน เวลานี้กำลังเกิดมหาสมุทรแห่งความทรงจำกระหน่ำซัด เปลวเพลิงแห่งการกลับชาติมาเกิดแผดเผาชำระล้างความอ่อนแอในอดีต เขารู้แล้วว่าตนเองได้ทะลุมิติข้ามห้วงเวลาและความตาย กลับคืนมาสู่ร่างของตนเองในอดีตชาติ—ช่วงเวลาที่ตกต่ำที่สุด ถูกทรยศหักหลังที่สุด และน่าสมเพชที่สุด
"หลี่กวง..."
เสียงของหลี่เทียนเฉินเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา ทว่าทุกพยางค์กลับดังก้องกังวานในโสตประสาทของอีกฝ่ายราวกับประกาศิตจากสวรรค์
"เจ้ารู้หรือไม่... การกระทำของเจ้าในวันนี้ มีโทษทัณฑ์สถานใดในแดนสวรรค์?"
หลี่กวงหน้าถอดสี มันตวาดกลับด้วยความเกรี้ยวกราดเพื่อกลบเกลื่อนความหวาดกลัว "เพ้อเจ้ออะไร! ใกล้ตายแล้วยังปากดี ตายเสียเถอะ!"
มันรวบรวมลมปราณทั้งหมดฟาดฝ่ามือลงมาหมายบดขยี้กะโหลกศีรษะของหลี่เทียนเฉินให้แหลกเป็นจุล! ลมพายุหมุนวนรอบฝ่ามือ เกิดเป็นเสียงคำรามของพยัคฆ์คลั่ง รุนแรงพอที่จะทำลายภูเขาได้ทั้งลูก
ทว่าหลี่เทียนเฉินไม่แม้แต่จะหลบเลี่ยง เขายังคงนั่งคุกเข่าอยู่กับที่ ทว่านิ้วมือข้างขวาที่เปื้อนคราบโลหิต กลับค่อยๆ ยกขึ้นช้าๆ ราวกับกำลังแบกรับน้ำหนักของฟ้าดิน
ท่ามกลางความตื่นตะลึงของหลี่กวง อากาศรอบตัวพลันบิดเบี้ยว กลายเป็น "คมกระบี่ไร้ลักษณ์" ที่ถูกหลอมรวมขึ้นจากจิตวิญญาณอันแข็งแกร่ง แม้จะไม่มีกระบี่อยู่ในมือ แต่รัศมีกระบี่ที่แผ่ออกมากลับแหลมคมเสียจนฉีกกระชากมิติรอบด้านจนเกิดรอยแยกสีดำสนิท!
"วิถีกระบี่บรรพกาล—กระบวนท่าแรก... กลืนนภาดับดารา"
*ฉับพลัน!*
แสงกระบี่สีทองอร่ามพุ่งทะยานจากปลายนิ้ว ตัดผ่านความมืดมิดในห้องโถงราวกับสายฟ้าฟาดจากสรวงสวรรค์ มันรวดเร็วจนหลี่กวงไม่ทันแม้แต่จะส่งเสียงกรีดร้อง
*ฉึบ!*
เวลาในห้องโถงคล้ายหยุดนิ่งลงชั่วขณะ หลี่กวงยังคงยืนค้างอยู่ในท่าทางเดิม ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนหวาดกลัวถึงขีดสุด
ครู่ต่อมา... เลือดสายหนึ่งค่อยๆ ซึมผ่านลำคอของมัน ก่อนที่ศีรษะและร่างไร้ลมหายใจจะแยกออกจากกันและล้มฟาดลงกับพื้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว!
หลี่เทียนเฉินพ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมาคำหนึ่ง ร่างกายยังคงสั่นเทาเล็กน้อยเนื่องจากพิษร้ายยังคงหลงเหลืออยู่ในเส้นชีพจร การใช้เคล็ดวิชาบรรพกาลในสภาพร่างกายที่อ่อนแอเช่นนี้ ทำให้เขาต้องจ่ายราคาด้วยอาการบาดเจ็บสาหัสซ้ำสอง
เขายันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้เรียวขาจะสั่นเทา แต่แผ่นหลังกลับตั้งตรงดั่งยอดเขาที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด นัยน์ตาคมกริบกวาดมองออกไปนอกหน้าต่าง ที่ซึ่งความมืดมิดของยามราตรีปกคลุมสำนักกระบี่นภาอยู่
นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น...
บรรดาผู้อาวุโสที่ทรยศ ศัตรูคู่อาฆาตในชาติก่อนอย่าง ‘ม่อหลง’ รวมถึงหนี้เลือดทั้งปวง พวกมันจะต้องชดใช้คืนเป็นร้อยเท่าพันทวี!
ทว่า ในขณะที่หลี่เทียนเฉินกำลังจะก้าวเท้าออกจากห้องโถงลับนั้นเอง ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของมหาเทพก็พลันสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนหนתเหน็บราวกับถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา กลิ่นอายความเย็นเยือกอันบริสุทธิ์และสูงส่งจนแทบหยุดหายใจแผ่ซ่านเข้ามาทางประตูห้อง
เงาร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเกล็ดหิมะ ปรากฏขึ้นอย่างไร้สุ้มเสียงราวกับภูตผี นางยืนอยู่ตรงธรณีประตู เรือนผมสีดำสนิทราวกับน้ำหมึกตัดกับผิวขาวราวกระเบื้องเคลือบ ดวงตาสีฟ้าครามคู่สวยเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี ไร้ซึ่งความรู้สึกต่อสรรพสิ่งในโลกหล้า
นางเซียนแห่งตำหนักเหมืองสวรรค์... ‘ไป๋อวี๋ซวง’ เหตุใดนางจึงมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ ในสถานที่รกร้างห่างไกลเช่นนี้ได้?
และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ในมือเรียวยาวของนางเซียนผู้เย็นชาและไม่เคยชายตานองมองผู้ใดผู้นี้ กำลังถือกระบี่เทพโบราณที่สลักลวดลายดารา ซึ่งพุ่งเป้าปลายคมกระบี่ตรงมาที่คอหอยของหลี่เทียนเฉินอย่างแม่นยำ!
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปพร้อมกับข้าพเจ้า หายใจเข้าพร้อมคมกระบี่ หายใจออกพร้อมสัจธรรม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สยบวิถีเซียนด้วยกำปั้นมารสะท้านนภา•ตอนที่ 1
ห้วงนิทราพันปี ลืมตาตื่นสยบฟ้าดิน
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบวิถีเซียนด้วยกำปั้นมารสะท้านนภา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!